:::     :::

หงส์กลับมาแล้ว !!!(?)

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2564 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
646
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
รอยยิ้มของนักเตะลิเวอร์พูล เสียงคำรามของเจอร์เก้น คล็อปป์หลังได้ยินเสียงนกหวีดหลังจบเกม บ่งบอกถึงความอัดอั้นในช่วงที่ผ่านมาได้ดีมากๆ เลยนะครับ พวกเขาไม่ชนะใครในลีกมากว่า 5 นัดแล้ว และยิงใครไม่ได้มากว่า 400 นาที ชัยชนะนัดนี้ เหมือนกับเป็นการปลดล๊อกของพวกเขาเลยก็ว่าได้



ปรับขบวนอีกครั้ง !!!


          ลิเวอร์พูลนั้นได้ข่าวดีครับ เมื่อพวกเขาได้กัปตันคนเก่งอย่างจอร์แดน เฮนเดอร์สันและโชเอล  มาทิปกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง แต่แน่นอนครับขึ้นชื่อว่าลิเวอร์พูลไม่เคยมีข่าวดีอย่างเดียวอยู่แล้ว เมื่อพวกเขาก็กลับเสียกำลังหลักอย่างฟาบินโญ่ไปให้อาการบาดเจ็บไปอีก กลายเป็นว่าเฮนโด้ก็ต้องถูกจับไปเล่นเป็นเซนเตอร์อีกครั้ง ถ้าเชื่อเรื่องไสยศาตร์บ้าง มันเหมือนกับว่าพวกเขาทำสัญญากับปีศาจเพื่อที่จะได้แชมป์เมื่อปีที่แล้วมายังไงยังงั้น ปีนี้ปัญหามารุมเร้าพวกเขาได้อย่างไม่หยุดหย่อนจริงๆ แต่ว่านัดนี้มีการเปลี่ยนแปลงและปรับรูปแบบการเล่นในแผงกองกลางอีกครั้งครับ เมื่อเจอร์เก้น คล็อปป์สลับตำแหน่งกันระหว่างจีนี่ ไวนัลดุ้ม กับ ติอาโก้ ให้จีนี่มาเล่นเป็นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวโฮลดิ้งแทน  ซึ่งบอกตามตรงว่าเป็นสิ่งที่ผมอยากให้เป็นแบบนี้ตั้งนานแล้วครับ เพราะคิดว่าติอาโก้นั้นบอบบางเกินไปกว่าจะเล่นตำแหน่งนี้ที่พรีเมียร์ลีก และการดันติอาโก้ขึ้นไปในตำแหน่งทีสูงกว่าเดิมอีกนิด แบบนี้ลิเวอร์พูลน่าจะได้ใช้ประโยชน์จากทักษะการส่งบอลของเขามากกว่าที่เล่นตำแหน่งตำแหน่งตัวโฮลดิ้งมากกว่าล่ะครับ นอกจากนั้นกองหน้าก็ยังเป็น 3 ประสานเหมือนเดิม ซึ่งน่าจับตาดูเหมือนกันครับ เพราะพวกเขาเริ่มๆ จะใช้รูปแบบการบุกที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่ดูเหมือนจะโดนแก้ทางได้ไปแล้วเหมือนกันและ แม้พวกเขาจะแพ้ไปในเกมแดงเดือดนัดล่าสุด แต่เกมรุกของพวกเขาก็นับว่าทำผลงานได้ดีอยู่เหมือนกันครับ




โชคดีและถูกที่ถูกเวลา


          คำว่า “โชคดี” กับทีมลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้นั้นดูเหมือนจะเป็นเส้นขนานกันมาตลอด แต่มันก็มาบรรจบพบเจอกันพอดีในเกมนี้นี่แหละครับ ทั้งๆ ที่ตอนเริ่มเกมมาดูเหมือนว่าพวกเขาจะ “งานเข้า” แต่เริ่มอีกแล้ว เมื่อเกมเริ่มมาไม่กี่นาที ซาดิโอ มาเน่ ได้จังหวะซัดเหน่งๆ แต่เจ้าตัวก็ดันซัดหลุดกรอบไปอย่างเหลือเชื่อ และหลังจากนั้นอีกเพียงอึดใจ ทางฝั่งเจ้าบ้านอย่างไก่เดือยทองไอ้โอกาสที่เหมือนจะก็อปปี้กันมาเด๊ะๆ เพียงแต่มันไม่เหมือนกันตรงที่ ซน เฮือง มิน ไม่พลาดแบบมาเน่ครับ เขาจัดการส่งบอลเข้าประตูไปได้อย่างเลือดเย็นเพียงแค่ในนาทีที่ 3 เท่านั้น จังหวะนี้กล้องเองก็รู้งานจริงๆ ครับ  เขาจับภาพมาที่ มาเน่ ทันทีเพื่อเปรียบเทียบกันให้ชัดเข้าไปอีกว่าในขณะที่มาเน่พลาดในจังหวะแบบนี้แต่ฝั่งตรงข้ามกลับไม่พลาดทำให้ลิเวอร์พูลกลับกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะเขา .....  แต่โชคดียังเป็นของลิเวอร์พูลครับ เมื่อจังหวะนี้ ซน ถูกจับล้ำหน้าไปแค่ปลายเกือก ส่งผลให้ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่เหมือนเดิมครับ เกมนี้น้ามูวางแผนมารับมือหงส์แดงได้อย่างน่าดูชมครับ เขาปรับกองหลังเป็น 3 ตัว และให้วิงแบ็กจัดการกับเกมรุกริมเส้นจากทางฝั่งลิเวอร์พูลอีกชั้น และหาโอกาสสวนกลับเมื่อสบโอกาส ถ้าเป็นลิเวอร์พูลเมื่อช่วง 2-3 นัดก่อนลิเวอร์พูลเองก็น่าจะหาทางเจาะกันตาเหลือกเลยล่ะครับ ถ้าเจอกับแท็กติกประมาณนี้ แต่ดังที่กล่าวไปแล้วล่ะครับ ว่าคล็อปป์เองก็เหมือนพยายามหาแท็กติกรูปแบบการเข้าทำเกมรุกใหม่ๆ อยู่เหมือนกัน ตอนนี้เหมือนกับว่าคล็อปป์เองจะลดบทบาทการครอสของแบ็กทั้งสองข้างและฝากบอลให้กับปีกอย่างมาเน่กับซาล่าห์ลงมาครับ แต่ใช้การเติมและสอดเข้าไปของมิดฟิลด์ในพื้นที่อันตรายแทน ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีล่ะครับ เพราะพวกเขาเองก็ยังหาโอกาสได้อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะกับซาดิโอ มาเน่ ที่ดูเหมือนจะได้โอกาสมากกว่าเพื่อนในบรรดา 3 กองหน้า ซึ่งถ้าเป็นมาเน่เมื่อปีก่อนที่ความมั่นใจและความเฉียบคมพุ่งถึงขีดสุดลิเวอร์พูลคงจะนำไปแล้วล่ะครับ แต่มาเน่เองก็ทิ้งขว้างโอกาสไปเสียหมด ทั้งสองทีมดึงเกมสู้กันอยู่พักใหญ่ครับ จนเหมือนว่าจะหมดเวลาครึ่งแรกไปแบบเสมอกันอยู่แล้ว  แต่แล้วอยู่ๆ ลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูขึ้นนำง่ายๆ ซะอย่างนั้น ในจังหวะที่เฮนโด้ตักบอลยาวมาให้มาเน่หลุดไปแล้วตบกลับมาให้ฟิร์มิโน่ทิ่มเข้าไปง่ายๆ ซึ่งจังหวะนี้ต้องโทษผู้เล่นสเปอร์สจริงๆ ครับ ที่น่าจะเสียสมาธิไปในจังหวะนี้ทั้งการทิ้งการประกบมาเน่ ทั้งการเช็คล้ำหน้าที่หลุดกันง่ายๆ จริงๆ  ทำให้น้ามูออกอาการโมโหสุดเหวี่ยงไปเลยครับ จากที่จะจบไปแบบเสมอกันกลายเป็นว่าสเปอร์สเป็นฝ่ายตามหลังแบบไม่สมควรเลยจริงๆ  





หงส์เข้าที่ น้ามูหมดมุก

          เริ่มครึ่งหลังมาทั้งสองทีมต่างต้องเปลี่ยนตัวทั้งคู่ครับ และเป็นข่าวร้ายของทั้งสองทีมเลยก็ว่าได้ เมื่อลิเวอร์พูลต้องเสีย โชเอล มาทิปจากอาการบาดเจ็บข้อเท้า (อีกแล้ว) ทำให้ต้องส่งน้องแนท  นาธาเนียล ฟิลิปป์ส ลงมาแทน ส่วนทางด้านสเปอร์สดูเหมือนจะเสียหายหนักกว่าเมื่อพวกเขาเสียดาวยิงตัวเก่งอย่างแฮรี่ เคนไปด้วยอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกัน และส่งเอริ ลาเมล่าลงมา และซ้ำร้ายกว่านั้นพวกเขายิ่งแย่หนักเข้าไปอีกเมื่อพวกเขาต้องตกเป็นฝ่ายเสียประตูไปเพียงแค่เริ่มครึ่งหลังมาไม่ถึง 3 นาทีเมื่อมาเน่ได้จังหวะยิงเรียดๆ ใส่ญอริส แม้ว่าจะไม่ได้รุนแรงอะไรนักแต่ทิศทางนั้นสุดเอื้อมจริงๆ จึงทำให้ญอริสทำได้แค่ปัดทิ้งออกไปเท่านั้น แต่ว่าโชคร้ายที่บอลไปเข้าทางเทรนท์ที่เกมนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเล่นด้วยความมั่นใจมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด จัดการซัดสวนเข้าไปเสียบเสาสองอย่างเด็ดขาด ให้หงส์แดงหนีออกไปเป็น 2 ประตู แต่ว่าลูกทีมของน้ามูเองก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไรในการตีไข่แตกครับ เพียงแค่ 2 นาทีจากนั้นพวกเขาก็ตีตื้นขึ้นมาได้เหมือนกันจากการยิงไกลอย่างสุดสวยของฮอยจ์เบิร์ก แต่ว่าหลังจากนั้นลิเวอร์พูลเริ่มดึงเกมให้ช้าลงครับ และกลายเป็นว่าลิเวอร์พูลเองดูจะครองเกมได้เหนือกว่านิดๆ เพราะดูเหมือนว่าทีมของน้ามูเองจะเร่งไม่ขึ้นเอาเสียเลยครับ และต้องยอมรับตามตรงเลยว่าเกมรุกของพวกเขานั้นพึ่งพาแฮรี่ เคนมากอยู่พอสมควรเหมือนกัน การขาดหายไปของเคนแบบนี้ทำให้พิษสงในเกมรุกของสเปอร์สหายไปกว่าครึ่งเสียอีก ซน เฮือง มินเอง เมื่อไม่มีคู่หูอย่างเคน ก็กลายเป็นว่าถูกปล่อยให้โดดเดี่ยวจนหายไปจากเกมไปเลย และเกมรุกของลิเวอร์พูลเองก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นครับ จนเกือบได้ประตูหนีไปอีกครั้งจากการยิงอันเด็ดขาดของ โม ซาล่าห์ เพียงแต่ว่าจังหวะนี้ถูกริบคืนไปอย่างน่าเสียดาย เพราะฟีร์มิโน่ถูกจับแฮนด์บอลในจังหวะเริ่มต้นในการเล่นเกมรุกในจังหวะได้ประตูดังกล่าว แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้ประตูหนีไปจนได้ครับ เมื่อผู้เล่นสเปอร์สพลาดอีกแล้วจากการดักจังหวะลูกครอสของเทรนท์พลาดไปและปล่อยให้บอลตกพื้่นมาเข้าทางมาเน่ในตำแหน่งที่จ่อเสียเหลือเกิน และมาเน่ก็ไม่พลาดครับ จัดการยิงแสกหน้าญอริสเข้าไปอย่างเด็ดขาด และหลังจากนั้นลูกทีมของน้ามูเองก็ดูจะ “หมด” เอาดื้อๆ เลยครับ แม้ว่าน้ามูเองพยายามจะแก้เกมแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีจังหวะได้ลุ้นอะไรเลย จบเกมไปด้วยชัยชนะของลิเวอร์พูลแบบง่ายดายเหลือเชื่อ

          ลิเวอร์พูลกลับมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จอีกครั้งในรอบหลายเกมในลีก และอาจจะเรียกได้ว่าพวกเขากลับเข้ามาสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้เสียที หลังจากแหกโค้งหลุดไปนานเหลือเกิน ตอนนี้เรื่องการ “ลุ้นแชมป์” อาจจะต้องยอมรับว่ามันยังไกลเกินไปที่จะคิดถึงตรงจุดนั้นล่ะครับ ตอนนี้ลิเวอร์พูลเองควรจะคิดถึงแค่เรื่องชัยชนะไปนัดต่อนัด และรักษาฟอร์มของตัวเองให้สม่ำเสมอกว่านี้ให้ได้เสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการล้มคว่ำแบบไม่เป็นท่าแบบนี้อีกครับ ตอนนี้อาจจะยังเร็วไปหน่อยที่จะป่าวประกาศออกไปว่า “พวกข้ากลับมาแล้ว” แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ได้ก้าวขาออกไปก้าวแรกแล้วล่ะครับ  YNWA ครับ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด