:::     :::

กิเลน ในวันกัดกระต่ายตายบนปาก "โอ่ง"

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ตั้งแต่เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดปี 2009 เอสซีจี เมืองทองฯ มีหนึ่งในสถิติที่ยอดเยี่ยมอยู่มาถึงปัจจุบัน

นั่นคือ ไม่ว่าทีมจะติดลมบน หรือพบตัวเองโคม่าอยู่ในโซนหนีตาย พวกเขาไม่เคยพ่ายต่อ บีจี ปทุมฯ ที่ เอสซีจี สเตเดียม แม้แต่ครั้งเดียว

กับครั้งล่าสุดในศึก เอฟเอ คัพ ก็เช่นกัน

แม้บีจีวันวาน จะต่างจากวันนี้ ที่เพ่นพ่านด้วยซุป’ตาร์ระดับทีมชาติ ขณะที่กิเลนผยอง อุดมไปด้วยผู้เล่นระดับดาวรุ่งเป็นส่วนใหญ่ แต่สุดท้ายผลลัพธ์กลับไม่ต่างจากเดิม

มาริโอ ยูรอฟสกี และลูกทีม ยัดเยียดความปราชัยเป็นนัดแรกของฤดูกาลให้พลพรรคกระต่าย ด้วยผลการแข่งขันที่ “ชนะในเกม” และ “ชนะใจแฟนบอล”

และนี่คือเหตุผล ที่เรามองว่าคือปัจจัยสำคัญให้ เมืองทองฯ ได้รับการชูมือในครั้งนี้

 

แพสชั่น

นอกจากแท็คติกที่ มาริโอ เทใส่ให้ลูกทีม “แพสชั่น” คืออีกสิ่งที่เกรียนโอ้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เมืองทองฯ ในเกมล่าสุดขาดทั้ง พิชา อุทรา กับ วิลเลียม ป็อปป์ ที่ยังไม่หายบาดเจ็บ รวมถึงดรอป แดร์เลย์ ดาวยิงหมายเลข 1 ไว้ที่ม้านั่งสำรอง ขณะที่ บีจี ปทุมฯ จัดเต็มชุดใหญ่แบบเบิ้ม ๆ คือลือ

รูปเกมที่ใครหลายคนคาดไว้ว่าจะเป็น บีจี ที่ไล่นวดเจ้าบ้านอยู่ฝ่ายเดียว กลับพลิกตาลปัด เด็กหนุ่มผสมผู้เล่นวัยโก๋แก่ เปิดหน้าแลกคู่ต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี บอล 1 ต่อ 1 ไม่มีปล่อยผ่านง่าย ๆ ตามบี้ติดทุกจังหวะ เก็บทุกเม็ด จนทำทีมเยือนเสียขบวนบ่อยหน

 

รู้เขารู้เรา

หากใครดู บีจี ปทุมฯ จะรู้ว่า สารัช อยู่เย็น คือผู้เล่นคนสำคัญในแดนกลาง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของเกมรุก โดย “ตังค์” จะถอยมารับบอลจาก 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเพื่อเริ่มเซ็ตเกม

มาริโอ เองรู้จักมักจี่ สารัช เป็นอย่างดี ทำให้เขาเลือกเดินหมากด้วยการบีบเพรสซิ่งสูงใส่คู่แข่ง ใช้ผู้เล่นในแดนกลางอย่าง วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ขยับไลน์ขึ้นมาตามติด สารัช ไม่ให้ออกบอล หรือเล่นได้สะดวก

ซึ่งจุดเริ่มต้นของประตูแรกก็มาจากการที่ วีระเทพ ขึ้นมาบีบ สารัช ไม่ให้เล่นบอลจน อันเดรส ตูเญซ ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการสาดบอลยาวไปให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แต่กลับถูก วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร แบ็กซ้ายที่ดันไลน์มาชิงตัดบอลได้ ก่อนที่บอลจะไปถึง สหรัฐ กันยะโรจน์ คิลเลอร์พาสลอดขา สารัช ให้ ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ กดด้วยขวาเหน่ง ๆ เข้าไป

ลูกทีม มาริโอ ใช้แค่ 3 จังหวะในการปิดบัญชี ทีมที่แนวรับเสียประตูน้อยสุดในไทยลีก

 

แก้เกม

อีกหนึ่งสิ่งในนัดนี้ที่ มาริโอ ยูรอฟสกี ทำได้อย่างดีคือการแก้เกม

เฮดโค้ชมาซิโดเนีย มองเกมในสนามช็อตต่อช็อต เมื่อเห็นจังหวะไหนควรแก้ เขาจะเดินหมากทันที ไม่มีรีรอ ไม่ว่าจะเรียกนักเตะมาติวตัวต่อตัวข้างสนาม หรือใช้ผู้เล่นสำรองแทน

เกมล่าสุดหลัง ศฤงคาร พรมสุภะ บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว เขาตัดสินใจใช้ วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ลงมาเพิ่มมิติที่บอลแดนกลาง พร้อมถอย วัฒนา พลายนุ่ม ลงไปยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

จากนั้นไม่นาน บีจี ที่ใช้รูปแบบบอมบ์ต่อเนื่องอย่างกับ วิมเบอดัน จนมาประสบผลสำเร็จ จาก ตูเญซ ทว่าให้หลังจากที่ถูกตีเสมอ 3 นาที มาริโอ แก้เกมทันที เขาส่ง มาร์โก บัลลินี ปราการหลังส่วนสูง 2 เมตร ลงมายืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ถอด สหรัฐ กันยะโรจน์ ที่วิ่งจนหมดออก และขยับ วัฒนา ขึ้นเป็นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับคู่ ฉัตรมงคล ทองคีรี ตามเดิม ผลลัพธ์คือ บัลลินี และ ลูคัส โรชา ช่วยกันจับคู่สกัดบอลสุดท้ายจากคู่แข่งได้อย่างดี

หรือท้ายเกมที่ วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร บาดเจ็บ จนทีมไม่เหลือแบ็กซ้าย เกรียนโอ้ ส่ง พัชรพล อินทนี ตัวรับสารพัดประโยชน์ลงมา พร้อมขยับ สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ ไปเล่นเป็นแบ็กซ้าย (ซึ่งประตูชัยสุดสวยที่เจ้าตัวทำได้ ก็มาจากการถูกจับโยกไปเล่นฝั่งซ้ายนั่นแหละ)

มาริโอ แก้เกมในโควตาสุดท้ายช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังเขามองว่า วัฒนา วิ่งพล่านจนถึงขีดสุดแล้ว ด้วยการเพิ่มความสดใส่ อติคุณ มีท้วม ไปบดกับแดนกลางคู่แข่ง

 


 นอกจากเหตุผลข้างต้นที่หยิบยกมา ต้องชมใจของเจ้าถิ่นด้วยที่พกดีเอ็นเอผู้ชนะลงไปสนาม

ลูคัส โรชา นัดล่าสุดคือทุกสิ่งอย่างของหลังบ้าน เมืองทอง บู๊ทุกฉากไ ม่ใช้ตัวแสดงแทนตลอด 120 นาที แม้หัวจะมีแผล  

วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กลายเป็นขุนพลหลักในแดนกลาง ทั้งจังหวะครองบอลหรือออกบอลให้ทีมได้เปรียบ

ฉัตรมงคล ทองคีรี ห้องเครื่องที่ยืนอยู่หน้ากองหลัง ไล่ตัดเกม เบรกเกมคู่ต่อสู้ได้บ่อยครั้ง

สมพร ยศ เซฟอุตลุดช็อตสำคัญ ไม่ให้ทีมเสียประตูบ่อยครั้ง

สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ เติมเกมได้สนุกทางฝั่งขวา เลี้ยงกินตัว ไปกับบอลดีมาก พอเปลี่ยนมาเล่นฝั่งซ้ายก็มีประตูสุดสวยให้

ปรเมศย์ อาจวิไล แม้จะไม่มีสกอร์ แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในสนามสามารถเรียกฟาล์ว ปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนได้พอควร รวมไปถึงคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ทั้งหมดคู่ควรแก่คำชมในเกมนี้

บางทีฟุตบอลแบบฉบับ มาริโอ อาจมีข้อดีในตัว

ทีมเล่นฟุตบอลเป็นระบบ ค่อย ๆ เซ็ตเกมขึ้นมาเป็นทอด ๆ ไม่สาดโด่งโฉ่งฉ่างมั่วซั่ว การแก้เพรสซิ่งไม่มีกลัว กล้าเล่น กล้าทำ อาจยังไม่เนียนตา ติดขัดบ้าง แต่ก็ค่อย ๆ ปรับกันไป

ที่สำคัญคือ “ไม่มีสตาร์” โค้ชไม่ได้ยึดติดใครเป็นพิเศษ ไร้บารมีแข้งรุ่นใหญ่ในสนาม “ทุกคนเท่ากัน” ใครเหมาะกับแท็คติกก็จับลงสนาม ทำให้นักเตะอยากลงเล่นมากขึ้น การแข่งขันในทีมสูงขึ้น และทุกคนมีแพสชั่นกับเกม


คำค้นหา : MTUTD FACUP2020 ฟุตบอลไทย
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด