:::     :::

"มือโปรในความเงียบ ผลงานเพียบไม่ต้องพูด" Denis Irwin

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
1,261
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในยามที่เราต้องดูความไม่แน่นอนของผู้เล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายแมนยูไนเต็ดยุคปัจจุบันที่สลับเวียนกันมาเล่น และยังขาดเสถียรภาพในตำแหน่งนี้ แต่อดีตตำนานของเราผู้นี้นี่แหละ ที่เป็นร่างรวมข้อดีของแบ็คซ้ายแมนยูในยุคปัจจุบัน และเป็นต้นแบบที่ดีเยี่ยมของฝีเท้าที่มาพร้อมความตั้งใจ

เป็นเวลา18ปีแล้วที่ Denis Irwin ลงสนามในสีเสื้อแมนยูเป็นครั้งสุดท้ายในปี2002 และย้ายไปร่วมทีมWolverhampton Wonderers แต่เขายังคงเป็นหนึ่งในครอบครัวแมนยูไนเต็ดของเราอยู่ เห็นได้จากการปรากฎตัวเป็นทูตและผู้บรรยายทางMUTV และไม่ว่าที่ไหนบนโลกนี้เขามักจะเดินทางไปกับทีมเสมอๆเวลาออกทัวร์

แม้ปัจจุบันแฟนบอลรุ่นใหม่อาจไม่มีโอกาสได้ดูเขาลงเล่นตัวเป็นๆแล้วนั้น นอกเหนือจากการออกงานกับพวกเหล่าสุดยอดตำนานทั้งหลาย เดนิส เออร์วินก็ถือว่าเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แม้ว่าจะไม่ได้มีชื่อเสียงระดับท็อปอย่างพวกไบรอัน ร็อบสัน, ปีเตอร์ ชไมเคิล หรือรอยคีนก็ตาม แต่ความสำคัญของเออร์วินไม่เคยถูกลืมอย่างแน่นอน

ยุคปัจจุบันในช่วงเวลาที่ฟูลแบ็คแท้หายากๆ เออร์วินอาจจะเป็นนักเตะที่ว่านั้น ด้วยความสามารถหลายๆอย่างในการเป็นผู้เล่นเกมรับนั้น เขายังสามารถทำเกมบุกได้ดีเท่าๆกับเกมรับ และโด่งดังมากๆในเรื่องของฟรีคิกและจุดโทษ (Alex Telles มีจุดร่วมนี้กับเออร์วินชัดเจน) 

แต่นอกเหนือจากสิ่งเหล่านั้นแล้ว เขาคือ Mr. Dependable หรือ "มิสเตอร์ไว้ใจได้" ชายผู้เพื่อนร่วมทีมรักที่จะลงเล่นด้วย และชอบที่จะแสดงสิ่งต่างๆในสนามแทนคำพูดมากกว่า

นี่อาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไม Sir Alex Ferguson ถึงปฏิเสธการจะขายเขาให้ลีดส์ยูไนเต็ด เพราะ25ปีที่แล้ว Martin Edwards ประธานสโมสรแมนยูไนเต็ดได้รับการต่อสายจาก Bill Fotherby จากลีดส์ที่ต้องการดาวเตะไอริชแมนผู้นี้กลับสู่รังเอลแลนด์โร้ดเป็นคำรบที่สอง สายโทรศัพท์ครั้งนี้ถือเป็นห้วงประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เมื่อเฟอร์กี้และเอ็ดเวิร์ดบอกปัดความสนใจที่จะมาสู่ขอตัวเออร์วิน แต่กลับกัน ป๋าแจ้งว่าเขาอยากจะเป็นฝ่ายซื้อมากกว่าฝ่ายที่ขายกับทางลีดส์มากกว่า

แล้วก็นั่นละครับทั่นผู้ชม นอกจากจะไม่เสียDenis Irwin แล้ว เรายังได้ "Eric Cantona" มาสร้างประวัติศาสตร์ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดอีกด้วย

เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขานกันในหลายๆครั้ง และบ้างก็ว่าเรื่องอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่รายงาน แต่อย่างไรก็ตาม factอย่างหนึ่งที่มาจากการคุยโทรศัพท์ครั้งนั้นก็คือ "ความสำคัญของเออร์วินต่อยูไนเต็ดและเฟอร์กูสัน" และทำไมบรมกุนซือชาวสก็อตต์ผู้นี้จึงไม่เคยคิดที่จะปล่อยตัวนักเตะผู้นี้เลย และหลังจากนั้นเขาก็อยู่โยงอีกหนึ่งทศวรรษที่โอลด์แทรฟฟอร์ดนั่นเอง

เออร์วินแขวนสตั๊ดในเดือนพฤษภาคมปี2004กับวูล์ฟ หลังจากค้าแข้งมา22ปี เขาคือหนึ่งในขุนพลของแจ็ค ชาร์ลตัน ที่นำพาลูกทีมไอริชไปตะลุยฟุตบอลโลกUS 94 ที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคน ซึ่งเออร์วินในฐานะนักเตะแมนยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไป7สมัย และได้ชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกที่คัมป์นูในปี1999

หรือพูดง่ายๆก็คือ เขาเป็นหนึ่งในนักเตะไอริชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนนึงนั่นเอง

Denis Irwin เกิดวันที่ 31 ตุลาคม 1965 ที่Cork, Ireland เขาใช้เวลาในวัยเด็กเหมือนเด็กชายชาวไอริชทั่วๆไปที่ใช้เวลาในการเล่น Hurling(คล้ายๆฮอกกี้) และ Gaelic Football (บาส+รักบี้+ฟุตบอล) กีฬาพื้นบ้านของไอริชนั่นแหละ แต่ว่าในปี1983ที่ใครหลายๆคนเพิ่งจะเกิด ดังเช่นผู้เขียนนี้นั้น เออร์วินก็ย้ายไปร่วมทีมกับLeedsในดิวิชั่นสอง และลงแข่งทั้งหมด72นัดให้กับยูงทองนช่วงนั้น ก่อนที่ 1986 จะย้ายไป Oldham และเหล่าพลพรรคเดอะลาติกส์ก็เข้าถึงรอบรองในFA Cup ซึ่งผลงานไปเตะตาผู้จัดการทีมคู่แข่งในเกมนั้น

แหงล่ะ "ปีศาจผมขาว" Alex Ferguson ชายอีกคนผู้ชื่นชอบการขโมยปืนบอสตัวอื่นมาใช้งานนั่นเอง (แบบเดียวกับCR7เป๊ะ เจอคู่แข่งเก่งๆเมื่อไหร่ สิ่งที่ป๋าทำก็คือ ซื้อแม่งมาเป็นของตัวเองเลย จบ)

"ตัวนี้ดีซื้อเลยป๋า" พอล อินซ์ ไม่ได้กล่าวเอาไว้ แต่น่าจะกินไปหลายฝุ่นอยู่วันนั้น

โอลด์แฮมเข้าถึงรอบชิงลีกคัพปี1990 และต้องปะทะกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แต่ว่าก็แพ้ให้กับลูกทีมของไบรอัน คลัฟในเกมนั้น เขาจึงเป็นที่เตะตาและเนื้อหอมกับสโมสรใหญ่ๆมากมาย ก่อนที่สุดท้ายแมนยูไนเต็ดจะไปปาดเขามาในปี1990นั้นด้วยค่าตัว 625,000 ปอนด์ และคว้าตัวมาสำรเ็จ

เออร์วินนั้นถูกส่งลงไปเล่นเป็นแบ็คขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ขณะนั้น Mike Phelan เล่นอยู่แล้ว(ฮา ลุงไมค์นี่เอง) แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นอีกสิบปี ตำแหน่งแบ็คซ้ายจึงตกเป็นของเขาผู้เดียวอย่างสมบูรณ์ตลอดระยะเวลาสิบปี ความสามารถรอบตัวและเอนกประสงค์ในฝีเท้าของเขาสำคัญกับยูไนเต็ดมากทำให้เขาสามารถปิดจ็อบได้หมดไม่ว่าจะถูกขอให้ลงเล่นตำแหน่งไหนก็ตาม

จากที่อาชีพนักฟุตบอลของเขากำลังจะประสบความสำเร็จที่โอลด์แฮม แต่สุดท้ายเขาได้กลายมาเป้นตำนานที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในที่สุด จากการลงสนาม529นัด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก7สมัย แชมป์, FA Cups สามสมัย, แชมป์ลีกคัพ 1สมัยเท่ากันกับ Champions League และ Cup Winners's Cups  จาก19เมเจอร์เกียรติประวัติทั้งหมดที่เขาเคยได้รับ ก่อนที่จะย้ายออกจากสโมสรในปี2002

นอกจากนี้เขายังเป็นจอมถล่มประตูด้วย ซึ่งลูกที่น่าจดจำคือฟรีคิกเม็ดสามของปีศาจแดงที่ยิงจากกลางประตูเสียงมุมซ้ายบนอย่างสุดสวย ในเกมเสมอ3-3อย่างสุดมันส์กับคู่อริตลอดกาลอย่าง Liverpool ในปี1993/94 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กระแสทีมแถบภูมิภาคเหนือของอังกฤษกำลังมา

นักเตะอย่างเดนิส เออร์วินนั้นหาได้ยากมาก เป็นประเภทที่จะใช้คำพูดผ่านการกระทำในสนาม และทำงานปิดทองหลังพระอยู่เสมอๆ เออร์วินได้รับความเคารพอย่างมากจากเพื่อนนักเตะที่ได้ร่วมเล่นด้วยกัน ซึ่งป๋าเฟอร์กี้ยังตีค่าให้เขาถือเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุด

อันที่จริงแล้วแบ็คซ้ายชาวไอริชผู้นี้ได้เข้ามาอยู่ในยุคที่มี Class of '92 ก้าวขึ้นมาในทีมอันประกอบด้วย Gary Neville, David Beckham, Paul Scholes ในขณะที่ Ryan Giggs และ Eric Cantona ก็ปาดหน้าขึ้นพาดหัวข่าวในยามทำประตูได้อยู่บ่อยๆ ส่วนRoy Keane กับ Paul Ince ขณะนั้นก็คือลูกพี่ใหญ่ในแผงมิดฟิลด์ทั้งคู่ และมี Gary Pallister กับ Steve Bruce สั่งการเกมรับอยู่

ถึงแม้ว่าเขาจะมีบุคลิกที่เงียบๆทั้งในและนอกสนาม แต่เออร์วินก็ยังเป็นคนสำคัญของเราอยู่ดีที่มักถูกมองข้ามเรื่องความคงเส้นคงวาของฟอร์มการเล่น และถูกมองข้ามฝีเท้าพรสวรรค์ของเขา ดูเหมือนว่าเขายินดีจะทำงานเก็บกวาดหลังฉากอยู่เงียบๆให้กับทีมมากกว่า

ปี1998/99 ที่เราได้Treble Champion ไม่ต้องสงสัยเลยว่าช่วงเวลานั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดสูงสุดภายใต้ยุคเฟอร์กูสัน ซึ่งก็เป็นซีซั่นที่เออร์วินมีบทบาทสำคัญมากอีกครั้ง  เออร์วินพูดถึงช่วงเวลาสิบวันของเดือนพฤษภาคมในปี1999นั้นด้วยความรักของเขา ยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการอัดท็อตแน่มในวันสุดท้ายของซีซั่น, จัดการนิวคาสเซิลในรอบชิงFA Cup และจากนั้นสร้างประวัติศาสตร์ที่เมืองบาร์เซโลน่าด้วยการเชือดบาเยิร์นมิวนิคด้วยช็อตช็อคโลกบรรลัยกัลป์ในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศ จากประตูของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร(ฮา)

"ชีวิตที่ได้ลงเล่นฟุตบอลเนี่ยมันเยี่ยมเลยนะ ผมโชคดีมากๆที่ได้ลงเตะในยุคเดียวกับผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่หลายๆคนของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งมันทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ปี1999มันระทึกนิดหน่อย ผมคิดว่ามันคงจะมีแต่การได้คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเท่านั้นแหละที่อาจจะเหนือกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้อย่างการคว้าแชมป์ลีก อัดนิวคว้าแชมป์เอฟเอคัพ แล้วก็ชนะบาเยิร์นมิวนิคเป็นรายสุดท้าย ทั้งหมดนี้แหละมันระทึกจริงๆ"

เดนิส เออร์วินกล่าว

เออร์วินลงทั้งหมด45เกมในซีซั่นนั้นรวมทุกถ้วย โดยพื้นฐานแล้วเขาเป็นตัวรับแต่ว่าการเติมขึ้นไปoverlappingทางปีกซ้ายคู่กับRyan Giggs เป็นส่วนสำคัญมากๆของการประสบความสำเร็จในซีซั่นนั้น ซึ่งคู่หูฝั่งซ้ายอาจจะได้รับการพูดถึงน้อยกว่าคู่ทางขวาอย่าง Gary Neville กับ Beckham แต่ว่าประสิทธิภาพที่ได้นั้นพอๆกันทั้งสองฝั่งเลย

Sir Alex Ferguson มักจะถูกถามถึงการจัดนักเตะในทีมตลอดกาลของเขาอยู่บ่อยๆในช่วงที่คุมทีมอยู่โอลด์แทรฟฟอร์ด แม้ว่าเขาจะได้เป็นผู้ฝึกสอนของเหล่านักเตะระดับมาร์ค ฮิวจ์ส, กิ๊กส์, ก็องโต้, คีน และก็คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่มีเพียงเดนิส เออร์วินเท่านั้นที่ได้การันตีการลงในทีมตัวจริงตลอดกาล ในทีมชุดที่น่าเหลือเชื่อเหล่านี้ของป๋า ตามคำกล่าวขรัวเฒ่าชาวสก็อตต์ผู้นี้ว่าเอาไว้

"คนชอบมาถามผมว่า แมนยูชุดที่ดีที่สุดของคุณมีใครในนั้นบ้าง มันตอบยากมากๆนะ แต่ด้วยความสัตย์จริง ที่แน่ๆมีเดนิส เออร์วิน ติดอยู่ในนั้นก่อนเลยชัวร์ๆล่ะ"

"มีอยู่เกมนึงที่ไฮบิวรี่ เราจ่ายคืนหลังกันไม่ดีในนาทีสุดท้าย แล้วเดนนิส เบิร์กแคมป์ก็มาทำประตูไปได้ หลังเกมนั้นสื่อพูดว่า คุณคงจะผิดหวังกับการจ่ายคืนหลังนั่นสินะ แต่ว่าผมตอกนักข่าวกลับไปว่า 'ชั่ยๆ นั่นคือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นครั้งเดียว จากทั้งหมดสิบปี มันไม่ได้แย่อะไรนักหรอก' เขาเป็นนักเตะที่น่าเหลือเชื่อมากจริงๆ"

นี่แหละ คำยกย่องสูงสุดเท่าที่ผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคปัจจุบันจะกล่าวเอาไว้ถึงเขา

เมื่อรั้วโอลด์แทรฟฟอร์ดเข้าสู่ยุคสมัยใหม่อีกยุคนึง ตอนนั้นเออร์วินรู้ดีว่า เขาเองก็เหมือนผู้เล่นทั่วไปรายอื่นๆ จะเลือกย้ายออกจากทีมในตอนที่เหมาะสม หรือจะอยู่โยงกับยูไนเต็ดต่อไปแล้วก็กินเงินเดือนไปเรื่อยๆแม้ไม่มีบทบาท ซึ่งเออร์วินเองก็มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะทำเช่นนั้นในกรณีหลังด้วยการอยู่ไปเรื่อยๆในฐานะตัวสำรองของทีม เพราะเขาพิสูจน์อะไรมาหมดแล้ว

แต่สุดท้ายชายชาวCorkผู้นี้ก็เลือกที่จะยอมย้ายออกไปอย่างสวยๆ ข้ามฟากไปอยู่กับวูล์ฟ พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาพรีเมียร์ลีก และก็คว้าแชมป์มาประดับบารมีอีกครั้งนึงในชีวิตเขา ก่อนสุดท้ายในปีถัดมาเขาจะได้กลับมาเยือนยังโอลด์แทรฟฟอร์ดในปีนั้นกับวูล์ฟ และได้รับการstanding ovationอย่างกึกก้องจากแฟนบอลที่ไม่เคยลืมสิ่งที่เขาเคยทำไว้ให้แก่สโมสรแห่งนี้ของแฟนบอล

เออร์วินประสบความสำเร็จในสิ่งที่เป็นความฝันของชายหนุ่มมากมายบนโลกนี้ และลงสนามรับใช้ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนไปทั้งสิ้น56ครั้ง ทำได้4ประตู แม้ว่าจะหลุดไปในฟุตบอลโลก Italia 90 ที่ทำได้แค่นั่งดูเพื่อนเตะอยู่ที่บ้าน นั่งในบาร์เล็กๆที่Corkบ้านเกิด

แต่เขาก็มาเป็นส่วนหนึ่งในลูกทีมของแจ็ค ชาร์ลตัน หนีบไป US 94 อย่างที่ได้เกริ่นมาแล้ว ซึ่งสร้างความตื่นตะลึงด้วยการอัดทีมชาติอิตาลี ที่รู้ๆกันอยู่ว่าแกร่งขนาดไหนปีนั้น ในเกมที่สนามเมืองนิวเจอร์ซีย์ และกลายเป็นเทพนิยายไอริชในที่สุดจากประตูใบไม้ร่วงแนวตรงของ Ray Houghton  เฉือนอิตาลี 1-0 ในเกมนั้น ก่อนที่อัซซูรี่ที่นำโดยบาจโจ้ จะกรุยทางรวดเดียวถึงรอบชิงและไปพ่ายให้กับโรมาริโอ้ เบเบโต้ และทัฟฟาเรลในรอบชิงแบบโคตรดราม่า

Denis Irwin VS Dino Baggio : US 94

ในยุคปัจจุบันนี้นักเตะแบบเดนิส เออร์วินนั้นหายากมากๆแล้วในเกมลูกหนังยุคปัจจุบัน เมื่อแฟนแมนยูไนเต็ดมองย้อนไปในสายโทรศัพท์ครั้งตำนานตอนนั้นเมื่อปี1992 ที่ติดต่อมาขอซื้อเออร์วินไป แต่ทำให้เรากลับได้เดอะคิงคันโตน่าเข้ามาร่วมทีม เราต้องขอบคุณSir Alex Ferguson อย่างแท้จริงที่รั้งเออร์วินเอาไว้

ในยามที่ปัจจุบันโอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีแบ็คซ้ายสองคนที่เก่งกันแค่คนละอย่างนั้น แฟนบอลเราในตอนนี้ก็คงคิดถึงชายผู้นี้ แบ็คซ้ายในตำนานที่เหมือนร่างฟิวชั่นของ "พลังป้องกันจาก Luke Shaw" + "จุดโทษ ฟรีคิกจากAlex Telles" ละมั้ง

ถ้าลดอายุเออร์วินได้สัก30ปี จะจับลงสนามโชว์ให้เด็กมันดูซะให้เข็ด!!

-ศาลาผี-

References

https://thesefootballtimes.co/2017/12/07/denis-irwin-the-quiet-professional-who-became-one-of-sir-alex-fergusons-greatest-signings/

https://www.youtube.com/watch?v=Dq_Av65L4R0

https://www.youtube.com/watch?v=b5cqeObhX-Y

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด