:::     :::

โชคดีที่ไม่แพ้ หรือเสียดายที่ไม่ชนะ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาร์เซน่อล ปิดท้ายก่อนเบรกทีมชาติด้วยการเสมอ เวสต์แฮม 3-3 ในศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ที่มีหลากหลายความรู้สึกเกิดขึ้น

ถ้าจะแบ่งภาพให้เห็นชัดเจนสุดคือ เป็นเกมของสองครึ่งเวลาที่มีความแตกต่างกันสิ้นเชิง

มิเกล อาร์เตต้า พาทีมกลับมาลุยต่อในลีกหลังเพิ่งคว้าตั๋วเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูโรปา ลีก ได้แบบไม่น่าประทับใจนักจากการแพ้คาบ้านต่อ โอลิมเปียกอส 0-1 ทว่ากินบุญเก่านัดแรกที่บุกชนะก่อน 3-1 เลยทำให้เป็นฝ่ายเข้ารอบ

อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์, มาร์ติน โอเดการ์ด และ โธมัส ปาร์เตย์ ที่เป็นสำรองเกมยุโรป ได้กลับมาเป็นตัวจริงทั้งหมด ขณะที่เกมรับส่ง คาลั่ม แชมเบอร์ส และ ปาโบล มารี ลงตัวจริงด้วยเพื่อช่วยรับมือบอลโด่ง เวสต์แฮม

อาร์เตต้า รู้ดีว่า เวสต์แฮม อันตรายในลูกบอมบ์โด่ง สถิติได้ประตูจากลูกตั้งเตะมากสุดในลีก 15 ประตู ยืนยันถึงจุดแข็งนี้ได้อย่างดี ในเกมกับ เบิร์นลีย์ อาร์เตต้า ก็ให้ แชมเบอร์ส เป็นแบ็กขวาตัวจริงเพื่อช่วยป้องกันลูกกลางอากาศ 

การจัดเกมรุกน่าสนใจตรงที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ได้ลงตัวจริงพร้อมกันในรอบหลายนัด ขณะที่ บูคาโย่ ซาก้า ที่เจ็บจากเกมชนะ สเปอร์ส 2-1 สัปดาห์ก่อน ก็ฟิตทันเวลาลงลุยตั้งแต่ต้นเกม 

ตามผังตอนแรกที่ออกมา โอบาเมย็อง ถูกวางให้ยืนทำเกมรุกฝั่งซ้ายซึ่งคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่พอเล่นจริงกลับยืนทางกราบขวา และเป็น ซาก้า โยกมาเล่นฝั่งซ้ายแทน ส่วน มาร์ติน โอเดการ์ด ปักหลักตรงกลาง

กางรายชื่อเทียบกันทั้งสองทีม อาร์เซน่อล เหนือกว่าอยู่แล้ว แต่ผลงานในฤดูกาลนี้เป็น เวสต์แฮม ทำได้ดีกว่าจากการรั้งอันดับ 5 ของตารางและมีคะแนนมากกว่า 7 คะแนน

"ขุนค้อน" ของ เดวิด มอยส์ ทำให้เห็นตั้งแต่เริ่มเกมเลยว่าการเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปในในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ 

ตลอด 10 นาทีแรกของเกม เวสต์แฮม เป็นฝ่ายคอนโทรลเกมรุกเข้าใส่ต่อเนื่องและได้ผ่านบอลในพื้นที่สุดท้ายของ อาร์เซน่อล มากถึง 33 ครั้ง ตรงกันข้ามกับ "ปืนใหญ่" ที่ไม่ได้ต่อบอลในพื้นที่สุดท้ายแม้แต่ครั้งเดียว

เวสต์แฮม เหนือกว่าชัดเจนและมาได้ประตูนำ 1-0 ในนาที 15 จากการยิงตรงเขตโทษของ เจสซี่ ลินการ์ด ที่ซัดได้ดีเหลือเกิน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการเล่นที่ทำได้ดีต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวจาก แมนฯ ยูไนเต็ด และเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีชื่อกลับไปติดทีมชาติอังกฤษของ แกเร็ธ เซาธ์เกต อีกรอบ

ลูกนี้ต้องให้เครดิต ลินการ์ด ที่ยิงดี แต่ที่ต้องตำหนิเกมรับ อาร์เซน่อล คือประตูที่สองในอีกสองนาทีถัดมาซึ่งป้องกันได้อย่างหละหลวมและอ่อนหัด 

เวสต์แฮม ได้ฟรีคิกและเลือกเล่นเร็วทันที ลินการ์ด ไหลให้ จาร็อด โบเว่น หลุดเข้าไปยิงมุมแคบผ่านมือ แบรนด์ เลโน่ ที่น่าจะป้องกันได้ดีกว่านี้ 


เกมรับปืนใหญ่พลาดง่ายและพลาดกันทั้งแผง ทุกคนมัวแต่เดินหันหน้าเข้าไปในเขตโทษเพื่อเตรียมตั้งกำแพงป้องกันฟรีคิก ไม่มีใครยืนขวางบอล พอโดนเวสต์แฮมเล่นเร็วก็ตั้งรับไม่ทัน เลโน่ เองก็ไม่ได้เตรียมตัวในการป้องกัน 

อาร์เซน่อล เหมือนโดนตบหน้าแรงๆ 2 ครั้งกับการเสีย 2 ประตูใน 2 นาที 

อาร์เตต้า ต้องปรับเกมรุกโยก โอบาเมย็อง กลับมาเล่นฝั่งซ้ายตามถนัด ซาก้า กลับไปฝั่งขวา พร้อมทั้งพยายามเรียกสติกลับมาเพราะทั้งสกอร์และรูปเกมเป็นรองเจ้าถิ่น

ปืนใหญ่สร้างโอกาสยิงครั้งแรกในนาที 23 มาร์ติน โอเดการ์ด รับบอลจาก คีแรน เทียร์นีย์ ก่อนโยกแล้วยิงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ แต่บอลไปแฉลบแนวรับขุนค้อนทำให้น้ำหนักหายไปและไม่แรงพอที่จะผ่านมือ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ 

เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 1-2 นาทีที่ อาร์เซน่อล ได้ต่อบอลกันเพราะจากนั้น เวสต์แฮม ก็กลับมาคอนโทรลเกมได้อีกก่อนนำห่าง 3-0 หลังผ่านครึ่งชั่วโมงเล็กน้อย 

บอลโด่งของ เวสต์แฮม เล่นงาน อาร์เซน่อล จนได้จากจังหวะที่ วลาดิเมียร์ คูฟาล เปิดจากขวาเข้าไปให้ มิคาอิล อันโตนิโอ เทกขึ้นเหนือ ดาวิด ลุยซ์ ก่อนโขกไปโดน โทมัส ซูเช็ค ได้สะกิดเล็กน้อยเข้าประตู จังหวะนี้เหมือนจะล้ำ แต่จากภาพช้ายืนยันชัดเจนว่า ซูเช็ค อยู่ในไลน์พอดี 

จังหวะเสียประตูที่สามของ อาร์เซน่อล ไม่น่าเกลียดเท่าประตูที่สอง แต่ก็ควรถูกตำหนิเช่นกัน ดาวิด ลุยซ์ และ ปาโบล มารี ไม่ได้มีรูปร่างเป็นรอง อันโตนิโอ และน่าจะขึ้นเบียดได้ดีกว่านี้ แต่กลับปล่อยให้หัวหอกขุนค้อนได้โขกเน้นๆ 

ตอนนำ 2-0 ใน 17 นาทีแรก เวสต์แฮม เริ่มปรับการเล่นถอยไปตั้งรับมากขึ้น เปิดโอกาสให้ อาร์เซน่อล ได้ต่อบอลบ้างแต่ก็ไม่ได้สร้างความอันตรายใดๆ ยิ่งเมื่อสกอร์นำห่างเป็น 3-0 สถานการณ์ก็ยิ่งเข้าทาง เวสต์แฮม ได้แพ็คเกมรับแน่น คอยดักจังหวะสวนกลับ 

อาร์เซน่อล ครองบอลมากขึ้นก็จริงแต่กว่าจะได้ลุ้นยิงในเขตโทษครั้งแรกก็ต้องรอจนถึงนาที 38 ซึ่งกลายเป็นประตูตีไข่แตกที่ คาลั่ม แชมเบอร์ส เปิดบอลให้ ลากาแซ็ตต์ จับแล้วยิงแฉลบ โทมัส ซูเช็ค เข้าประตูไป

แข้งปืนใหญ่หาโมเมนตัมของตัวเองได้จริงจังก็ตอนได้ประตูตีไข่แตก หรือช่วง 7 นาทีสุดท้ายครึ่งแรกที่ขึงเกมได้ชัดเจน ก่อนรักษาโมเมนตัมเอาไว้ได้ตลอดครึ่งหลัง

เกมในครึ่งหลังต่างจาก 30-35 นาทีแรกของครึ่งแรกโดยสิ้นเชิงเพราะ อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ได้มากกว่าและทำได้ต่อเนื่อง 


หัวใจสำคัญคือ มาร์ติน โอเดการ์ด ที่เป็นตัวคุมจังหวะทำเกมรุกของ อาร์เซน่อล อย่างแท้จริง แข้งวัย 22 ปีมีทั้งทักษะและความเข้าใจเกม ทำให้การออกบอลแต่ละครั้งสร้างความได้เปรียบให้กับทีมและ เวสต์แฮม ไม่สามารถปิดได้

ประตูที่สองของ อาร์เซน่อล ได้ในลักษณะคล้ายประตูแรกคือ โอเดการ์ด ทำท่าเหมือนจะพาบอลเข้ากลางแต่จ่ายหักข้อออกขวาให้ คาลั่ม แชมเบอร์ส เปิดยัดเข้ากลางด้วยความแรงและเร็ว เคร็ก ดอว์สัน พยายามสกัดแต่เหลี่ยมไม่ดีทำให้บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองซึ่งหากไม่สกัดลูกนี้ บอลก็น่าจะถึง โอบาเมย็อง ได้ยิงแน่นอน

ช่วง 15 นาทีสุดท้าย เดวิด มอยส์ ต้องถอดตัวรุกอย่าง จาร์ร็อด โบเว่น ออกแล้วส่งตัวรับจอมเก๋า มาร์ค โนเบิล ลงไปช่วยอุด แต่ มิเกล อาร์เตต้า ก็ส่งตัวรุก เอมิล สมิธ โรว์ ลงไปเพิ่มและยอมถอด กรานิต ชาคา ที่ตลอด 2-3 เดือนหลังไม่เคยถูกเปลี่ยนออก ส่วน  นิโกล่าส์ เปเป้ ที่ลงแทน บูคาโย่ ซาก้า ก็เปลี่ยนตามตำแหน่ง 

เวสต์แฮม รับในแดนตัวเองเป็นหลักแต่ก็มีจังหวะสวนกลับได้ลุ้นประตู 2-3 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็น จาร์ร็อด โบเว่น ได้ยิงในเขตโทษแต่ คีแรน เทียร์นีย์ พุ่งบล็อกได้หวุดหวิด มิคาอิล อันโตนิโอ ได้ซ้ำก็ติด เทียร์นีย์ อีก 

รวมไปถึงจังหวะที่ ซาอิด เบนราห์ม่า ลุยเข้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนปาดเข้ากลางไปให้ มิคาอิล อันโตนิโอ ชาร์จหลาเดียวแต่ชนเสาเหลือเชื่อ และมีอีกจังหวะที่ เดแคลน ไรซ์ ลากมาตังแต่หัวกะโหลกหน้าเขตโทษตัวเองจนเข้าเขตโทษ อาร์เซน่อล ก่อนจบด้วยการยิงเต็มข้อติดเซฟของ เลโน่

ทว่าเป็น อาร์เซน่อล ที่ตามตีเสมอ 3-3 ด้วยวิธีการเข้าทำแบบเดิมเป๊ะ โอเดการ์ด จ่ายออกขวาให้เพื่อนตบเข้ากลาง ต่างแค่เปลี่ยนจาก คาลั่ม แชมเบอร์ส เป็น นิโกล่าส์ เปเป้ ที่ได้เปิดด้วยเท้าขวาเข้าหัว ลากาแซ็ตต์ โหม่งเต็มดอกส่งบอลตุงตาข่าย 

ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ จึงจบด้วยการเสมอกันไปแบบที่ทั้งสองทีมมีความรู้สักหลากหลายปะปนกัน เวสต์แฮม เสียดายที่ไม่ชนะเพราะนำห่างถึง 3-0 แต่หากดูโมเมนตัมครึ่งหลังที่โดนกดเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาก็คงพอใจแล้วที่ไม่โดนแซง 

ส่วน อาร์เซน่อล ก็ไม่ต่างกันเพราะเกิดความรู้สึกรอดตัวไม่แพ้ทั้งที่เริ่มต้นได้แย่ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ชนะเมื่อดูจากการสร้างโอกาสหลายครั้งในครึ่งหลัง อาร์เตต้า บอกว่าทีมควรยิงได้ 6-7 ประตูเลยด้วยซ้ำ



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด