:::     :::

ใครดีใครแย่ในยุค'เอ็ด'

วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2564 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
3,666
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ข่าวดีของแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ เอ็ด วูดเวิร์ด ประกาศลงจากตำแหน่งหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้

เป็น 'โดมิโน เอฟเฟกต์' ที่ส่งต่อมาจาก ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก บรรดาทีมใหญ่คิดว่าแผนการดังกล่าวจะออกมาดีแต่กลับโดนกระแสต่อต้านตีกลับจนล้มไม่เป็นท่า ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ วูดเวิร์ด ที่ต้องจำใจสังเวยตำแหน่งของตนเอง

อันที่จริง ตลอดระยะเวลาการทำงาน 8 ปีในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด รองประธานฝ่ายบริหารรายนี้ถือเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแฟนบอลมานาน โดยเฉพาะเรื่องการซื้อขายนักเตะที่ทำสาวก ปิศาจแดง ขัดใจ และมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นทุกๆ ซัมเมอร์

กระนั้นก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการซื้อตัวบางรายกลับทำได้ดีซึ่งต้องกล่าวชม วูดเวิร์ด ในเรื่องนี้

เอาเป็นว่าอย่าเสียเวลา ไปดูบรรดานักเตะที่ วูดเวิร์ด ทำการเสริมทีมให้ ผีแดง ตลอดช่วงที่ผ่านมาว่ามีใครที่ถูกยกให้อยู่ในระดับที่ 'ดี' และ 'แย่' กันบ้าง ตามความเห็นของ เดอะ มิร์เรอร์



การเสริมทีมที่ยอดเยี่ยม


บรูโน่ แฟร์นันด์ส

หนึ่งในนักเตะที่ว่ากันว่าเป็นการเสริมทีมที่ดีที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 

เรื่องราวความเป็นไประหว่าง ผีแดง กับ บรูโน่ ลากยาวมานานนับปี นักเตะมีข่าวกับทีมอื่นๆ มากมาย แต่ท้ายที่สุดได้ลงเอยย้ายมา โอลด์ แทรฟอร์ด ในช่วงปลายเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา

ผลงานในสนามเป็นอย่างที่เห็น ตัวทำเกมชาวโปรตุเกสเข้ามาพลิกสถานการณ์ของทีมด้วยการนำทัพเป็นหัวหอกทะลวงฟันในแนวรุก ช่วยทั้งเรื่องการทำประตูและแอสซิสต์อย่างมากมาย

นอกจากนี้ยังเป็นผู้เล่นที่ปิศาจแดงจะขาดไม่ได้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม



ปอล ป็อกบา

ยูไนเต็ด ลงทุนทุบสถิติโลก (ในตอนนั้น) เพื่อดึง ป็อกบา กลับมาสวมชุดปิศาจแดง และสร้างผลกระทบที่ดีตั้งแต่ปีแรก

แม้ช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีทั้งปัญหาในและนอกสนาม ไหนจะอาการบาดเจ็บที่เล่นงาน รวมไปถึงเอเย่นต์ตัวแสบที่อยู่ไม่สุขชอบสร้างความปั่นป่วนบนหน้าสื่อ

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อกองกลางชาวฝรั่งเศสลงสนาม ผลงานของทีมมักจะออกมาในทิศทางที่ดี และทีมมักจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเมื่อฟอร์มของ ป็อกบา เข้าฝัก



ลุค ชอว์

อีกหนึ่งนักเตะที่ถูกดึงมาพร้อมกับความหวัง ถึงจะถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานหลายครั้งจนต้องร้างสนามไปนาน แต่ฤดูกาลนี้ ชอว์ ฟื้นฟูร่างกายได้ดีพร้อมพัฒนาผลงานจนได้รับคำชมอย่างมากมาย

แม้จะย้ายมาตั้งแต่ปี 2014 และเพิ่งระเบิดฟอร์มในช่วงไม่กี่ปีหลัง แต่นั่นคือสัญญาณที่ดีของสโมสรกับการได้แบ็กซ้ายระยะยาวไว้ใช้งาน เพราะผลงานของ ชอว์ มีแต่ขึ้นกับขึ้น

ค่าตัว 30 ล้านปอนด์ที่เสียไปในวันนั้น บางทีอาจจะดูเสียเปล่าไปบ้างในช่วงที่นักเตะเจออาการบาดเจ็บรุมเร้า แต่หากมองไปยังผลงานช่วงปีหลังแฟนบอลคงเห็นตรงกันว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม



อารอน วาน-บิสซาก้า

แปะป้ายย้ายมา โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในราคา 50 ล้านปอนด์ แน่นอนมันคือแรงกดดันมหาศาลที่ วาน-บิสซาก้า ต้องแบกรับ

แต่ฟูลแบ็กหนุ่มจากลอนดอนรายนี้ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือกดดันแต่อย่างใด กลับกันผลงานในสนามช่างยอดเยี่ยมเนียนตา จนถูกยกให้เห็นนักเตะที่ทำผลงานคงเส้นคงวามากที่สุดคนหนึ่งของลีก

ด้วยวัยเพียง 23 ปี เส้นทางของเขายังอีกไกล พัฒนาต่อจากนี้น่าจับตามองโดยเฉพาะการเติมเกมรุกที่ยังเป็นจุดอ่อน แต่หาก 'AWB' สามารถเสริมจุดนั้นได้ เขาก็จะกลายเป็นฟูลแบ็กที่ครบเครื่องคนหนึ่งที่น่าจับตามอง



อันเดร์ เอร์เรร่า

ถูกยกว่าเป็นหนึ่งในการเสริมทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดรายแรกๆ นับตั้งแต่หมดยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

กองกลางมดงานรายนี้เอาชนะใจแฟนบอลด้วยผลงานในสนาม รวมไปถึงทัศนคติที่ทำให้สาวกปิศาจแดงรักหมดใจ

จุดเด่นของกองกลางชาวสเปนคือความขยัน ทำงานเพื่อทีม และหัวจิตหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ซึ่งเขาคือหนึ่งในฟันเฟืองในการพาทีมประสบความสำเร็จเมื่อฤดูกาล 2016/17 



อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

คำพูดเสียดสีมากมายเกิดขึ้นเมื่อ ผีแดง ยอมจ่ายเงินสูงถึง 50 ล้านปอนด์ดึงเด็กหนุ่มไร้ชื่อมาจาก โมนาโก เมื่อปี 2015 

หัวหอกชาวฝรั่งเศสลงสนามไป 258 เกมพร้อมผลงาน 78 ประตู แม้ปัจจุบันแฟนบอลอยากเห็นกองหน้ารายนี้เก็บกระเป๋าออกจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่สำหรับ เดอะ มิร์เรอร์ เชื่อว่านี่คือหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่ายุค วูดเวิร์ด

โดยเฉพาะผลงานช่วงเริ่มต้นที่ทำได้ดีสร้างผลกระทบยอดเยี่ยม แม้จะมีช่วงเวลาพ่อแง่แม่งอนกับสโมสร แต่เมื่อ มาร์กซิยาล เข้าฝัก เขาจะทำผลงานที่ดีให้กับทีมได้เสมอ



การเสริมทีมที่แย่


อเล็กซิส ซานเชซ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า อเล็กซิส คือหนึ่งในการเสริมทีมล้มเหลวของ วูดเวิร์ด ทั้งในเรื่องของผลงานในสนามและแง่ของภาพลักษณ์ที่ส่งผลไปยังตัวของเขา

จำบรรยากาศในวันเปิดตัวได้ดีกับการนั่งดีดเปียโน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการพลิกวงการฟุตบอลสำหรับการเปิดตัวนักเตะใหม่

แต่ผลงานในสนามกลับไม่เปรี้ยงปร้างฉูดฉาดเหมือนตอนนั้น เพราะฟอร์มของกองหน้าชาวชิลีไม่ได้เป็นไปตามที่สโมสรคาดหวังไว้ และมีแต่ดิ่งลงไปเรื่อยๆ 

นอกจากนั้นเรื่องค่าเหนื่อยยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ อเล็กซิส ถูกจับตามองซึ่งมันส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก และท้ายที่สุดก็ต้องถึงเวลาแยกทาง



ราดาเมล ฟัลเกา

การมาของ ฟัลเกา ในตอนนั้นสร้างความฮือฮาได้อย่างมากมาย

แต่เขากลับทำได้เพียง 4 ประตูจาก 29 เกม และกลายสภาพมาเป็นตัวตลกของแฟนบอลฝั่งตรงข้ามที่มักจะยกมาล้อเลียนสาวกปิศาจแดง

ที่สำคัญการทำธุรกิจหนนั้น ยูไนเต็ด ขาดทุนยับเยินเพราะพวกเขาต้องจ่ายเงินค่ายืมตัว 6 ล้านปอนด์บวกกับค่าแรง 250,000 ปอนด์ ซึ่งหากดูจากผลงานคงไม่ต้องสาธยายกันมาก



มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน

การเสริมทีมหลังหมดยุค 'เฟอร์กี้' ถือเป็นเรื่องที่ขัดใจแฟนบอลอย่างมาก เพราะมันไร้จุดหมายและเหมือนเป็นการหว่านซื้อและค่อยมาลุ้นภายหลัง

ชไนเดอร์ลิน อาจจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แม้นักเตะจะทำผลงานกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ดี แต่เมื่อย้ายมา โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์นักเตะกลับทำผลงานน่าผิดหวัง

ลงสนามไปเพียง 47 เกมจาก 2 ฤดูกาล และหลังจากนั้นต้องเก็บกระเป๋าออกจากทีมไป



อังเคล ดิ มาเรีย

หนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลตั้งความหวังไว้อย่างมากว่าจะมาสืบทอดตำนานเบอร์ 7 ของพวกเขา เพราะสโมสรยอมลงทุนจ่าย 59 ล้านปอนด์เพื่อดึงมาจาก เรอัล มาดริด

ยิ่งการเริ่มต้นด้วยผลงานยอดเยี่ยม จึงไม่แปลกใจที่แฟนบอลเพิ่มความหวังมากยิ่งขึ้นว่านี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทีมมองหา

แต่ผลงานของเขาเหมือนพลุไฟที่ถูกจุดขึ้น สว่างวาบสวยงาม และถูกความมืดมิดกลืนกินไป

ทั้งผลงานในสนามและการมีปัญหากับแฟนบอล ส่งผลให้ ดิ มาเรีย ใช้ชีวิตที่อังกฤษปีเดียวก็ต้องเก็บข้าวของย้ายทีมไปทันที



มาร์กอส โรโฮ

วูดเวิร์ด ต้องทำตามความปรารถนาของ ฟลุยส์ ฟาน กัล ที่อยากได้ โรโฮ มาใช้งาน และทีมจ่ายไป 16 ล้านปอนด์

แต่ผลงานในสนามกลับไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง แฟนบอลหลายคนอาจจะเชื่อว่าแนวรับอาร์เจนไตน์มีดีในตัว แต่สิ่งนั้นกลับไม่ถูกเผยให้เห็นเลยตลอดช่วงเวลาใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด 

นอกจากนี้สภาพร่างกายและอาการบาดเจ็บยังทำให้ โรโฮ เข้าๆ ออก โรงหมอ ซึ่งสถิติบ่งชี้ว่านับตั้งจบดูกาล 2017-18 เขาลงสนามไปเพียง 15 เกมเท่านั้น



เมมฟิส เดอปาย

อีกหนึ่งความคาดหวังของแฟนบอลกับผลงานก่อนย้ายมายัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด

แต่ว่า เดอปาย กลับไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ตามที่ทุกคนต้องการและดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นแรงกดดันให้เด็กหนุ่มจากเนเธอร์แลนด์ (ในตอนนั้น) เสียทรงไปด้วย

เมื่ออาการไม่ดีขึ้น ยิ่งเล่นยิ่งเสียความมั่นใจ ยูไนเต็ด จึงตัดใจปล่อย เดอปาย ไปให้ โอลิมปิก ลียง ในที่สุด



บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

กรณีของ ชไวนี่ อาจจะแตกต่างออกไปเล็กน้อยเพราะ ปิศาจแดง ไปดึงมาตอนที่เขาผ่านพ้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตนเองไปแล้ว

แม้จะสร้างความฮือฮาและแฟนบอลเอาใจช่วยนักเตะชาวเยอรมันรายนี้ โดยเฉพาะปีแรกที่ลงสนามไป 31 เกม แต่การมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้ที่ยืนของเขาค่อยถูกลดลงไป

เพราะหลังจากนั้น ชไวน์สไตเกอร์ ค่อยๆ ถูกลดความสำคัญลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะแยกทางย้ายไปเล่นใน เมเจอร์ ลีก



บิคตอร์ บัลเดส

หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่าประตูชาวสเปนรายนี้เคยสวมเครื่องแบบปิศาจแดงเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม

ปี 2014 บัลเดส ขอร่วมทีมเพราะต้องการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ซึ่งนักเตะกลับทำได้ดีจน ยูไนต็ด เสนอสัญญาระยะสั้นในปีต่อมา

เขาลงสนามไป 2 นัดเท่านั้นก่อนจะถูกปล่อยไปให้ สตองดาร์ ลีแอช ยืมใช้งาน และหลังจากนั้นถูก มิดเดิลสโบรช์ ดึงไปร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด