:::     :::

บูมมม...วู้ดเบิร์น

วันจันทร์ที่ 04 กันยายน 2560 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
16,268
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จะบอกว่าคงไม่มีใครที่ฮอตเท่า เบน วู้ดเบิร์น อีกแล้ว

    ไอ้หนูวัย 17 ย่างเข้าขวบปีที่ 18

    ลงสนามมาเพียง 261 วินาที

    และ บูมมม...

    ประตูแรกในนามทีมชาติเวลส์

    มันเป็นประตูชัยที่ทำให้ทัพมังกรแดงเฉือนชนะออสเตรีย 1-0 ต่อลมหายใจโอกาสเข้าไปให้ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้เพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง

    สุดท้ายหาก เวลส์ตะกายดาวไปยังรัสเซียได้สำเร็จ แน่นอนหนุ่มน้อย วู้ดเบิร์น อาจมีโอกาสเป็นหนึ่งใน 23 ขุนพลคนสำคัญด้วย


เปิดตัวด้วยประตูแรกในนามทีมชาติทันที



    แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่ใช่เด็กหน้าใหม่สำหรับเหล่าคนคลั่งบอลแต่อย่างใด

    ชื่อเสียงของเด็กหนุ่มจากเชสเตอร์เริ่มกระแทกหูแฟนลูกหนังตั้งแต่เมื่อพฤศจิกายนปีก่อนแล้ว เมื่อเขาลุกจากม้านั่งสำรองลงมาลั่นสกอร์ใส่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในเกมลีก คัพ บันทึกอายุตอนนั้น 17 ปี 14 วัน ทำลายสถิติของ ไมเคิ่ล โอเว่น ฐานะนักเตะอายุน้อยสุดที่ยิงประตูให้ ลิเวอร์พูล


กลายเป็นนักเตะหงส์แดงอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูได้



    แม้ประสบการณ์บนเวทีลูกหนังของ วู้ดเบิร์น จะเพิ่มเริ่มต้น โดยเขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีก 1 นัด เอฟเอ คัพ อีก 3 นัด รวมถึงการเป็นตัวสำรองให้หงส์แดงอีก 5 ครั้ง แต่ คริส โคลแมน กุนซือทีมชาติเวลส์มองเห็นถึงศักยภาพในตัวเจ้าหนูรายนี้เลยรับบทเจ๊ดัน กระโดดถีบขึ้นชุดใหญ่ทันที

    "ผมรู้สึกว่าเขามีอะไรบางอย่างภายในตัวเอง เพราะว่าผมจับตาดูเขามาก็พอสมควร" โคลแมน กล่าว

    "เขามาที่โปรตุเกสกับเราก่อนที่เราจะเล่นกับเซอร์เบีย และเขาดูโดดเด่นมาก"

    "ผมกำลังจะให้โอกาสเขาในเกมที่เบลเกรด แต่เขาดันบาดเจ็บเสียก่อน ต้องขอบคุณเกมกับออสเตรียที่ทำให้เขาได้เริ่มต้นกับเรา"

    อันที่จริง ก่อนหน้านี้หาก วู้ดเบิร์น จะเลือกเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษก็ได้ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะพาตัวเองไปสู่ชาติต้นกำเนิดที่แท้จริงของเขา

    เขาเกิดที่น็อตติงแฮม และเขาก็มีโอกาสที่จะเลือกเล่นให้กับทัพสิงโตคำราม แต่หนึ่งในเหตุผลที่เขาเลือกรับใช้ทีมมังกรแดง อาจเป็นเพราะเขาได้รับการเลี้ยงดู และเติบโตมาในเมืองเชสเตอร์ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนของเวลส์

    และ วู้ดเบิร์น ก็รู้ว่าเวลส์คือสายเลือดที่แท้จริงของเขา เขาอยู่ในทีมเยาวชนของเวลส์มาตั้งแต่พฤษภาคม ปี 2013 โดย โอเซียน โรเบิร์ตส์ มือขวาของ โคลแมน ได้กล่าวเสริมว่า "ผมรู้ว่ามีการชักชวนให้เบนไปเล่นให้อังกฤษ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมีทางเกิดขึ้น เราอยู่ในตำแหน่งที่ดี เพราะเราได้พูดคุยกับครอบครัวของเขาแล้ว"

    ด้าน โคลแมน เองก็เคยออกมาบอกเองว่าเขาจะไม่ให้โอกาส วู้ดเบิร์น หรอก หากเขาไม่คิดว่าไอ้หนูนี่พร้อมแล้ว ซึ่งประตูชัยที่ทำได้ในเกมกับออสเตรียก็คือคำตอบชั้นดี

    แล้วความสามารถอันโดดเด่นของเขาคืออะไร

    ???

    "เกมกับออสเตรียมันค่อนข้างอึดอัด แต่เขาก็เล่นกับบอลได้นิ่ง และพยายามหาพื้นที่ว่าง" แอนดี้ คิง รุ่นพี่ในทัพมังกรแดงกล่าว

    ส่วน เบน เดวิส แนวรับอีกคนก็เสริมว่า "เขาเป็นนักเตะคนพิเศษ เราได้เห็นมาแล้วตลอดการเข้าฝึกซ้อมในช่วงหลังๆ"

    ทว่าหนึ่งในคนสวนกระแสความแรงของ วู้ดเบิร์น เลยก็คือกุนซือหงส์แดงอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์

    เขาค่อนข้างกลัวว่าความโด่งดังจากทีมชาติจะก่อผลร้ายต่อพัฒนาการของลูกทีมคนโปรด


คล็อปป์กังวลว่าวู้ดเบิร์นจะดังเร็วเกินไปจนเสียเด็ก



    แต่สำหรับเวลส์ พวกเขาเชื่อว่านักเตะคนนี้มีความโดดเด่นที่สามารถเล่นเคียงข้างกับบรรดาซูเปอร์สตาร์อย่าง แกเร็ธ เบล, อารอน แรมซี่ย์ และ โจ อัลเลน แล้ว

    และตัวของ วู้ดเบิร์น ก็ตั้งความหวังไว้เช่นกันกับการมีโอกาสไปเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

    เขาเคยพูดถึงเรื่องดังกล่าวไว้ว่า "นั่นคืออีกหนึ่งความฝันของผมเลย"

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด