:::     :::

เปิดใจ อาร์เตต้า กับปัญหา โอซิล

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การถูกตัดชื่อออกจากทีม อาร์เซน่อล ของ เมซุต โอซิล ที่ส่งให้พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ กลายเป็นประเด็นพอสมควรแม้หลายคนจะคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้ากันได้อยู่แล้ว

โอซิล ไม่ได้ลงสนามให้ อาร์เซน่อล ในเกมทางการเลยนับตั้งแต่เดือนมีนาคม หรือช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด ขณะที่ในฤดูกาลนี้ก็ถูกตัดชื่อออกทั้งชุดลุยยูโรปา ลีก และพรีเมียร์ลีก 

สัญญาของ โอซิล กับ อาร์เซน่อล จะหมดลงในซัมเมอร์หน้า นั่นหมายความว่าสโมสรยังคงต้องจ่ายค่าเหนื่อย 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้กับสตาร์วัย 32 ปีไปจนถึงตลาดหน้าหนาวเป็นอย่างน้อย และหากเดือนมกราคาไม่ได้ย้ายออกไป โอซิล ก็ยังคงได้ค่าเหนื่อยตามปกติไปจนครบสัญญา

นี่คือสถานการณ์ที่แฟนบอลหลายคนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นักเตะที่รับค่าเหนื่อยมากสุดในทีมและเคยเป็นความหวังอันดับหนึ่ง พ่วงด้วยดีกรีแชมป์โลก ต้องตกอยู่ในสถานะ "ไม่ดีพอ" ที่จะติดทีม 25 คน ทำได้เพียงซ้อมไปเรื่อยๆ และไม่ได้ลงสนาม 

หลังต้องอยู่อย่างไร้ตัวตน กลายเป็นส่วนเกินของทีม โอซิล เปิดใจผ่านโซเชียลว่า "นี่เป็นข้อความที่เขียนได้ยากมากๆ ถึงแฟนบอล อาร์เซน่อล ทีมที่ผมลงเล่นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับความจริงที่ว่า ผมไม่มีชื่อลงทะเบียนสำหรับแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้"

"ย้อนกลับไปตอนผมต่อสัญญาฉบับใหม่เมื่อปี 2018 ผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์และจงรักภักดีกับ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นสโมสรที่ผมรัก และนั่นทำให้ผมเสียใจอย่างยิ่งเมื่อวันนี้ได้รู้ว่าไม่เคยได้รับสิ่งเดียวกันนี้จากสโมสร​ ผมพยายามมองโลกในแง่บวกอยู่เสมอและคิดว่าสักวันจะได้โอกาสลงเล่นอีกครั้ง นี่คือเหตุผลที่ผมปิดปากเงียบมาโดยตลอด"

"ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส 'โควิด-19' ผมรู้สึกมีความสุขกับแนวทางการทำทีมที่มีพัฒนาการต่อเนื่อง ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมคนใหม่ ซึ่งทุกคนในทีมกลับมาเล่นได้ดี รวมถึงตัวผมเองที่ทำผลงานได้ในระดับที่น่าพอใจอย่างมาก"

"แต่แล้วทุกอย่างได้เปลี่ยนไป ผมไม่ได้รับโอกาสให้เล่นฟุตบอลกับสโมสร อาร์เซน่อล อีกต่อไป แล้วผมจะพูดอะไรได้ ?"

"อย่างไรก็ตาม ลอนดอน ยังเปรียบเสมือนบ้านของผมอยู่เสมอ ผมยังมีเพื่อนที่ดีหลายคนในทีมชุดนี้ และยังรู้สึกมีความผูกพันกับแฟนบอลของสโมสรแห่งนี้"

"ไม่ว่ายังไง ผมจะสู้ต่อไปเพื่อโอกาสลงเล่นของตัวเอง และจะไม่ยอมให้ฤดูกาลที่ 8 ของผมกับ อาร์เซน่อล ต้องจบลงแบบนี้ ผมขอยืนยันว่าแม้จะถูกกระทำเช่นนี้ (ไม่มีชื่อลงทะเบียน) ผมจะไม่มีวันเปลี่ยนความคิดของตัวเอง ผมจะยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมให้ดีที่สุด และจะขอส่งเสียงเพื่อต่อต้านความไร้มนุษยธรรมและสู้เพื่อความยุติธรรมต่อไป"


หลังการเปิดใจของ เมซุต โอซิล ด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างมาก  มิเกล อาร์เตต้า ในฐานะผู้จัดการทีมและเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกันในอดีต คือคนที่เกี่ยวข้องที่สุดและต้องให้ทุกคำตอบที่หลายคนตั้งคำถาม 

นี่คือบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ มิเกล อาร์เตต้า ต่อกรณีของ เมซุต โอซิล 

...

Q : รู้สึกแปลกใจกับการออกมาเปิดใจของ โอซิล หรือไม่ ? 

อาร์เตต้า : "ไม่, ผมไม่ได้แปลกใจ"

Q : คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ?  

อาร์เตต้า : "ทุกคนมีอิสระในการแสดงความรู้สึก ผมสามารถพูดอะไรได้ ? นี่เป็นการตัดสินใจด้วยเหตุผลด้านฟุตบอลที่ผมมีสติอย่างดีเพราะผมยุติธรรมกับเขามากๆ ระดับการเจรจาระหว่างผมกับเขาเต็มที่สุดๆ เรารู้ว่าแต่ละคนคาดหวังอะไร สิ่งที่ผมเชื่อคือเขาสามารถทำเพื่อทีมได้มากกว่านี้ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมได้มาทำงานให้สโมสรแห่งนี้ ได้มาเป็นผู้จัดการทีม นำทีมคว้าชัยชนะ นำทีมคว้าแชมป์ ออกไอเดียและลงมือทำโปรเจคต์ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว"

"เขามีโอกาสเหมือนกับทุกคนในทีม ผมเองก็เสียใจนะที่ต้องตัดชื่อ 3 คนออกจากลิสต์ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีอยู่แล้ว แต่ผมอยากบอกว่าผมพยายามมองตาทุกคนและทำตัวสบายๆ กรณีของ เมซุต ผมมีความรู้สึกแบบนี้เพราะว่าผมเองเป็นคนตรงไปตรงมามากๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่กลับมาทำงานที่สโมสร" 


Q : เขาได้มาคุยส่วนตัวในทำนองนี้หรือไม่ ? 

อาร์เตต้า : "แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้วนักเตะที่ได้รู้ว่าไม่ถูกเลือกให้อยู่ในทีมก็ย่อมผิดหวังอยู่แล้วเพราะพวกเขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และต้องการโอกาสได้ทำงานด้วยแรงกระตุ้นที่ถูกต้องเพื่อความเป็นไปได้ในการลงเล่น แต่เมื่อมันไม่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่ยากลำบาก แต่อย่างที่ผมบอก ผมอยากให้มีการพูดคุยที่ยากลำบากนี้แบบตัวต่อตัวมากกว่าเพื่อได้อธิบายถึงเหตุผล และดูว่าสิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร"

Q : อะไรคือสิ่งที่ โอซิล ทำไม่ได้ตามที่คุณคาดหวัง ? 

อาร์เตต้า : "ฟังนะ ผมไม่สามารถอธิบายถึงฟอร์มการเล่นแต่ละคนของนักเตะทุกคนได้ เช่นเดียวกับกรณีของ โอซิล ผมเองรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องตัดนักเตะออกจากทีม แต่เชื่อผมได้เลย มันเป็นแบบเดียวกับที่ผมต้องตัด ปาป้า (โซคราตีส) และการที่ วิลเลี่ยม (ซาลีบา) ไม่ได้อยู่ในลิสต์หลังจากย้ายกลับมาร่วมทีมก็เพราะข้อจำกัด (โควตา) ที่เรามีในการแข่งขัน ผมว่าคุณเข้าใจได้นะในกรณีที่ผมไม่สามารถเปิดเผยเหตุผลทางเทคนิคกับการที่จะส่งหรือไม่ส่งนักเตะลงเล่น"


อาร์เตต้า ย้ำว่าการตัดตัดสินใจเป็นเหตุผลเรื่องฟุตบอลอย่างเดียว

Q :  หลายเดือนต่อจากนี้ของ โอซิล จะเป็นอย่างไร ? 

อาร์เตต้า : "เขาฝึกซ้อมกับเรามาตลอด เขามีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้เล่นตามปกติ เราคาดหวังให้เขาได้ซ้อมและทำให้ดีสุดที่เขาทำได้ เราต้องปฏับัติกับเขาให้ดีและพยายามรักษาแรงกระตุ้นเอาไว้ซึ่งแน่นอนว่ายากทีเดียวในสถานการณ์แบบนี้ เราจะเดินหน้าต่อไป" 


Q : โอซิล ลงเล่นนัดสุดท้ายให้ อาร์เซน่อล ไปแล้วหรือไม่ ? 

อาร์เตต้า : "ผมพูดตามตรงว่าขอรับผิดชอบในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ผมเป็นคนแรกที่ต้องเค้นเอาสิ่งที่สุดในตัวนักเตะออกมา มันเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผม และขอย้ำอีกครั้งว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นใด ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัว หรืออะไรก็ตามที่ผมได้อ่านเจอ ไม่เกี่ยวกับเรื่องลดค่าเหนื่อย (ช่วงโควิด) ไม่เป็นความจริงเลย นี่เป็นการตัดสินใจของผมเอง หากมีใครต้องตำหนิผม และสิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นหลังจากเราแพ้ในการแข่งขัน มันก็เป็นความรับผิดชอบของผม ผมจำเป็นต้องตัดสินใจเพื่อให้ได้กลุ่มผู้เล่นที่ดีสุดสำหรับการลงเล่นเพื่อคว้าชัยชนะในนัดต่างๆ และรายการต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และเพื่อทำให้ได้แบบนั้น ผมจึงต้องพยายามยุติธรรมกับเขาและคนอื่นในทีมเพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของสโมสรให้ได้มากที่สุด" 


Q : โอซิล จะย้ายออกก่อนหมดสัญญา ? 

อาร์เตต้า : "ไม่ (ตอนนี้) จริงอยู่ว่านักเตะในแบบนั้นกับอาชีพที่เขามีทั้งในระดับนานาชาติและทุกอย่าง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเขาล้วนมีผลต่อวงกว้างอย่างมาก มันก็เป็นแบบนี้ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นตอนนี้ หลายสิ่งหลายอย่างเป็นมาตลอด 8 ปีที่ว่านี้ งานของผมก็คือเค้นเอาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวนักเตะทุกคนออกมา เอาออกมาช่วยทีมและทำผลงานให้ดี" 

"วันนี้ ผมรู้สึกในขณะนี้ว่าตัวเองล้มเหลวเพราะผมต้องการเค้นเอาสิ่งที่ดีสุดในตัว โอซิล ออกมาช่วยทีม ในบางครั้งผมทำได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ต้องการ แต่ก็อีกหลายครั้งที่ไม่สามารถทำได้เพราะว่าผมจำเป็นต้องตัดสินใจในการดร็อปเขาออกจากทีม นี่คือความเป็นจริงในโลกฟุตบอลที่อะไรก็เกิดขึ้นได้และผมต้องเรียนรู้ไปตลอดหลายปี นี่คือความเป็นจริงและเราต้องเผชิญหน้ากับมัน วิธีที่ดีสุดในการรับมือคือจับเข่าคุยตัวต่อตัวในแบบที่ถูกต้อง นี่คือวิธีในผมเลือกและจะเป็นวิธีที่ผมทำต่อไป" 

 
โอซิล ไม่ได้เล่นให้ อาร์เซน่อล มา 7 เดือนแล้ว

Q : มีอะไรเกิดขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ หรือที่ผ่านมาเร็วๆ นี้หรือไม่ ? 

อาร์เตต้า :  "ไม่มี ผมไม่ได้โฟกัสกับสิ่งที่ผ่านมามากนัก คุณจะได้รู้จักผมมากขึ้น แต่กับช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นซึ่งผมไม่ได้เป็นคนทำ คุณคงจำบรรยากาศรอบๆ ตัวเขาตอนที่ผมกลับมาคุมทีมได้นะว่าค่อนข้างยากลำบากสำหรับเขาทีเดียว ผมขอร้องให้แฟนบอลสนับสนุนเขาและสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นกว่าเดิมให้มากๆ คุณเองคงเห็นได้ถึงความแตกต่างที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในช่วง 2-3 สัปดาห์ และนั่นคือวิธีที่ผมสนับสนุนนักเตะและมองหาผลประโยชน์ของสโมสรให้มากสุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่จากนั้นผมก็ต้องดูในแต่ละวัน สิ่งที่ลงมือลงแรงไป ฟอร์มการเล่น และสิ่งที่นักเตะทุกคนทำให้ทีมได้ และผมก็ตัดสินใจจากตรงนั้นเพราะผมเป็นผู้จัดการทีมที่ต้องเลือกนักเตะที่ใช่เพื่อคว้าชัยชนะให้ได้" 

 

Q : โกรธหรือไม่ที่ โอซิล เชื่อว่าเรื่องนอกสนามทำให้เขาไม่มีชื่อในทีม ? 

อาร์เตต้า :  "ไม่ ผมไม่โกรธนะเพราะบางทีนักเตะก็ต้องการความชัดเจนในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งผมเข้าใจได้ ผมอยู่ที่นี่เพื่อตอบให้คำตอบในคำถามของพวกคุณ แต่ผมไม่ต้องการหลบซ่อนข้างหลังใครในสโมสรหรือเจ้าของทีม ในท้ายที่สุดแล้ว เราก็พูดคุยกันถึงนักเตะกับการเล่นในสนามหรือไม่ แต่เชื่อผมเถอะว่าไม่มีอะไรเกี่ยวกับบอร์ดบริหาร เจ้าของทีม หรืออะไรทำนองนั้น"


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด