:::     :::

กินบุญเก่า

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากไม่ได้ผลการแข่งขันที่ดีในนัดแรก บางที อาร์เซน่อล อาจเจอฝันร้ายคาบ้านด้วยน้ำมือ โอลิมเปียกอส เป็นปีที่สองติดต่อกัน

ย้อนไปในปีที่แล้ว โอลิมเปียกอส ทำแสบถึงทรวงบุกมาชนะ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ พร้อมเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือนหลังรวมผลสองนัดเสมอ 2-2 อาร์เซน่อล ตกรอบต่อหน้ากองเชียร์ตัวเอง!!! 

ขณะที่ปีนี้ เริ่มต้นคล้ายกัน "ปืนใหญ่" บุกชนะก่อน และกลับมาเล่นในบ้านนัดสอง แต่ต่างกันตรงสกอร์นัดแรกจาก 1-0 เป็น 3-1 ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้งานนัดสอง "ควรจะ" ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

มิเกล อาร์เตต้า ปรับทีมถึง 5 ตำแหน่งจากเกมนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ที่ชนะ สเปอร์ส 2-1 กะใช้ความสดบดกับ โอลิมเปียกอส ที่ต้องมาแบบเปิดหน้าสู้มากขึ้น

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กลับมาประจำการหน้าเป้าอีกครั้งหลังโดนดร็อปในดาร์บี้แมตช์เพราะมารายงานตัวก่อนเกมช้ากว่าเพื่อนร่วมทีม 

นิโกล่าส์ เปเป้ ได้ออกสตาร์ทตัวจริงเช่นกันในการปั้นเกมร่วมกับ เอมิล สมิธ โรว์ ส่วนแดนกลางปรับเล่นระบบ 3 กองกลางส่ง ดานี่ เซบายอส กับ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ลงช่วยงาน กรานิต ชาคา 

แนวรับปรับเพียงส่ง เอคตอร์ เบเยริน กลับมาเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็กขวา ที่เหลือชุดเดิมมี ดาวิด ลุยซ์ จับคู่เซนเตอร์กับ กาเบรียล มากัลเญส และมี คีแรน เทียร์นีย์ ยึดฝั่งซ้าย

ส่วน โอลิมเปียกอส นำมาโดย ยุสเซฟ เอล-อาราบี กองหน้าตัวเก่ง, ยันน์ เอ็มวีล่า กองกลางฝรั่งเศสที่กลับมาเล่นตรงกลางตำแหน่งถนัด และ โซคราติส ปาปาสธาโธปูลอส ที่ได้มาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้ง

จากสกอร์นัดแรก อาร์เซน่อล ได้เปรียบอย่างมากเพราะหากแพ้สกอร์เดียว หรือกระทั่งแพ้ 0-2 ก็ยังเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน ฉะนั้นจึงน่าจะเล่นได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ทว่าเอาเข้าจริงแล้ว อาร์เซน่อล กลับสร้างความกดดันให้ตัวเองแบบไม่จำเป็น และไม่สามารถคอนโทรลเกมได้อย่างที่ควรจะเป็น 


เอล-อราบี ยิง อาร์เซน่อล ได้อีกแล้ว

แดนกลาง 3 คนที่ต้องทำหน้าที่ป้องกันด่านแรกก่อนถึงแนวรับ กลับกลายเป็นว่าไม่ได้ทำให้เกมแน่นขึ้นแต่อย่างใดเพราะแต่ละคนยังดูสับสนในการยืนตำแหน่ง 

เอลเนนี่ มีความขยัน แต่วิ่งพล่านจนกลายเป็นเสียตำแหน่งและเปิดพื้นที่ว่าง ส่วน เซบายอส ขยับหาตำแหน่งรอเล่นบอลได้ดี แต่พอได้บอลกลับชะลอการเล่นด้วยการครองบอลกับตัวหรือเล่นมากจังหวะไปเอง การเซตเกมจึงขาดความลื่นไหล 

โอลิมเปียกอส มาแบบวิ่งสู้ฟัดจริงๆ เห็นได้ชัดว่าไม่มีอาการถอดใจเลยแม้สกอร์นัดแรกน่าผิดหวัง ทุกคนลงเล่นด้วยความเชื่อว่าโอกาสเข้ารอบยังมีอยู่

ความขยันและตั้งใจเล่นของ โอลิมเปียกอส บีบให้ อาร์เซน่อล เล่นพลาดกันเองจนเสียบอลหลายครั้งซึ่งเป็นสิ่งที่ มิเกล อาร์เตต้า ออกมาบ่นลูกทีมอย่างมากหลังจบเกม

"บางครั้งเราก็ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง วันนี้เราเล่นได้ไม่ใกล้เคียงกับระดับที่เราควรต้องทำได้เลย เราไม่นิ่งและเสียบอลบ่อย มันเป็นไปได้เลยที่จะเซตการเล่นให้เป็นระบบได้หากเอาแต่เสียบอลแบบนี้

"เราไม่สามารถมีข้ออ้างใดๆ เรามีผู้เล่นที่มีความสด เราเริ่มเกมได้ดี แต่ก็ขาดความมั่นคง เราต้องเก็บบอลครองให้ได้และไล่เพรสซิ่งด้วยกัน ไม่ใช่เสียบอลตลอดในจังหวะต่อบอล" 

ประตูเดียวของเกมก็มาจากการเสียบอลเพราะเล่นมากจังหวะเกินไปของ เซบายอส ที่ควรสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนด้วยการจ่ายบอลเพราะเข้าถึงหน้าเขตโทษอยู่แล้ว แต่พอเสียบอลจึงโดนโต้กลับทันทีและจบด้วยการยิงของ ยุสเซฟ เอล-อาราบี 

เอล-อาราบี ถูกโฉลกอย่างมากกับการเจอ อาร์เซน่อล เพราะยิงได้ตลอด 3 นัดหลังสุดซึ่งรวมถึงปีก่อนที่เป็นคนยิงประตูชัยในนาที 120 พร้อมพา โอลิมเปียกอส เข้ารอบ

โดนลูกแรกเข้าไปแบบนี้ "อาการ" ของ อาร์เซน่อล จึงออกชัดเจน จังหวะการเล่นขาดๆ เกินๆ มาตั้งแต่ครึ่งแรกก็ยิ่งลนลานไปหมด ส่งผลต่อ "ความนิ่ง" ในจังหวะสำคัญ


เพื่อนเก่าปลอบ โซคราตีส หลังจบเกม

อาร์เซน่อล ควรต้องเก็บชัยชนะไม่ยากในนัดนี้เพราะความที่ โอลิมเปียกอส บุกมาเล่นเกมรุกมากขึ้นทำให้หลังบ้านค่อนข้างเปิด ปืนใหญ่ สร้างโอกาสได้พอสมควร แต่จังหวะจบสกอร์น่าผิดหวังอย่างยิ่ง

โอบาเมย็อง ที่ควรไถ่โทษจากความผิดจนหลุดตัวจริงในเกมลีก น่าจะทำแฮตทริกได้ด้วยซ้ำ แต่ทว่ายิงนกตกปลาไปเอง เช่นเดียวกับ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่ยังห่างไกลกับคำว่า "คงเส้นคงวา" เหมือนเดิม

เปเป้ ได้บอลเยอะมาก แต่การตัดสินในจังหวะสุดท้ายผิดพลาดไปหมด จังหวะที่ควรจ่ายให้เพื่อนกลับยิงเอง จังหวะที่ควรเล่นง่ายกลับเลือกเล่นยาก ไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้แบบจริงๆ จังๆ เสียที 

อาร์เตต้า ต้องเปลี่ยนเอาทั้ง โธมัส ปาร์เตย์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด ลงมาแทน โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ และ ดานี่ เซบายอส ก่อนเข้าสู่ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย พร้อมปรับมาเล่น 4-2-3-1 ที่ใช้มาตลอดช่วงหลัง

การเซตเกมของ อาร์เซน่อล ดูแน่นอนมากขึ้น สร้างจังหวะการเล่นและโอกาสลุ้นประตูได้ แต่ปัญหาสำคัญคือความเฉียบขาดในการยิงประตู 

วันนี้ไม่ใช่วันของ โอบาเมย็อง ที่น่าผิดหวังอย่างมากทั้งที่เขาคือคีย์แมนที่พาทีมผ่าน เบนฟิก้า มาได้ 

อาร์เซน่อล ได้หายใจหายคอขึ้นมาในช่วงเกือบสิบนาทีสุดท้ายที่ โอลิมเปียกอส เหลือผู้เล่น 10 คน อาร์เตต้า จึงพยายามจัดการเกมรับให้รัดกุมด้วยการส่ง คาลั่ม แชมเบอร์ส ลงไปแทน เอคตอร์ เบเยริน

ท้ายที่สุด อาร์เซน่อล ไม่แพ้มากไปกว่า 1 ประตู และยังได้เข้ารอบเพราะนัดแรกตุนเอาไว้ 2 ลูก เรียกได้ว่า "กินบุญเก่า" เข้ารอบอย่างแท้จริง 

อาร์เตต้า มองหาแง่บวกสำคัญคือทำภารกิจสำเร็จกับการคว้าตั๋วรอบ 8 ทีมสุดท้าย "ดีใจมากๆ ที่เข้ารอบ เราเจอคู่แข่งสุดหิน ฉะนั้นเข้ารอบได้ก็ดีใจแล้ว"

วันนี้ไม่ใช่วันที่ อาร์เซน่อล ทำผลงานได้ดี และเล่นได้ต่ำกว่าที่ควรต้องทำให้ได้ หลายคนเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ยิ่งเล่นยิ่งหงุดหงิดใจตัวเอง ขนาด สมิธ โรว์ ที่เล่นได้ดีมากๆ ในเกมกับ สเปอร์ส ก็ออกอาการหัวเสียตอนถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกม 

อาร์เซน่อล เข้ารอบได้ แต่สิ่งที่ มิเกล อาร์เตต้า และลูกทีมต้องเตือนตัวเองอย่างมากคือพวกเขาเล่นกันน่าผิดหวังและจำเป็นต้องทำให้ดีกว่านี้โดยเฉพาะในยูโรปา ลีก ที่เป็นความหวังจับต้องได้มากกว่ากับการลุ้นตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า 

คู่แข่งในรอบต่อไปที่ไม่ว่าจะจับเจอใครก็คงไม่ใช่งานง่ายเพราะต่อให้เป็นม้ามืดหรือโนเนมที่หลุดเข้ามา ก็ย่อมมีดีพอตัว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางมาถึงตรงนี้ 

ความประมาท และไม่มุ่งมั่นตั้งใจมากพอสร้างความหายนะให้กับหลายต่อหลายทีม อาร์เซน่อล ควรต้องเรียนรู้ให้มากเพราะยิ่งรอบลึกๆ ความกดดันยิ่งถาโถมเข้าใส่ ความผิดพลาดหรือสมาธิที่หลุดเพียงนิดเดียวก็ตกรอบได้ทันที 

อย่างที่ แบรนด์ เลโน่ ว่าเอาไว้หลังจบเกม "เราจำเป็นต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกนัด หากเราเล่นกันได้แบบวันนี้ เราจะไม่มีทางประสบความสำเร็จใดๆ ได้ในฤดูกาลนี้"



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด