:::     :::

ปัญหาทางบ้าน

วันศุกร์ที่ 05 มีนาคม 2564 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
442
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ปกติแล้วการเล่นในบ้านในกีฬาต่างๆ นั้น จะทำให้ทีมที่เป็น "เจ้าบ้าน" ได้เปรียบนิดๆ จากความคุ้นเคยของสนาม สภาพแวดล้อม จากบรรยากาศของกองเชียร์ มันจะช่วยสร้างความฮึกเหิมและคึกคักให้กับนักกีฬาที่เป็นเจ้าบ้านในเกมนัั้นๆ ให้ปลุกพลังขึ้นมาเอาชนะคู่แข่งได้อย่างเหลือเชื่อ แต่การสถานการณ์ที่ไม่มีกองเชียร์แบบนี้ การได้เล่นเป็น "เจ้าบ้าน" ดูจะไม่ได้เปรียบอะไรในเรื่องดังกล่าวเลย .... และดูเหมือนว่ามันสร้างความกดดันให้กับลิเวอร์พูลไปเสียด้วยซ้ำ




สูตรใหม่ ยังไม่ลงตัว

    

           ลิเวอร์พูลได้ฟาบินโญ่กลับมาจากอาการบาดเจ็บ แต่กลับไม่ได้ลงในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ถนัด เพราะแน็ท ฟิลลิปส์กลับได้รับบาดเจ็บกระทันหันไปเสียอีก ทำให้ลิเวอร์พูลมีคู่กองหลังเป็น คาบัค + ฟาบินโญ่ ซึ่งเป็นคู่ที่ 20 เข้าไปแล้ว ในฤดูกาลนี้ และน่าจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ๆ ครับ เพราะ เบน เดวิส ก็ยังรอโอกาสลงสนามอยู่เหมือนกัน  ส่วนในแดนกลางดูเหมือนว่า จะได้ค้นพบสูตรใหม่ในการเล่น คือ ให้ ติอาโก้ อัลคัลเทร่า มายืนปักหลักตรงกลางปั้นเกมคู่กับ จินี่ ไวนัลดุ้ม และให้เคอร์ติสโจนส์ขยับไปเล่นเกมรุกให้มากขึ้น สลับตำแหน่งกับพวก 3 กองหน้า มันเคยใช้ได้ผลครับกับเกมเจอกับเชฟฯ ยูฯ แต่ไม่ใช่กับเชลซีในวันนี้ ที่มีแต่ผู้เล่นที่คุณภาพคับแก้วกับแทบทั้งทีม จริงอยู่ครับ แดนกลางการประสานงานกันของติอาโก้ กับ ไวนัลดุ้มนั้นดูดีอยู่พอสมควร ทั้งการตั้งเกมหรือการกำหนดจังหวะบอล แต่เจ้าหนูเคอร์ติส โจนส์ที่เกมนี้ต้องแบกน้ำหนัก ไปชนกับรุ่นใหญ่อย่างเอ็นโคโล่ กองเต้นั้นเกมนี้เล่นเอาไปไม่เป็นเลยจริงๆ




           เกมของทั้งคู่สลับกันครองบอลกันเป็นช่วงๆ ซึ่งอย่างที่บอกว่าในสถานการณ์แบบนี้ความเป็นเจ้าบ้านมันแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำยังกลายเป็นว่าทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าบ้านยังแบกชื่อและศํกดิ์ศรีเรื่องนี้ไปเสียอีก เกมนี้คล็อปป์นั้นวางแผนมาได้ไม่เลวล่ะครับ ลิเวอร์พูลเล่นได้ไม่แย่อะไรแต่ต้องยอมรับว่าทางเชลซีของโทมัน ทูเคิ่ลนั้นทำได้ดีกว่าลิเวอร์พูลไปเสียอีกระดับนึงเหมือนกัน เขาประกาศโต้งๆ เลยว่าจะเน้นเจาะพิ้นที่ทางแบ็คทั้งสองข้างของลิเวอร์พูลเป็นหลักโดยการใช้ความเร็วเข้าสู้ ซึ่งถ้าเป็นโค้ชเจ้าแท็กติกแบบราฟา หรือ น้ามู เจอมาประกาศแบบนี้อาจจะต้องหาทางรับมือ หรือ ปิดจุดอ่อนที่ว่าแล้ว แต่คล็อปป์ก็ยังเป็นคล็อปป์ล่ะครับ เขาก็ยังเลือกที่จะเล่นแบบเดิม และเชื่อมั่นในแผนของเขาและลูกทีมของเขาเหมือนเดิม ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรครับ ทุกอย่างมันอยู่ที่ผลลัพพ์ที่ออกมานั่นแหละ ซึ่งในเกมนี้มันเป็นฝ่ายของทูเคิ่ลครับ ที่เลือกแท็กติกมาได้ดีกว่าทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ติโม แวร์เนอร์นั้นสร้างปัญหาให้กับลิเวอร์พูลได้เกือบตลอด และเกือบจะทำประตูนำไปได้ตั้งแต่ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก แต่ก็โดนจับล้ำหน้า (จากแขนเสื้อ)  ไปเสียก่อนทำให้ลิเวอร์พูลรอดเสียประตูไปอย่างหวุดหวิดจริงๆ แต่นั่นก็ดูเหมือนว่าเชลซีของทูเคิ่ลนั้น ส่งสัญญาณอันตรายให้เห็นแล้ว ว่าเกมนี้พวกเขาเอาตายแน่นอน !!!





เสียประตูแบบลิเวอร์พูล

    

           เป็นภาพที่ชินตาเหลือเกินครับ ที่ลิเวอร์พูลเสียประตูในลักษณะแบบนี้ เพราะมันเกินขึ้นมาอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนโดนรีเพลย์ซ้ำๆ ให้เห็นอยู่ทุกนัดตลอด นั่นคือ การเสียประตูจากลูกสวนกลับจากการโจมตีทางพื้นที่ด้านขวาของเทรนท์และเซนเตอร์ฮาร์ฟฝั่งขวา และเกมนี้พวกเขาก็โดนเล่นงานตรงจุดนี้เหมือนเดิม  เมื่อเมสัน  เมาส์ได้จังหวะสวนกลับและลากตัดเข้าในหนีฟาบินโญ่และปั่นเข้าเสาไกลอย่างเฉียบขาด ซึ่งในจังหวะนี้ก็เป็นจัดหวะที่เทรนท์เองก็ลงมาเล่นเกมรับไม่ทันแบบที่คุ้นตากันนั่นแหละครับ และก็ไม่มีมิดฟิลด์มาช่วยกันสกัดเมาส์ในจังหวะนี้เลยแม้แต่คนเดียว ฟาบินโญ่คนเดียวคงไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ทุกครั้งหรอกครับ และเกมนี้เขาก็เสียท่าให้กับเมาส์ในจังหวะดังกล่าวไป ...... จริงๆ ก่อนหน้านี้ลิเวอร์พูลนานๆ จะเสียประตูในลักษณะที่ว่านี้นะครับ เพราะคล็อปป์เองก็เห็นและรู้ล่ะครับ ว่าเทรนท์นั้นเติมเกมรุกสูงอยู่แล้ว มิดฟิลด์ที่ทำหน้าที่เป็น “ตัวรอง” ให้เทรนท์ที่เราคุ้นเคยกันดีก็จะเป็นเฮนโด้นั่นแหละครับ ที่มีทักษะในเกมรับและรูปร่างก็ไม่ได้แย่อะไรด้วย และที่สำคัญคือ ถ้าหลุดจากเฮนโด้ไป ก็จะมีเซนเตอร์ฮาร์ฟที่มีความเร็วในตำแหน่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโกเมส หรือ มาทิปนั้นคอยดักซ้อนหรือสกัดได้แทบจะทุกครั้งไป แต่กับตอนนี้ 3 ผู้เล่นดังกล่าวนั้นไม่อยู่ในทีมแม้แต่คนเดียว มิดฟิลด์ตอนนี้ที่มีก็ไม่ใช่นักเตะที่มีทักษะในเกมรับนัก ส่วนกองหลังก็ไม่ใช่นักเตะที่มีความเร็วพอที่จะอุดช่องว่างที่ว่านี้ได้เลย ทำให้เราเห็นว่าลิเวอร์พูลโดนเจาะแบบนี้อยู่บ่อยๆ ล่ะครับ แน่นอนครับว่าคล็อปป์เองก็ต้องปรับปรุงและอุดช่องว่างนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว แต่ในระหว่างนี้เราก็คงเห็นลิเวอร์พูลโดนเจาะในลักษณะนี้ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ล่ะครับ  .....  ทำใจกันไว้ได้เลย -*





เกมรุกดับ !!!
    

           ใช้คำว่า “ตัน” อาจจะดูดีไปครับ สำหรับเกมรุกของลิเวอร์พูลในเกมที่ผ่านมานี้ เพราะแนวรุกของพวกเขานั้นสร้างโอกาสยิงประตูให้ตรงกรอบไม่ได้เลย “แม้แต่ครั้งเดียว” ไอ้ที่ตรงกรอบนั่นก็เป็นลูกโหม่งของจินี่ ไวนัลดุ้มในช่วงท้ายเกมที่ไม่มีลุ้นอะไรเลย จริงๆ แล้วคล็อปป์นั้นก็พยายามปรับเปลี่ยนแท็กติกในแนวรุกเรื่อยๆ เหมือนกันครับ แต่จะว่ากันตรงๆ ก็คือ ต่อให้ปรับแท็กติกไปแค่ไหน แต่ถ้าผู้เล่นยังฟอร์มย่ำแย่แบบนี้ยังไงก็เป็นเรื่องยากครับที่จะทำให้ลิเวอร์พูลยิงระเบิดได้เหมือนเดิม ใน 3 แนวรุกนั้น มีเพียงโม ซาล่าห์คนเดียวเท่านั้นครับ ที่ยังพอรักษามาตรฐานการยิงประตูเอาไว้ได้ในระดับเดิม หรือใกล้เคียงระดับเดิมตั้งแต่มีการเรียกแนวรุกชุดนี้ว่า “3 ประสาน” แบบนี้ ในฤดูกาลนี้ซาล่าห์เป็นเพียงคนเดียวครับที่ยังยิงเป็นเลข 2 หลักให้กับทีมได้ ส่วนฟิร์มิโน่กับมาเน่นั้นทำได้แค่คนละ 6 และ 7 ประตู แค่นั้นเอง ซึ่งสถิติอันนี้ก็เป็นตัวบ่งบอกได้ดีล่ะครับ ว่าทำไมลิเวอร์พูลถึงได้ผลงานตกวูบแบบนี้ ทางด้านฟิร์มิิโน่นั้นอาจจะพอหยวนๆ ไปได้บ้างเพราะหน้าที่การยิงประตูไม่ใช่หน้าที่หลักมากมายอะไรอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เขาจะเป็นคน “เปิดทาง” ให้กองหน้าด้านข้างทั้ง 2 คนเป็น “ตัวจบ” มากกว่า แต่ทางด้านมาเน่นี่สิครับ ......  นี่อาจจะเป็นต้นเหตุก็ได้ครับ ที่ทำให้ลิเวอร์พูลย่ำแย่แบบนี้ ปีที่ลิเวอร์พูลผงาดคว้าแชมป์ต่างๆ ก็เป็นมาเน่นี่ล่ะครับ ที่ระเบิดฟอร์มและยิงประตูเป็นกอบเป็นกำช่วยลิเวอร์พูลได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มาในฤดูกาลนี้ ความเฉียบคมและฟอร์มการทำประตูของมาเน่นั้น ช๊อตไปดื้อๆ เลย ..... หลายๆ ครั้งครับที่เราเห็นว่า ถ้าเป็นมาเน่ช่วงปี-2ปีก่อน ได้โอกาสแบบนี้ต้องเปลี่ยนเป็นประตูได้แล้ว แต่กับฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะในช่วงนี้มาเน่นั้นเรียกได้ว่า “สากเข้าสิง” ของแท้้เลยล่ะครับ ไม่ได้กล่าวโทษหรือให้มาเน่เป็นแพะรับบาปแต่ประการใดครับ เพียงแต่อยากจะสื่อว่าจริงลิเวอร์พูลเองก็ไม่ได้ทำเกมย่ำแย่อะไรมากนักครับ พวกเขายังพอหาโอกาสเข้าทำได้เรื่อยๆ เพียงแต่ “ความเฉียบคม” ต่างหากที่หายไป ถ้าพวกเขาเรียกสิ่งนี้คืนมาให้เกมรุกได้ ลิเวอร์พูลจะไม่อยู่ในสภาพแบบนี้แน่ๆ ครับ

           ดูๆ แล้ว แฟนลิเวอร์พูลอาจจะต้องทำใจกับผลงานของทีมในช่วงนี้กันต่อไปอีกยาวๆ ล่ะครับ ต้องภาวนาว่าพวเขาจะเรียกทุกอย่างที่ว่าไปข้างต้นกลับมาให้ได้ “พร้อมๆ กัน” วันนั้นเราน่าจะเห็นลิเวอร์พูลทีมเดิมกลับมา แต่ถ้าขอให้ ไม่ต้องกลับมาทุกนัดก็ได้ครับ ขอแค่กลับมาในศึก UCL แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ  ฮรี่ๆ  YNWA ครับทุกคน

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด