:::     :::

สิ่งที่แตกต่าง

วันอังคารที่ 16 มีนาคม 2564 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
784
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
"มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่จะหวังผลลัพพ์ใหม่ๆ จากการกระทำเดิมๆ" อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ..... บางครั้งการปรับเปลี่ยนอะไรไปจากเดิมเพียงนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้ผลลัพพ์ที่มันต่างออกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะครับ



ทีมที่ดีที่สุด !!!!


          พูดแบบนี้อาจจะเกินไปนิดนึงนั่นแหละครับ แต่นี่น่าจะเป็นลิเวอร์พูลชุดที่ “ดีที่สุด” เท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวยแล้วล่ะครับ การมีเซนเตอร์ฮาร์ฟมืออาชีพลงในตำแหน่งกองหลังตัวกลางทั้ง 2 ตำแหน่ง ทำให้ลิเวอร์พูลสามารถที่จะดันเอาฟาบินโญ่ลงมาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้ ซึ่งนั่นมันทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแทบจะเป็นคนละทีมกับก่อนหน้านี้จริงๆ ในช่วง 2-3 นัดที่ผ่านมา การมีอยู่ของฟาบินโญ่ทำให้ทั้งทีมเล่นง่ายขึ้นอีกเยอะจริงๆ ทั้งแนวรุกที่จะได้บอลกลับมาเร็วขึ้น จากการตัดบอลและสวนกลับเร็ว หรือแนวรับที่มีตัวช่วยชั้นเลิศในการสกรีนบอลก่อนที่จะมาถึงพวกเขา และทั้งคาบัค และ แนท ฟิลลิปส์เองก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มๆ เข้าที่เข้าทางมากขึ้นๆ เรื่อยๆ เหมือนกัน แนท ฟิลลิปส์นั้นความทุ่มเทเกิน 100 อยู่แล้ว แต่ตอนนี่ดูเหมือนว่าเขาจะนิ่ง และสุขุมมากขึ้นกว่าตอนที่ลงสนามแรกๆ อยู่มากพอสมควรเหมือนกัน ส่วนโอซาน คาบัคนั้น เหมือนว่าเขากำลังดีวัน ดีคืนจริงๆ ถ้าโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นแบบนี้ต่อเนื่องเรื่อยๆ ลิเวอร์พูลก็น่าจะตัดสินใจเซ็นถาวรกับเขาในตอนสิ้นสุดสัญญายืมตัวก็ได้  ส่วนแดนหน้าการได้ตัวดิโอโก้ โชต้ามา ทำให้ลิเวอร์พูลกลับมามี “ความคม” ที่ขาดหายไปในช่วงนี้อย่างทันท่วงที .... และพอเล่นกันจริงๆ ทุกๆ คนก็น่าจะเห็นว่าทีมนี้ ถึงจะไม่ดีที่สุดของลิเวอร์พูลเมื่อเทียบกับทีมชุดสมบูรณ์แต่ก็น่าจะคิดเหมือนกันแหละครับ ว่าทีมนี้ “มีลุ้น” อะไรๆ กับเขาเหมือนกัน






ไม่ใช่แอนฟิลด์

    

          อาจจะเป็นตลกร้ายเหมือนกันครับ ที่ตอนนี้ แอนฟิลด์กลายเป็นของแสลงของลิเวอร์พูลไปซะแล้ว  ซึ่งเกมนี้ก็อาจจะเรียกว่ามัน “เข้าทาง” ลิเวอร์พูลมากพอสมควรล่ะครับ เพราะว่าในเมื่อเป็นเกมเยือนแบบนี้  สภาพทีมลิเวอร์พูลแบบนี้ ทำให้เจ้าบ้านอย่างวูลฟ์แฮมตันฯ  เลือกที่จะสู้กับลิเวอร์พูลมากกว่าที่จะตั้งรับและอุดเอา 1 คะแนน และจริงๆ ก็ถือว่าทำได้ดีแทบตลอดทั้งเกมเลยครับ หลายๆ ช่วงในเกมพวกเขาครองเกมได้เหนือกว่าลิเวอร์พูลเสียอีก แถมยังเกือบจะได้ประตูนำตั้งแต่ต้นเกมจากจังหวะผิดพลาดของอลิสซง ที่ออกมาคว้าบอลพลาดจนไปชนกับผู้เล่นวูลฟ์จังๆ แต่กรรมการไม่ว่าอะไรเท่านั้นเอง ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันสนุกสนานแต่ก็ได้ไปแค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเท่านั้น เนื่องจากขาดความคมทั้งคู่จริงๆ ลิเวอร์พูลเองก็อยู่ในช่วงฟอร์มตก แต่ละคนก็เหมือนโดนสากกะเบือเข้าสิงยังไงยังงั้น โดยเฉพาะซาดิโอ มาเน่ ที่เกมนี้ทิ้งขว้างโอกาสไปอย่างมากมายจริงๆ ส่วนซาล่าห์เองก็โดนประกบแจทำให้ขยับหรือพลิกบอลหาช่องยิงยากลำบากเหลือเกิน ทางด้านโชต้า เองก็ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายเขายังไม่สมบูรณ์เท่าไร ส่วนทางวูลฟ์ฯ เอง ตั้งแต่พวกเขาเสียราอูล ฮิมิเนสไปจากอาการบาดเจ็บอย่างโชคร้าย พวกเขาก็ดูเหมือนว่าจะประสบปัญหาการทำประตูมากพอสมควร เพราะพวกเขานั้นแทบไม่มีกองหน้าตัวเป้าตัวสำรองแสตนบายไว้เลย ที่มีอยู่ก็ดูเหมือนเป็นตัวกองหน้าริมเส้นแทบจะทั้งนั้น  ทำให้ทั้งสองทีมทำเกมกันได้วูบวาบ แต่ยังควานหาสกอร์กันไม่เจอทั้งสองฝั่ง ....





ดิโอโก้ โชต้า
    

          ปัญหาของลิเวอร์พูลนั้นไม่ได้อยู่ที่แดนกลาง หรือ แดนหลังเท่านั้นครับ การที่ลิเวอร์พูลมีผลงานที่ดำดิ่งให้เราเห็นแบบนี้ ส่วนนึงก็เป็นเพราะแนวรุกมีปัญหาเช่นกัน จากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลจะทำอะไรก็ดี ก็เป็นประตูไปเสียทั้งหมด แต่พอมาเป็นฤดูกาลนี้กลับกลายเป็นตรงกันข้ามไปเสียอย่างนั้น ปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน ?  จริงๆ ถ้าดูกันตามเกมแล้วลิเวอร์พูลอาจจะโดนจับทางในเกมรุกได้บ้างล่ะครับ แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ลิเวอร์พูลขาดหายไปจากฤดูกาลก่อนแบบเห็นได้ชัดเจนมากๆ คือ “จังหวะจบสกอร์” นี่แหละ ตอนนี้มีเพียงซาล่าห์คนเดียวครับ ที่ยังพอจะรักษามาตรฐานการยิงประตูของตัวเองเอาไว้ได้ แต่ก็ยังฝากความหวังไว้ได้ไม่เหมือนกับตอนช่วงพีคๆ เอาเสียเลย ส่วนอีก 2 คนอย่างฟิร์มิโน่ หรือ มาเน่นั้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะลืมสัญชาติญาณในการทำประตูไว้ในฤดูกาลที่แล้วเสียแล้ว และยิ่งพอทีมผลงานไม่ดีแบบนี้ ความมั่นใจอะไร มันก็ยิ่งถดถอยลงไปอีก การมี ดิโอโก้ โชต้า คือ จุดเปลี่ยนสำคัญของลิเวอร์พูลในเกมนี้ครับ เอาจริงๆ ถ้าจะว่ากันตรงๆ ตลอดทั้ง 90 นาทีโชต้าแทบจะไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย บางทีเหมือนว่าเขาหายไปจากเกมเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยความคม ความเด็ดขาดที่เขามี ทำให้เขาเปลี่ยนโอกาสอันน้อยนิด ในจังหวะท้ายครึ่งแรก ที่ลิเวอร์พูลได้จังหวะสวนกลับและมาเน่แตะมาให้เขายิงนั้น เปลี่ยนเป็นสกอร์ให้ทีมได้เปรียบก่อนจบครึ่งแรกได้อย่างเฉียบขาด ซึ่งประตูนี้มันส่งผลต่อเกมอย่างมหาศาลจริงๆ และนี่คือ ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดมากๆ ครับ ว่าการที่ลิเวอร์พูลมีตัวจบสกอร์ที่เฉียบคมแบบนี้กับก่อนหน้านี้นั้น มันแตกต่างกันขนาดไหน

ผลที่แตกต่าง   
    

          ก่อนหน้านี้ลิเวอร์พูลเหมือนทีมต้องสาปครับ ไม่ว่าจะเล่นดีแค่ไหน หรือ พยายามแค่ไหนก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในท้ายที่สุดทุกครั้งไป ครั้งนี้น่าจะเป็นการชนะ 2 นัดติด (รวมทุกรายการ) ที่ห่างหายจากพวกเขาไปนานแสนนานเหลือเกิน ซึ่งก็แทบไม่น่าเชื่อจริงๆ ครับ จากทีมที่แข็งแกร่งจนเรียกได้ว่า “แพ้ไม่เป็น” กลายเป็นทีมที่ สะกดคำว่าชัยชนะไม่เป็นนานมากขนาดนี้  ชัยชนะของพวกเขาในเกมที่สูสีๆ แบบนี้ น่าจะส่งผลให้พวกเขามีพลังและกำลังใจให้พวกเขาสู้ต่อไปในอีกหลายๆ เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ ตอนนี้พวกเขาขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 6 โดยมี 46 คะแนนเท่ากับ เอฟเวอร์ตัน และห่างจาก "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี อันดับ 4 เพียงแค่ 5 แต้มเท่านั้น เรียกได้ว่าชนะแค่นัดเดียวมีผลต่ออะไรๆ หลายอย่างในฤดูกาลนี้ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

          อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ ในฤดูกาลนี้ การที่ลิเวอร์พูลดูเหมือนจะเริ่มเข้าที่เข้าทางแบบนี้ โอกาสกลับไปมีลุ้น Top 4 หรือแม้แต่ลุ้นถ้วยยุโรปก็ไม่ใช่จะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว ยังมีเวทีให้สู้ก็ยังต้องสู้กันต่อไปครับ  YNWA ครับ ทุกคน




ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด