:::   20:46 - ผลฟุตบอลชายโอลิมปิก2020 : กลุ่มเอ ฝรั่งเศส ชนะ แอฟริกาใต้ 4-3, ญี่ปุ่น ชนะ เม็กซิโก 2-1, กลุ่มบี นิวซีแลนด์ แพ้ ฮอนดูรัส 2-3, โรมาเนีย แพ้ เกาหลีใต้ 0-4   :::   20:46 - กลุ่มซี อียิปต์ แพ้ อาร์เจนตินา 0-1, ออสเตรเลีย แพ้ สเปน 0-1, กลุ่มดี บราซิล เสมอ ไอวอรี่โคสต์ 0-0, ซาอุดิอาราเบีย แพ้ เยอรมนี 2-3   :::

จุดโทษไม่ใช่ข้ออ้าง

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
แม้เต็มไปด้วยอารมณ์เสียดายปนหงุดหงิดกับการเสียจุดโทษตีเสมอก่อนจบเกมไม่กี่อึดใจ แต่สิ่งที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่คุมทีมเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีกที่ 811 นัด ต้องไม่ลืมคือ ฟอร์มการเล่นนัดล่าสุดที่น่าผิดหวังเหลือเกิน

ต่อให้เกมนี้ไม่มี เมซุต โอซิล ที่เจ็บเข่าจนหลุดโผทั้งตัวจริงและสำรอง ศักยภาพโดยรวมของทีมปืนใหญ่ก็ยังเหนือกว่าเวสต์บรอมวิชซึ่งลงสนามในฐานะ "ทีมบ๊วย" อยู่มาก

ตลอดทั้งเกม อาร์เซน่อล ครองบอลได้มากกว่าตามคาดจริง แต่โอกาสจะแจ้งในการทำประตูแทบนับครั้งได้ 

นอกจากจะไม่สามารถกดดันเจ้าถิ่นอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว อาร์เซน่อลยังเปิดพื้นที่ให้เวสต์บรอมวิชซึ่งไม่ชนะใครเลยตั้งแต่ขึ้นเดือนกันยายน ได้คุกคาม ป้วนเปี้ยนจนหวิดโดนหมัดน็อกหลายครั้ง

สุดท้ายจบเกมโดยที่หาโอกาสยิงเท่ากันที่ 14 ครั้ง...

มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งหลังจบเกมกับที่พ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด คารังทั้งที่เล่นดีกว่ามากและหาโอกาสไม่ต่ำกว่าสามสิบครั้งคือ ลูกทีมของ เวนเกอร์ ขาดแรงกระตุ้นในตัวเองอย่างมาก 

อาการเหมือนยังเมาหมัดไม่หาย ออกจากมุมโดยที่ยังมึนๆ งงๆ เหวี่ยงหมัดออกไปก็เข้าเป้าบ้าง ไม่เข้าเป้าบ้าง 

เห็นได้ชัดในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน, นิวคาสเซิ่ล, เวสต์แฮม และ เวสต์บรอมวิช ที่ยิงรวมกันได้เพียง 3 ประตู 

มีฮึดให้หัวใจแฟนบอลสูบฉีดขึ้นมาหน่อยก็คือเกมกับ ลิเวอร์พูล และ คริสตัล พาเลซ แต่ไม่ใช่ทั้งเกม มีเพียงช่วงที่โดนยิงนำก่อนหรือไม่ก็โดนตีเสมอ

คือต้องโดนกระตุกอย่างแรงเสียก่อนถึงจะมีอาการตอบสนองออกมา ถ้าคู่แข่งไม่เปิดแลก และเน้นตั้งรับ อาร์เซน่อลก็เล่นกันแบบเรื่อยๆ แทนที่จะขย่มเข้าใส่สมกับเป็นทีมใหญ่

ปัญหาความฟิตในช่วงโปรแกรมหนักบ็อกซิ่งเดย์ต่อเนื่องปีใหม่ ไม่ใช่ข้ออ้างแน่นอนเพราะคิวแข่งได้เปรียบชาวบ้านด้วยซ้ำไป

เกือบทุกทีมต้องลงเล่นในวันที่ 26 ธ.ค. หรือผ่านค่ำคืนคริสต์มาสที่คงมีปาร์ตี้กันพอสมควร แต่อาร์เซน่อลได้เล่นในวันที่ 28 ธ.ค. 

เวนเกอร์ ไม่ได้เจอโปรแกรมแข่งแบบ "วันเว้นวัน" เหมือนที่หลายทีมต้องเจอเพราะอย่างน้อยๆ ได้พัก 2 วันก่อนลงสนามอีกนัด 


จุดโทษปัญหาที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ออกมาโวยหลังเกม

แต่แทนที่จะได้เห็นการรวมพลังบุกกดดันคู่แข่ง แข้งปืนโตก็นวยนาด ค่อยๆ ต่อบอลอย่างเนิบช้า และหลายครั้งก็โดนคู่แข่งฉกได้จนต้องเปลี่ยนจนรุกและรับ วิ่งกันน้ำบานตลอด

ไม่มี โอซิล มีผลส่วนหนึ่งเพราะไอเดียในการสร้างสรรค์เกมขาดหายไปเยอะ อเล็กซ์ อีโวบี้ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ทดแทนจอมทัพทีมชาติเยอรมันได้แม้แต่น้อย

อเล็กซิส ซานเชซ ยังเล่นฝืนจังหวะและทำง่ายเป็นยากในหลายครั้ง มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง แต่เหมือนใช้ไม่ถูกจุด การประสานงานกับ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์  ยังขาดๆ เกินๆ

เมื่อแถวสองทำเกมไม่ได้ ลากาแซตต์ ก็ต้องฉีกออกนอกเขตโทษเพื่อมาล้วงบอล ก็เลยกลายเป็นว่าไม่มีใครปักหลักคอยจบในจังหวะสุดท้ายแบบต่อเนื่อง เวลาที่วิงแบ็กอย่าง เอคตอร์ เบเยริน กับ เซอัด โอคาซินัช เติมขึ้นมาจึงไม่เจอเป้าหมายในการผ่านบอลไปให้ 

เวนเกอร์ อาจโชคไม่ดีที่ช่วงโปรแกรมหนักดันมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมทั้ง อารอน แรมซี่ย์, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, นาโช่ มอนเรอัล และ เมซุต โอซิล

แต่หากเขาเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนตลาดซัมเมอร์ปิดตัวลง ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่แน่ 

ทีมที่พร้อมประสบความสำเร็จและโดยเฉพาะในอังกฤษที่ต้องลงเล่นถึง 4 รายการ โค้ชต้องมองให้ออกว่าขุมกำลังมากน้อยแค่ไหนถึงจะเพียงพอทั้งในแง่ของ "คุณภาพ" และ "ปริมาณ"


เวนเกอร์ มีปัญหากับ ไมค์ ดีน อีกครั้ง

คุณนับนักเตะหยาบๆ ได้เกินยี่สิบคน สามารถจัดได้สองทีมสบาย แต่เมื่อถึงเวลาจริงจัง กลุ่มสำรองหรือผู้เล่นชุดสองสามารถทดแทนตัวจริงได้หรือไม่

ในหลายนัดเราจึงได้เห็น แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, ร็อบ โฮลดิ้ง และ คาลั่ม แชมเบอร์ส นั่งหมดอาลัยตายยากในซุ้มม้านั่งสำรองทั้งที่กองหลังตัวหลักมีปัญหาบาดเจ็บ

เวนเกอร์ ไม่กล้าใช้งานสำรองที่ตัวเองมีเพราะคุณภาพต่างกันมากมาย นั่นทำให้เขาเลือกแก้ปัญหาด้วยการปรับเล่นแบ็กโฟร์ และก็วนกลับมาที่แบ็กทรีอีกรอบ

เช่นเดียวกับการที่ ธีโอ วัลค็อตต์ นั่งงงๆ ข้างสนามโดยที่ไม่ถูกใช้งานในเกมนี้ทั้งที่ ชิรูด์ ก็ไม่อยู่ และทีมต้องการประตูอย่างมาก

กลุ่มผู้เล่นสำรองคือกลุ่มที่พร้อมจะลงมาพลิกเกมให้กับทีม แต่จะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงหากผู้จัดการทีมไม่กล้าใช้งาน หรือมองว่าลงไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้น

สมมุติว่า ฝีเท้าและความสามารถของสำรอง "ดีกว่า" ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ยังไงก็น่าเสี่ยง

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากว่าในเมื่อ เวนเกอร์ ไม่กล้าใช้งาน แล้วจะเก็บไว้ในทีมเพื่อ?

ทำไมไม่จัดขุมกำลังตัวเองให้แข็งแกร่งทั้งตัวจริงและสำรอง เมื่อถึงเวลาต้องใช้ก็มั่นใจว่ามีทีเด็ดแน่นอน ไม่ใช่ส่งลงไปแบบเสียไม่ได้ 

อาร์เซน่อลในยุค อาร์แซน เวนเกอร์ จะไม่มีทางประสบความสำเร็จคว้าแชมป์รายการสำคัญอย่างพรีเมียร์ลีก หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หากใช้งานผู้เล่นชุดนี้ต่อไป

ทีมชุดที่ว่านี้จะยิ่งอ่อนยวบยิ่งกว่าเดิมเมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ กับ เมซุต โอซิล ไม่อยู่ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่สามารถเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับทีมใดก็ได้แล้วด้วย

เวนเกอร์ ต่อว่าผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน ตามคาดกับจุดโทษปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งแฟนบอลทั่วไปอาจเห็นด้วยตรงที่ว่า คาลั่ม แชมเบอร์ส ไม่ได้ยกมือขวาง และพยายามชักกลับหาตัวด้วยซ้ำก่อนที่โดนเพื่อนเก่า คีแรน กิ๊บบ์ส กระดกบอลใส่

แต่หากคุณมีทีมที่ดีและยิงให้ขาด 2-3 หรือ 4 ลูกไปเลย เรื่องการตัดสินที่ถูกบ้างผิดบ้างจะไม่ใช่ข้ออ้างเอามาเป็นประเด็นหลังเกมแน่นอน

เวนเกอร์ทำทีมแบบไม่คิดให้ขาด หมายถึงหวังแค่เอาตัวรอด และเก็บชัยชนะแบบหืดจับ บางนัดก็มีโชคผสม ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่โชคดีไปทุกนัด

ตอนนี้ อาร์เซน่อล อยู่ห่างจาก เวสต์บรอมวิช 22 คะแนน และห่างจากแมนฯ ซิตี้ 21 คะแนน

ความต่างระหว่างตามทีมนำกับมากกว่าบ๊วยของตาราง อยู่ที่ "คะแนนเดียว" 

ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่ เวนเกอร์ ต้องกังวล ไม่ใช่จุดโทษและการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด