:::     :::

คุยกับ "เมสซี่เจ" เอ็กซ์คลูซีฟชีวิตอินเจแปน EP1

วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2560 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
12,562
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
คุยกับ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ดาวเตะซุปตาร์ที่ทำตัวน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย มาคุยกันแบบสไตล์ ถาม-ตอบ ในเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังที่ไหนมาก่อน เนื่องจากคุยกันนานต่อเนื่องถึง 2 วัน เลยขอแบ่งเป็น 2 EP ในตอนแรกจะเป็นการเล่าให้ฟังถึงชีวิตการผจญภัยที่เจลีกครึ่งซีซั่นแรก

แมน : เจครับพี่อยากทำคอลัมน์ถามตอบสัมภาษณ์เจหน่อยได้มั้ยครับ 

เจ : ได้เลยพี่แมน ผมก็ติดตามอ่านของพี่อยู่เหมือนกันครับ

แมน : วันที่ 20 ธ.ค.นี้เจจะลาบวชแล้วหรอ อนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

เจ : ครับก็ตั้งใจไว้นานแล้วพี่ 

แมน : เป็นยังไงบ้างกับปีแรกในการไปค้าแข้งเจลีกกับซัปโปโรครับ แล้วจะกลับไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่

เจ : ก็โอเคนะพี่ ผมก็ต้องพยายามปรับตัวให้ดีขึ้นอีกต่อไปในปีหน้า ผมจะกลับญี่ปุ่นวันที่ 9 มกรา นี้ ช่วงนี้เหนื่อยมากครับ มีงานทุกวันเลย วันนี้ก็มีพรุ่งนี้ก็มีทั้งวันอีก

แมน : เอาจริงๆ นะการปรับตัวที่ญี่ปุ่นยากมั้ย คนญี่ปุ่นเขาชาตินิยมมากจริงหรือเปล่า มีใครดูถูกบ้างมั้ย ตอนนี้เราคิดว่าเขายอมรับในตัวเจเต็มร้อยหรือยัง

เจ : ก็ไม่ยากมากเท่าไหร่นะครับ ผมโชคดีด้วยที่คนที่นี่เขาคอยช่วยเหลือผมเยอะมาก เรื่องชาตินิยมหรือดูถูกคนอาเซียน ที่อื่นผมไม่รู้นะ แต่ที่ฮอกไกโดไม่มีแน่นอน ทุกคนนิสัยดีมากๆ วันแรกที่ผมมาซ้อมกับทีม (ชินจิ) โอโนะ เข้ามาคุยแล้วชมว่าผมคือเดอะเบสต์ของทีมนี้เลย หลังซ้อมก็เป็นคนแรกที่ชวนผมไปทานข้าวด้วย ทั้ง (จุนอิจิ) อินาโมโตะ, (ทาคุมะ) อาราโนะ พวกนี้ก็อัธยาศัยดีมาก ส่วนเรื่องการยอมรับก็คงยังไม่เต็มร้อยทุกคน แต่โดยรวมก็ดีขึ้นมากครับ ผมว่าคนที่นี่เขาเป็นมืออาชีพพอ คือถ้าเราเล่นได้ เข้ากับเขาได้ เขาก็ยอมรับเรา ไม่เกี่ยวว่าเราเป็นคนชาติไหนหรอกครับ

แมน : คิดว่าเป็นเพราะด้วยบุคลิกของเจด้วยหรือเปล่า ที่ทำให้เข้ากับเพื่อนๆ ได้ง่าย คือเป็นคนไม่น่าหมั่นไส้อะไรงี้ เพราะโค้ชไทยหลายๆ คนก็ชมให้พี่ฟังนะ ว่าเจเป็นคนโอเพ่นเข้ากับคนอื่นง่าย บุคลิกอย่างเจไปอยู่ที่ไหนก็ได้

เจ : ก็น่าจะใช่แหละครับ ผมไม่เคยทำตัวเป็นซูเปอร์สตาร์นะ เพราะผมก็ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ด้วย ผมก็เป็นตัวของผมเองแบบนี้แหละ อาจจะทำให้เขารู้สึกไม่หมั่นไส้เรา นักเตะบางคนที่เป็นซูเปอร์สตาร์ หรือแม้แต่ไม่ได้สตาร์อะไรมากมาย ทำตัวหยิ่งๆ เขาก็ไม่อยากคบหาด้วยนะ อยู่ที่นี่ผมสบายใจมาก เพราะมีเพื่อนที่คอยให้ความช่วยเหลือและแนะนำผมตลอดครับ

แมน : เจก็สตาร์น่ะแหละ แต่สตาร์คนอื่นเขาอาจจะไม่มีบุคลิกเหมือนเจมั้ง แล้วมีใครในทีมที่สนิทเป็นพิเศษบ้าง

เจ : เยอะอยู่นะ ที่ไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ ก็มี อินาโมโตะ, โอโนะ, อาราโนะ, เคน, ฟุกุ พวกนี้อะพี่ บอกเลยว่า โอโนะ กับ อินาโมโตะ เขาช่วยผมเยอะมากจริงๆ ที่ผมปรับตัวได้เร็วก็เพราะเขาคอยช่วย เราพูดภาษาญี่ปุ่นยังไม่ค่อยได้ เขาก็ช่วยแนะนำตลอด ในสนามซ้อม โอโนะ ชอบมาซ้อมกับผม ผมดีใจมากเลยนะเพราะคนดังระดับตำนานของญี่ปุ่นขนาดนี้ให้การยอมรับเรา

ชินจิ โอเยส  เอ๊ย โอโนะ เป็นพี่ที่แสนดีของเจ

แมน : พูดตามตรงนะ พี่ว่าหลายคนก็อาจคิดเหมือนพี่ คือเวลาดูถ่ายทอดสดรู้สึกว่าบางคนไม่ค่อยจ่ายบอลให้เจ จนถึงนัดสุดท้ายก็ยังเห็นแบบนั้นอยู่นะ

เจ : ก็อาจจะมีบ้างบางคนพี่ที่เขายังไม่ไว้ใจเรา 100% แต่ตอนซ้อมเราก็เห็นกันอยู่แล้วนะ ผมกล้าพูดได้เลยว่าผมคือคนที่เสียบอลยากที่สุดในทีมแล้วล่ะ บางจังหวะเขาอาจจะไม่กล้าจ่ายให้เรา คือเวลาผมวิ่งหาช่อง ผมจะคิดล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะทำอะไรต่อ แต่ถ้าจังหวะแรกบอลยังไม่มา ก็ต้องเปลี่ยนแผนไป คือเราก็พยายามพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าถ้าส่งบอลมาให้เราแล้วเราจะไม่ทำเสีย 

แมน : ความสัมพันธ์กับ (อากิโตะ) ฟุกุโมริดีมั้ย นอกสนามเป็นไงบ้าง เขาเป็นคนยังไง แล้ว (ชินโงะ) เฮียวโดะ ล่ะ บางทีพี่เห็นมีจังหวะที่เจเสียบอลแล้วเขาออกอาการเยอะ จริงๆ ก็มีอยู่ช่วงนึงนะที่แฟนบอลเอาไปเทียบกันตอนที่ เจ เจ็บจากทีมชาติแล้ว เฮียวโดะ ลงแทน ก็มีคนทึกทักกันไปว่าเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งตัวจริงกับเจ

เจ : ฟุกุโมริ อ๋อฟุกุน่ะหรอ โหไอนี่แม่งโคตรเก่งอะพี่ ลูกนิ่งลูกเปิดมันแม่นสุดๆ ผมบอกได้เลยว่าที่เราเคยเห็นกันที่ไทย ที่ญี่ปุ่นมีเก่งๆ กว่าเพียบ ผมไม่ได้มีปัญหาไรกันเลยนะ ไปกินข้าวด้วยกันประจำ เวลาซ้อมมันก็ซ้อมแบบนั้นนะ คือโค้ชเขาก็ให้เปิดทะแยงมุมขวางสนามยาวๆ ตลอด คงเป็นด้วยแท็กติกมากกว่า เพราะกองหน้าทีมเรามีตัวใหญ่ๆ สูงๆ เวลาโต้กลับก็เลยอาจจะมองไปที่ข้างหน้าให้พักบอล ส่วน เฮียวโดะ ผมไม่เห็นเคยรู้เลยนะว่ามีเรื่องอย่างนั้น ไม่น่ามีไรหรอกพี่ คือจะให้เราลงทุกเกมเลยก็คงไม่ใช่ ตอนนั้นผมก็เจ็บอยู่ด้วย แต่การที่โค้ชให้เรากลับมาเป็นตัวจริงทันทีก็เห็นได้ว่าโค้ชเขาไว้ใจเราแล้วล่ะ คือชูเฮเป็นคนที่ให้โอกาสผมมากจริงๆ นะ 

เจยืนยันว่า ซี้ย่ำปึ้กกับ อากิโตะ ฟุกุโมริ แบ็กจอมปั่นฟรีคิก

แมน : ตอนที่เจ็บจากทีมชาตินัดเยือนออสเตรเลีย แล้วกลับไปญี่ปุ่น พี่เห็นข่าวเขาลงว่าเจกลับไปขอซ้อมเลยหรอ แล้วเขาจับแยกซ้อมเดี่ยว จนเขาเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจอะไรอย่างนั้น

เจ : ไม่ใช่อะพี่ เขาไม่มีทางให้ผมซ้อมหรอก ผมไปถึงก็เข้าแสกน MRI เลย ผมกล้ามเนื้อฉีก แต่ก็ไม่ได้มากอะไร ที่นั่นเขาไม่ฝืนให้ซ้อมหรือลงเล่นหรอกถ้ามีอาการบาดเจ็บน่ะครับ 

แมน : อ๋อ เออๆ พี่เห็นข่าวเขาลงแบบนั้นอะ แล้วตอนนี้อาการบาดเจ็บยังมีอยู่บ้างเปล่า

เจ : ไม่มีแล้วนะ มีแค่อาการล้า เพราะเราลงเล่นตลอด กลับมาไทยก็มีงานทุกวันเลย รู้สึกเหนื่อยๆ ล้าๆ อยู่บ้าง

แมน : พี่เคยคุยกับพี่เฮง (วิทยา เลาหกุล) แกบอกว่าอยากให้เจซ้อมยิงฟรีคิก และอาสายิงจุดโทษบ้างเพื่อเพิ่มความสำคัญมีอิทธิพลในทีมมากขึ้น เราเคยทำหรือเปล่า

เจ : คนที่เขายิงอยู่เขาก็สุดยอดแล้วนะพี่ ฟุกุ นี่คือโคตรเก่งที่สุดแล้ว เท้าซ้ายมันเหมาหมดทุกอย่างฟรีคิกเตะมุม คือต้องยอมรับว่ามันเก่งจริงๆ คือในทีมโค้ชเขาก็กำหนดไว้แล้วล่ะว่าใครจะเล่นลูกนิ่ง จุดโทษก็มีตัวยิง 1-2-3 แล้ว ผมคงไม่ไปแย่งหรอกพี่ ผมไม่ได้ซีเรียสนะว่าจะต้องเป็นคนยิงฟรีคิกยิงจุดโทษ อาจเพราะผมเป็นคนขี้เกรงใจด้วย ในไทยครั้งสุดท้ายที่ผมเป็นตัวยิงจุดโทษก็สมัยบอลนักเรียนนู่นเลย พอโตมาก็มีรุ่นพี่เขายิงตลอด ผมก็ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องเป็นคนยิงให้ได้

แมน : แล้วพวกตัวบราซิลในทีมล่ะ โจนาธาน เฮส อ่านว่าเฮส หรือ รีส หรือ ไรส์ ยังไงแน่ แล้ว (ดิเอโก้) มาเชโด้ หรือ จูลินโญ่ พวกนี้เขาดีกับเรามั้ย ช่วงหลังๆ เห็นหายไปหมดเลย จูลินโญ่ ก็เจ็บยาว พอรู้มั้ยว่าปีหน้าจะยังอยู่กับทีมหรือเปล่า

เจ : เฮสครับพี่ บราซิลสนิทกันทุกคนครับ นิสัยดีมาก คือคนบราซิลเป็นสไตล์ชิวๆ อยู่แล้ว ไม่มีมาหยิ่งมาแอ๊กใส่กัน เฮสน่าจะอยู่ต่อนะ ส่วน มาเชโด้ ที่เขาไม่ได้ลงเพราะสัญญากำลังจะหมดด้วยล่ะ เป็นเรื่องธรรมดาที่ไหนก็เป็น คือถ้าพวกใกล้หมดสัญญาก็แบบนี้แหละ จูลินโญ่ ผมไม่แน่ใจนะ ก็ไม่น่าจะอยู่ต่อเหมือนกัน

แมน : ปีนี้เราได้เจอสตาร์ดังๆ หลายคนเลยนะ แต่ละคนเป็นไงบ้าง เคนโงะ (นากามูระ), (ชุนสึเกะ) นากามูระ, (ยาสึฮิโตะ) เอ็นโดะ ฯลฯ ได้พูดคุยกันหลังเกมบ้างมั้ย เขาคุยกะเจว่าไงบ้าง ได้แลกเสื้อกันรึเปล่า นิสัยดีอัธยาศัยดีมั้ยเจ

เจ : ก็มีแลกเสื้อกับ (เคนโงะ) นากามูระ เขาก็พูดถึงเราในทวิตเตอร์ด้วย ปลื้มมากเพราะเราชื่นชอบเขาอยู่แล้ว ส่วนเอ็นโดะไม่ได้คุยอะไรกันเลย ก็มีขอถ่ายรูปคู่กันอยู่ เอ็นโดะนี่คือสุดยอดอะพี่ คนบ้าอะไรจ่ายบอลโคตรเนียนกริบ เปิดแต่ละลูกยังกับจับวาง ยอมรับเลยว่าเก่งจริงๆ พวกนี้เขาก็ดีนะครับ ผมว่านักบอลที่นี่เขาเจอนักเตะจากหลากหลายประเทศ เขาไม่มาคิดหรอกว่ามาจากประเทศไหน ถ้าฝีเท้าถึงเขาก็ยอมรับทั้งนั้นแหละ คือเขาผ่านอะไรมาเยอะจนไม่คิดเรื่องเชื้อชาติพวกนี้แล้วมั้ง ผมเองยังไม่เคยเจอคนที่ญี่ปุ่นดูถูกเลยนะ ตอนแรกที่มาก็แอบๆ กลัวเหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงมันดียิ่งกว่าที่คิดไว้เยอะเลย

ภาพจากทวิตเตอร์ของ เคนโงะ นากามูระ มิดฟิลด์ตัวเก๋าของ คาวาซากิ ฟรอนทาเล่

แมน : เจจำตอนที่แลกเสื้อกับเมสซี่ ได้เปล่า ที่บาร์เซโลน่ามาเตะกับทีมชาติไทยอะ หลายปีแล้วจำได้มั้ยว่าได้คุยอะไรกันบ้าง

เจ : จำได้สิพี่ ไม่ได้คุยอะไรกันเลยพี่ เขาชูนิ้วโป้งให้ผมอย่างเดียว ตอนนั้นก็แลกเสื้อกัน แล้วก็ยิ้มกอดคอถ่ายรูป ไม่รู้นะว่าเขาพูดอังกฤษได้หรือเปล่า เขาน่าจะพูดสเปนนะ  ผมปลื้มจะตายเพราะนี่คือนักเตะที่ผมโคตรปลื้มที่สุดแล้ว ผมบอกได้เลยนี่แหละนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก โรนัลโด้ก็โรนัลโด้เถอะ ขนาดทีมชาติอาร์เจนติน่า เมสซี่ยังแบกแทบคนเดียวเลย 

แมน : เมสซี่กับโรนัลโด้ใครเก่งกว่ากันนี่ก็เหมือนถามไก่กับไข่อะนะ 55 เมสซี่นี่เดอะแบกของจริง เสียดายที่เขายังไม่เคยได้แชมป์กับทีมชาติ แต่โรนัลโด้ได้ไปแล้ว เห็นพี่จุ้ง (คุณพ่อของเจ) ชอบมาราโดน่ามาก และอยากให้เจเก่งเหมือนมาราโดน่าด้วย เจว่าเมสซี่เก่งกว่ามาราโดน่ามั้ย

เจ : ไม่แน่นะพี่ปีหน้าเมสซี่อาจจะพาอาร์เจนติน่าได้แชมป์โลกก็ได้ กับมาราโดน่าผมว่าเทียบยากเพราะคนละยุคกัน แต่มาราโดน่ายิ่งแบกกว่าเมสซี่อีกนะ คนบ้าอะไรย้ายไปนาโปลีแล้วพาทีมคว้าแชมป์เลย เก่งทั้งกับนาโปลีและทีมชาติด้วย ผมว่าเขาคือที่สุดของคนละยุคกัน

แมน : อืมก็จริงนะ แต่ไม่รู้ว่าถ้าเอาเมสซี่ไปอยู่นาโปลีตอนนั้น แล้วจะพานาโปลีได้แชมป์รึเปล่าเนาะ แล้วถ้าในเอเชียล่ะ เจ คิดว่าใครเก่งที่สุด   

เจ : ผมว่า โอมาร์ (อับดุลเราะห์มาน ทีมชาติยูเออี) นะ 

แมน : อืมตอนนั้นที่เจอกันในทีมชาติ เห็นหลังเกมมากอดแลกเสื้อกันอยู่ พี่ไม่แน่ใจว่าฟ็อกซ์สปอร์ตหรือเปล่าเขาเอาภาพนั้นลงแล้วขึ้นแคปชั่นว่า "The Best of West and East" ด้วยนะ คือที่สุดแห่งเอเชียตะวันออกกับตะวันตก  

เจ : จริงดิพี่ ผมไม่เคยรู้เลย โอมาร์ผมว่าเขาก็นิสัยดีนะ เดี๋ยวคิงส์คัพปีหน้าอาจจะได้เจอกันอีก แต่ไม่รู้ผมจะได้เล่นรึเปล่า

แมน : ได้เล่นดิ เพราะเป็นฟีฟ่าเดย์นะ แข่งมีนาคมไง ช่วงฟีฟ่าเดย์เลย ตอนนี้ก็มี สโลวาเกีย, ยูเออี คอนเฟิร์มแล้ว อีกทีมน่าจะเป็นแคนาดามั้ง

เจ : จริงดิพี่ ฟีฟ่าเดย์ด้วยหรอ งั้นก็มันส์เลย ดีแล้วเอาทีมเก่งๆ มา ใส่กันสนุกแน่ ถ้าฟีฟ่าเดย์ผมก็คงมีโอกาสได้เล่นล่ะครับ

มีนาคมปีหน้าอาจได้เห็นคู่นี้ดวลกันอีกครั้งในคิงส์คัพ

แมน : อืมเดี๋ยวปีใหม่ ทีมเปลี่ยนโค้ชใหม่แล้วเป็นมิไฮโล เปโตรวิช คนนี้ประสบการณ์สูงเลยนะเคยคุมทีม อุราวะ เร้ด ไดม่อนส์ ลุ้นแชมป์มาตลอด แบบนี้เป้าหมายของทีมก็น่าจะไม่ใช่การดิ้นรนหนีตกชั้นเหมือนปีนี้แล้ว เจน่าจะได้ปรับตัวดีกว่าปีที่ผ่านมาเพราะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น ไม่ได้เข้าไปเลกสองเหมือนฤดูกาลนี้ คิดว่าโค้ชใหม่เป็นยังไง สไตล์การเล่นจะแตกต่างจากชูเฮ โยโมดะ มั้ย เราต้องพิสูจน์ตัวเองยังไงอีกบ้าง จำได้ว่านัดแรกที่เจลงเล่นในลีก ก็คือเกมที่เราชนะเขาแล้วทีมปลดเขาออกเลย

เจ : ครับเป็นเกมแรกที่ผมเล่นในลีกเลย เราเปิดบ้านชนะอุราวะ 2-0 แล้วเขาก็โดนปลด ผมว่าการเปลี่ยนโค้ช ทางทีมคงมองถึงการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นนึง ไม่ใช่เพราะผลงานของชูเฮหรอก ชูเฮเองก็ยังไม่ได้ไปไหนนะ แค่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ช่วยโค้ช เขายังอยู่กับทีม เรื่องสไตล์ของโค้ชใหม่ผมไม่รู้เหมือนกันอะ ต้องรอดูว่าเขาจะเล่นยังไง แต่การได้เริ่มตั้งแต่ปรีซีซั่น ได้ปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมทั้งเก่าและเข้ามาใหม่ มันดีอยู่แล้วพี่ ตอนที่ผมเข้ามาใหม่ๆ ผมเหนื่อยมากเพราะลงเล่นที่ไทยมาเยอะทั้งสโมสรและทีมชาติ แต่ตอนนี้เราอยู่ในทีมแล้ว ผมไม่รู้หรอกว่าโค้ชจะใช้เราแบบไหนยังไง แต่ผมก็จะพยายามเต็มที่เพื่อให้โค้ชเขาเห็นอยู่แล้วครับ

แมน : ถามถึงเรื่องนอกสนามหน่อย แต่ละวันพักที่ไหน ทานอาหารที่ไหนยังไง ต้องทำอาหารกินเองมั้ย หรือออกไปกับเพื่อนๆ แทบทุกวัน เขามีกำหนดอาหารแต่ละมื้อมั้ยว่าต้องทานอะไร เรื่องโภชนาการอะไรพวกนี้

เจ : ซ้อมเสร็จก็มีมื้อเย็นที่คลับนะพี่ เขาจะให้ไปลงชื่อว่าจะอยู่ทานหรือไม่ทาน ก็เป็นอาหารญี่ปุ่น มีเนื้อสัตว์บ้าง เน้นให้ครบ 5 หมู่ แต่ถ้าไม่ทานของเขา จะออกไปหากินกันเอง หรือกลับหอ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมไม่ทำอาหารเองหรอกพี่ เพราะผมทำไม่เป็น 

แมน : พี่เคยเห็นพี่เฮงเล่าให้ฟังว่า ยิม วรชิต โดนทางสโมสรที่ไปทดสอบฝีเท้าเขาคอมเพลนมาว่า ยิม มีปัญหาไม่ค่อยทานข้าวเช้า นึกว่าเขาจะคอยเช็กคอยตรวจซะอีกว่าเราทานอาหารครบตามโภชนาการมั้ย

เจ : น่าจะเพราะยิมไปอยู่ในกลุ่มทดสอบ หรือเป็นเยาวชนล่ะมั้งครับ เลยต้องพักอยู่กับเค้าด้วย แต่ของพวกผมไม่มีนะ เขาไม่ได้มากำกับเรื่องอาหารอะไรเลย อาจเพราะเป็นชุดใหญ่แล้ว คือเราเป็นนักบอลอาชีพต้องดูแลตัวเองกันอยู่แล้ว

แมน : แล้วช่วงพักฤดูกาล ได้คุยได้ติดต่อกับเพื่อนร่วมทีมอยู่บ้างเปล่า มีชวนเพื่อนๆ ที่นั่นมาเที่ยวเมืองไทยบ้างมั้ย

เจ : ไม่ได้ชวนนะพี่ ไม่ได้คุยกันเลย แค่นี้ผมก็เหนื่อยจะตายอยู่แระ แต่เขาต้องมาอยู่แล้วล่ะ ก่อนผมไปเขาก็มาเที่ยวอยู่แล้ว พวกนั้นเขาชอบเมืองไทย ชอบกินอาหารไทยด้วย เขาก็คงมากับครอบครัว คงไม่ได้จะมารบกวนอะไรเรา ผมก็กำลังจะบวชด้วย

แมน : เห็นมีคลิปหลังซ้อมเสร็จหรือแข่งเสร็จเนี่ยแหละ พาเพื่อนร่วมทีมไปทานข้าวที่บ้านด้วย เป็นอาหารไทยหรือเปล่า เขากินเผ็ดกันได้มั้ยอะ แล้วมีใครบ้างที่ไปบ่อยๆ

เจ : ผมทำกับข้าวไม่เป็นเลยพี่ อ๋อที่แฟนผมทำใช่มั้ย ผมบอกเลยนะ แฟนผมเนี่ยทำกับข้าวอร่อยมาก เห็นอย่างนี้เถอะบอกได้เลยว่าฝีมือดีเลยล่ะ คนที่มากินก็หลายคนอะพี่ พวก อาราโนะ หรือ เคน ก็มาตลอดนะ

แมน : น่าจะจริงแหละ พี่เคยไปร้านอาหารของเมย์อยู่เหมือนกัน ระดับเปิดร้านอาหารคงต้องฝีมือไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

เจ : เดี๋ยวผมต้องขอตัวก่อนนะพี่ พอดีผมมีธุระ นั่งรถมาถึงที่แล้ว ไว้พรุ่งนี้คุยกันใหม่นะพี่ โอเคนะ

แมน : ได้เลยเจ ขอบคุณมากๆ 


ขอตัดจบ EP1 ไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวตอนหน้าจะเป็นการกล่าวถึงข่าวการย้ายไปค้าแข้งเจลีกของ ธีรศิลป์ แดงดา ใครบ้างคือคนที่ เจ อยากให้ไปร่วมทีม และจริงหรือไม่ที่จะมีนักเตะไทยคนอื่นอีก ไปร่วมทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร รวมถึงอีกหลายเรื่องราวที่ลึกแต่ไม่ลับ รอติดตามเร็วๆ นี้ครับ

EP2 มาเรียบร้อยแล้ว กดอ่านได้ที่นี่เลยครับ https://www.thsport.com/column-411.html

ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช้ก็กดแชร์ แล้วอย่าลืมให้เครดิตกันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์ อัตตโนรักษ์)



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด