:::     :::

อย่างน้อยก็ได้ชื่นใจกับจ่าฝูงบ้าง

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
1,645
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ชัยชนะเหนือ นิวคาสเซิ่ล ทำให้ เชลซี ได้ขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุดของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษเป็นครั้งแรกนับตั้ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามาคุมทีม

แม้ว่ามันจะเป็นเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เถอะ แต่ก็ได้สูดอากาศในที่ที่สูงเหนือใครกับเค้าบ้าง

ถือเป็นการสานต่อผลงานอันยอดเยี่ยมก่อนที่จะพักเบรกทีมชาติ เท่ากับว่าตอนนี้ทีมไม่แพ้ใครมาแล้ว 12 เกมติดต่อกันทุกรายการ แถมชนะมา 5 นัดติดต่อกันแล้ว

แม้ในเกมรุกจะยังไม่มี คริสเตียน พูลิซิช ที่เจ็บ ส่วน ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่สภาพร่างกายยังไม่พร้อมเต็มที่หลังจากติดเชื้อโควิดตั้งแต่ก่อนเบรกทีมชาติ แต่ก็อย่างที่บอกว่าการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาทำให้ทีมมีตัวเลือกที่ทดแทนกันได้อย่างไม่เป็นรอง


เช่นเดียวกับในตำแหน่งเซนเตอร์ที่ตัวเก๋าอย่าง ติอาโก้ ซิลวา ที่ต้องเดินทางไกลไปรับใช้ชาติถึงทวีปอเมริกาใต้ แต่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่ตอนแรกดูเหมือนจะเป็นส่วนเกินไปก็ทำหน้าที่ได้อย่างไร้ปัญหา

ส่วนแกนหลักคนอื่นมี เอดูอาร์ เมนดี้, รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์, มาเตโอ โควาซิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เมาท์, ฮาคิม ซิเย็ค, ทิโม แวร์เนอร์ และ แทมมี่ อบราฮัม

เป็นอีกครั้งที่ จอร์จินโญ่ ถูกอดเป็นแค่ตัวสำรองซึ่งถือเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันแล้วในลีก โดยสองนัดก่อนหน้านี้ได้ลงเล่น 


อย่างที่บอก ดูเหมือนว่าตอนนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ดูจะได้ทีมที่ลงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในรายของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เมื่อได้ไปเล่นเป็นตัวตัดเกม ก็เหมือนกับชุบชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งหลังต้องไปยืนสูงนับตั้งแต่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ มาคุมทีม

แม้ว่ามันจะต้องแลกกับการที่ต้องให้ จอร์จินโญ่ เป็นสำรองในบางครั้งก็ตาม

ในรูปเกมที่เหนือกว่าตั้งแต่ช่วงออกสตาร์ทอยู่แล้วก็มาได้ประตูแบบมีโชคจากลูกเตะมุมสั้นที่สุดท้าย เมสัน เมาท์ เปิดบอลเข้าเขตโทษ เฟเดรีโก้ เฟร์นานเดซ ดันสกัดเหลี่ยมไม่ดีบอลโดนขาตัวเองเข้าประตูไป

        

ไม่ต้องไปพูดถึงว่า เบน ชิลเวลล์ เข้าไปผลักและมีผลรึเปล่าเพราะจากภาพช้านั้นมันเป็นความผิดพลาดของแข้งชาวอาร์เจนติน่าเต็มๆ แต่ก็เข้าใจได้เพราะลูกแบบนี้สกัดยากและการที่บอลพุ่งมาแบบนั้นแต่ตั้งใช้ขาขวาสกัดนั้นต้องเป๊ะจริงๆ

อันที่จริง "สิงห์บลูส์" ควรจะมีประตูเพิ่มหรือปิดเกมได้ตั้งแต่ครึ่งแรกไปแล้ว โดยเฉพาะจังหวะได้ยิงชนิดที่ต้องบอกว่าลูกง่าย แต่กลับหักข้อมากเกินทำให้บอลไม่เข้ากรอบ 

หรือเรียกได้ว่าทำ "หมูหก" ก็ไม่เกินไปกับนักเตะระดับนี้ ลูกแบบนี้


แถมช่วงต้นครึ่งหลังยังมีจังหวะหลุดเดี่ยวแต่คราวนี้คิดเยอะไม่ยิงเองจะจ่ายให้ ฮาคิม ซิเย็ค แต่ก็เบาไปกลายเป็นโดนแนวรับคู่แข่งตามมาสกัดไปได้อย่างน่าเสียดาย

แอบคิดเหมือนกันว่าจะทำให้เสียความมั่นใจรึเปล่า แต่สุดท้ายก็พาบอลแหวกผู้เล่น นิวคาสเซิ่ล ก่อนไหลให้ แทมมี่ อบราฮัม ยิงให้ทีมหนีเป็น 2-0 จนได้

ถ้าลูกนี้จ่ายบอลเสียอีกคนจะดูไม่จืดเลย

ที่จริงทาง "สาลิกาดง" ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาส โดยเฉพาะในครึ่งหลังจากทั้ง ไอแซ็ค เฮย์เด้น, โชลินตอน, ฌอน ลองสตาฟฟ์ และมิเกล อัลมิรอน แต่ไม่อาจส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้


ถือเป็นเกมที่ เมนดี้ ไม่ได้ออกแรงอะไรเยอะมากนัก นอกจากลูกยิงของ มิเกล อัลมิรอน ที่ยิงแฉลบจนต้องออกแรงพุ่งปัดออกหลังไป

เป็นสามคะแนนที่ไม่ได้มาง่ายๆ แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป แม้จะมีติดๆขัดๆไปอยู่บ้างก็ตามที

อย่างที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด บอกหลังจบเกมว่าทีมควรจะยิงประตูได้มากกว่านี้ แต่ในภาพรวมถือว่าทีมทำได้เป็นอย่างดี และนักเตะก็ดูจะกระหายชัยชนะกันอย่างมาก

ตอนนี้ทีมผ่านด่านแรกในช่วงโปรแกรมชุกไปแล้ว นับจากนี้ในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้าทีมยังต้องเผชิญบททดสอบสำคัญกับการต่อสู้ทั้งในพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน


เริ่มจากวันอังคารนี้ที่จะต้องเจอ แรนส์ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตามด้วยการเจอ สเปอร์ส อีกหนึ่งคู่แข่งแย่งแชมป์ลีกที่กำลังแรกในตอนนี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และไปเยือน เซบีย่า ในบอลยุโรป

จากนั้นกลับมาบ้านเจอ ลีดส์ ในพรีเมียร์ลีก ตามด้วยเจอ คราสโนดาร์ ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก และเยือน เอฟเวอร์ตัน ลีก

ต้องบอกว่าในช่วงเกือบ 3 วีกต่อจากนี้ทีมจะต้องลงเล่น 6 เกม หรือแทบจะต้องลงสนามในทุก 3 วันเลย

ถ้าผ่านไปได้แบบสวยๆต้องบอกเลยว่าคงได้ลุ้นกันไปยาวๆ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})