:::     :::

นิวเจเนอเรชั่นแห่ง "ฉลามชล"

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2564 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
1,185
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
"ฟุตบอลแบบยั่งยืน" คือปรัชญาในการทำทีมของ ชลบุรี เอฟซี ที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 2 ทศวรรษ นับตั้งแต่ที่เริ่มต้นทำโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา ก่อนจะมีอคาเดมีของตัวเอง พร้อมกับได้ "โค้ชเฮง"วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคของสโมสรเข้ามาเป็นผู้ดูแล

หนึ่งในมูลเหตุที่พวกเขากล้าทำเช่นนี้ นั่นเป็นเพราะความตั้งใจที่อยากจะพัฒนานักเตะขึ้นมา เพื่อให้สโมสรไว้ใช้งาน และต่อยอดไปถึงทีมชาติไทย 

สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นกันของเยาวชนจาก “ฉลามชล” ณ ตอนนี้ก้าวขึ้นมาต่อยอดสู่ชุดใหญ่แล้ว 2 รุ่น เริ่มจากยุคของ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ที่ขึ้นมาตั้งแต่ยังไม่เต็ม 17 ขวบ ตามด้วย สิทธิโชค ภาโส ซึ่งถูกส่งไปอยู่กับ คาโงชิมะ ยูไนเต็ด เพื่อเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังในลีกระดับ เจ3


ก่อนที่จะเป็น สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ และ กฤษดา กาแมน ที่ขึ้นมาอยู่ในชุดใหญ่เวลานี้ โดยเฉพาะรายหลังที่สามารถเป็นแกนหลักของสโมสรไปแล้ว จนกลายเป็นไอดอลของเด็กๆ หลายคนของสโมสรไปโดยปริยาย

เส้นทางของเหล่าแข้งอคาเดมีเหล่านี้ จะมีรอยต่อของคำว่า “ท่าข้ามพิทยาคม” เพราะสถาบันดังกล่าว พวกเขาถูกส่งไปฝังตัวพร้อมกับเล่นฟุตบอลรายการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยูธ ลีก ระดับประเทศ หรือ กรมพละ ที่สามารถป้องกันแชมป์สมัยที่ 2 โดยกลุ่มรุ่นน้องๆ ของทั้ง 4 คนที่กล่าวมาข้างต้นเมื่อปีก่อน 

หลังจากคว้าแชมป์แต่ละคนก็กระจายไปอยู่ทีมต่างๆ โดยคนที่ขึ้นชุดใหญ่มาก่อนคือ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว เพลย์เมกเกอร์จอมเทคนิคตั้งแต่อายุ 18 ปี จนมาถึงซีซั่นนี้ ตามมาด้วย ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ แบ็คซ้ายดาวโรจน์แห่งวงการบอลไทย ขณะเดียวกัน มีหลายรายถูกส่งไปลับฝีเท้ากับทีมน้องเล็กอย่าง บ้านบึง เอฟซี ที่มี ไพศาล โพธิ์นา กับ ศราวุธ จันทะพันธ์ อดีตแข้ง “ฉลามชล” ดูแลทีมอยู่

ในรายของ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว กับ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ นั้นก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง หลังได้โอกาสจาก “โค้ชเตี้ย”สะสม พบประเสริฐ เทรนเนอร์ปรัชญาสูงของทีมส่งลงสนามบ่อยครั้ง โดยรายแรกมักจะรับบทบาทในการเป็นโจ๊กเกอร์ทำเกมทางฝั่งซ้ายด้วยทักษะที่เหนือชั้น การพาบอลไปแบบติดเท้า พร้อมกับใจที่เกินร้อย ทำให้เขาเองก็ทำประตูแรกในลีกอาชีพไปแล้ว ในนัดที่ ชลบุรี เอฟซี บุกไปแพ้ สมุทรปราการซิตี้ 1-4


ส่วน ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ กลายเป็นแบ็กซ้ายตัวหลักของทีม เมื่อการรีสตาร์ทนัดที่ 5 ของไทยลีก “โค้ชเตี้ย”ส่งเขาลงสนาม และผลลัพธ์คือ เขาวิ่งเติมเกมขึ้นลงได้อย่างเร้าใจ จนแฟนบอลหลายคนยกให้เขาเป็น “ณัฐพงษ์ สมณะ” คนใหม่ไปแล้ว แถมยังถูกเรียกไปติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ เรียบร้อยแล้วด้วย


และเมื่อการตัดจบไทยลีก 3 เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ดาวเตะหลายคนต้องตกงาน แต่ ชลบุรี เอฟซี เลือกดันแข้งดาวรุ่งจาก บ้านบึง เอฟซี ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ตะวัน จันทะเสน, พิทักษ์ พิมแป้, นิติธร ศรีประมาณ, สราวุฒิ เสาวรส, กษิดิศ กาฬสินธุ์, บุคฆอรี เหล็มดี, เกริกพล พลดงนอก

อย่างไรก็ตามมี 3 แข้งที่ทีมเห็นว่าต้องออกไปหาประสบการณ์ต่อกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ด้วยการยืมตัว จากการบอกเล่าของ คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี นั่นคือ “โชค” วรากร ทองใบ , “โอ๊ต”จักรพงษ์ แสนมะฮุง พร้อมด้วย “คอนเนอร์” ชิษณุพงศ์ โชติ


เหตุผลนั้นอยู่ตรงที่ “ฉลามชล” มีความตั้งใจอยากจะให้ทั้ง 3 คน ได้โอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ลีกอาชีพ หลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในไทยลีก 3 แต่พวกเขาเองก็ยังต้องการเกมในลีกรอง เพื่อปรับสภาพของตัวเองให้เข้ากับความแข็งแกร่งของคู่แข่งในลีกที่สูงขึ้นให้ได้

โดยเฉพาะ วรากร ทองใบ พกดีกรีไม่ธรรมดา จนเขาเองถูกยกให้เป็น “พิภพ อ่อนโม้ 2” เพราะมีสัญชาตญาณในการล่าตาข่ายสูงมาก อีกอย่างยังมี ความเร็ว, สปีดต้น และการยิงที่เฉียบคม ล่าสุดเพิ่งจะกดไป 10 ประตูในฟุตบอลกรมพละ 18 ปี ประเภท ก. ครองตำแหน่งดาวซัลโว รวมถึงการพาท่าข้ามพิทยาคม คว้าแชมป์อีกด้วย

ขณะที่ จักรพงษ์ แสนมะฮุง ถือว่าเป็นกองหลังอนาคตไกล ที่ “โค้ชเฮง”วิทยา เลาหกุล เลือกเอาไว้เป็น 11 แข้งในดวงใจของทีมเยาวชน เมื่อครบรอบ 25 ปีการก่อตั้งสโมสร ชลบุรี เอฟซี หลังเคยไปฝึกฟุตบอลกับโครงการ "แอสไพร์ ฟุตบอล ดรีม" ที่ประเทศเซเนกัล 

แม้ว่าจะเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง แต่เขากลับเคยได้รับรางวัล "ผู้เล่นทรงคุณค่า" จากรายการ "ช้าง เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์ คัพ 2015", นักเตะยอดเยี่ยม ไนกี้ พรีเมียร์คัพ 2017 นอกจากนี้ยังมีพี่ชายที่อยู่กับ ชัยนาท ฮอร์นบิล อย่าง เนติพงษ์ แสนมะฮุง ซึ่งแน่นอนว่าในเลกสองจะเป็นการปะทะฝีเท้าครั้งแรกของพี่น้องคู่นี้ บนสังเวียนลีกอาชีพ


ส่วน "คอนเนอร์" ก็มีเท้าซ้ายที่มหัศจรรย์ หลังสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักผ่านรายการ ฟุตบอล 7 คน แชมป์กีฬา 7 สี รุ่นเดียวกับ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ แม้จะไม่ได้แชมป์ก็ตาม แต่เขานี่แหละที่ถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะมีอนาคตที่สดใสในถิ่น ชลบุรี สเตเดี้ยม และในฐานะสุดยอดนักเตะของเมืองไทย

อันที่จริงแล้วพวกเขาวางโปรเจกต์ของเด็กพวกนี้เอาไว้ในปี 2025 ว่าจะต้องขึ้นมาแข็งแกร่งในการลุยไทยลีกด้วยซ้ำ แต่ด้วยโลกลูกหนังที่เปลี่ยนไป ทำให้การใช้โอกาสสร้าง “ฉลามน้อย” ให้กลายเป็น “ผู้ไล่ล่า” มันก็น่าจะดีกว่า ถ้าต้องลงมือในเวลานี้!!

เจเนอเรชั่นใหม่ของ ชลบุรี เอฟซี เหล่านี้นี่แหละที่ถูกวางเอาไว้เพื่อต่อยอดขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ เป็นไปตามนโยบายการสร้างทีมของ "ฉลามชล" ที่ให้ความสำคัญในเรื่องความ "ยั่งยืน" ไม่น้อยไปกว่าความ "ยิ่งใหญ่"

เกียรติยศจากความ "ยิ่งใหญ่" นั้นมันอาจไม่จีรัง แต่ความ "ยังยืน" จะเกิดขึ้นได้นั้น ก็ต้องมาจากการสร้างทีมที่แข็งแรงและมั่นคงอย่างที่ "ฉลามชล" ยึดถือปฎิบัติอยู่ตลอดมานั่นเอง


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด