:::     :::

สองทีมชะตาเดียวกัน

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การเจอกันระหว่าง อาร์เซน่อล กับ บียาร์เรอัล ในรอบรองชนะเลิศ ยูโรปา ลีก ครั้งนี้ กลายเป็นเกมที่ความน่าสนใจอย่างมากโดยเฉพาะ อูไน เอเมรี่ กุนซือทัพ "เรือดำน้ำสีเหลือง" ผู้เคยกุมบังเหียน "ปืนใหญ่"

ชะตากรรมเดียวกัน

ทั้งสองทีมต่างหมดลุ้นคว้าโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ผ่านอันดับในลีกไปแล้วเพราะห่างจากท็อปโฟร์หลายคะแนน

อาร์เซน่อล อยู่เพียงอันดับ 10 ของตารางด้วยการมี 46 คะแนน ห่างจากท็อปโฟร์ 12 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขัน 5 นัด ในความเป็นจริงคือแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว 

ส่วนถ้วยเล็กที่ต้องจบอันดับ 5-6 สำหรับการไปเล่นยูโรปา ลีก และอันดับ 7 สำหรับประเดิมรายการน้องใหม่ "ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก" ก็ยังเป็นงานยากสำหรับ อาร์เซน่อล อยู่ดีเพราะตามหลังถึง 6 คะแนน

บียาร์เรอัล ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกันคือ "หมดสิทธิ์" ที่จะติด 4 อันดับแรกแน่นอนแล้วเพราะ 4 ทีมใหญ่ แอตเลติโก มาดริด, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และ เซบีย่า ทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งไปไกลจนการันตีตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าเป็นที่เรียบร้อย (เว้นแต่ว่า ตราหมี, ราชัน และ บาร์ซ่า จะถูก ยูฟ่า ลงโทษในกรณี ซูเปอร์ลีก)

โควตา 2 ถ้วยเล็กยุโรป บียาร์เรอัล มีโอกาสมากกว่า อาร์เซน่อล เพราะปัจจุบันอยู่อันดับ 7 ของตาราง และห่างอันดับ 5 เรอัล โซเซียดาด และ อันดับ 6 เรอัล เบติส เพียงคะแนนเดียว 

แต่เป้าหมายแท้จริงของพวกเขาก็เหมือนกับ อาร์เซน่อล ที่มองไปที่แชมเปี้ยนส์ ลีก และการคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ในปีนี้ให้ได้ก็คือทางเลือกเดียวในตอนนี้


ความสำคัญของเกมนี้ส่งผลต่อเกมลีกล่าสุด  

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีเกมสำคัญในยุโรปรออยู่ทำให้การลงสนามในเกมลีกของทั้ง อาร์เซน่อล และ บียาร์เรอัล รวมถึงอีกหลายทีม มีผลงานไม่ดีนัก

อาร์เซน่อล แย่ถึงขึ้นแพ้คาบ้านต่อ เอฟเวอร์ตัน 0-1 จากประตูที่ผิดพลาดเองของ แบรนด์ เลโน่ ส่งผลให้ทีมแพ้ไปแล้ว 13 นัดในฤดูกาลนี้ 

ขณะที่ บียาร์เรอัล ที่เจองานหนักกว่ารับมือ บาร์เซโลน่า ก็เกือบทำได้ดีแล้วเพราะเป็นฝ่ายนำก่อน แต่สุดท้ายโดน อ็องตวน กรีซมันน์ ยิงสองประตูให้ทีมเยือนชนะไป 2-1 โดยที่ช่วง 25 นาทีสุดท้าย บียาร์ฯ ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนด้วย

ไม่เพียงแค่สองทีมนี้ เรอัล มาดริด ที่กำลังจะพบกับ เชลซี ในรอบตัดเชือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็สะดุดเสมอ เรอัล เบติส ไปแบบไร้สกอร์ในการลงสนามเกมลีกล่าสุด

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีคิวดวล โรม่า ในอีกคูาของยูโรปา ลีก ทำได้เพียงเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-0 สถิติชนะรวด 5 นัดถูกหยุดลงไปด้วย 

ส่วนคู่แข่งอย่าง โรม่า ก็ผลงานไม่ดีออกไปโดนทีมท้ายตาราง กายารี่ โค่น 3-2 

 

รอบตัดเชือกชปล. 15 ปีก่อน

อาร์เซน่อล เคยพบกับ บียาร์เรอัล ในเกมยุโรปมาแล้ว 2 ครั้ง (4 นัด) ซึ่งแน่นอนว่าครั้งที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนคือ รอบคัดเชือก เมื่อปี 2006 

"ปืนใหญ่" ในยุคที่ยังมี เธียร์รี่ อองรี, เชส ฟาเบรกาส, โรแบร์ ปิแรส, โซล แคมป์เบลล์ และ เยนส์ เลห์มัน เปิดบ้านเฉือนชนะได้ก่อนในนัดแรก 1-0 จากประตูของ โคโล่ ตูเร่


นัดสองที่สเปน "เรือดำน้ำสีเหลือง" ที่ยุคนั้นคุมทีมโดย มานูเอล เปเยกรินี่ มีโอกาสเอาชนะคืนในสกอร์เดียวกันเมื่อได้จุดโทษในนาทีสุดท้าย และคนรับหน้าที่สังหารคือ ฮวน โรมัน ริเกลเม่ จอมทัพทีมชาติอาร์เจนตินา

ทว่า ริเกลเม่ ก็ยิงไปติดเซฟของ เยนส์ เลห์มัน ที่ป้องกันได้ยอดเยี่ยมและทำให้ อาร์เซน่อล ได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ บาร์เซโลน่า ซึ่งสุดท้ายแล้วลงเอยด้วยความผิดหวังพ่ายต่อเจ้าบุญทุ่มไปหวุดหวิด 1-2 

ปีนี้ อาร์เซน่อล กับ บียาร์เรอัล เจอกันในรอบตัดเชือกเกมยุโรปอีกครั้ง แต่เป็นถ้วยเล็กยูโรปา ลีก โดยมีตั๋วรอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพันเหมือนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว 

  

เกมพิเศษของ อูไน เอเมรี่

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่แฟนบอลหลายคนจับตามองเมื่อ อาร์เซน่อล โคตรมาพบกับ บียาร์เรอัล ก็คือ "อูไน เอเมรี่" กุนซือคนปัจจุบันของ บียาร์ฯ ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ อาร์เซน่อล 

อูไน เอเมรี่ เป็นคนที่ถูกเลือกให้คุมทีม "ปืนใหญ่" ต่อจาก อาร์แซน เวนเกอร์ ในปี 2018 เขาพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก ในปีแรก แต่ว่าพ่ายต่อ เชลซี แบบไม่ได้ลุ้น

ปีต่อมา ผลงานของ เอเมรี่ ดร็อปลงก่อนโดนปลดในช่วงปลายปี 2019 หลังเกมที่พ่ายคาบ้านต่อ แฟร้งค์เฟิร์ต 1-2 ในถ้วยยูโรปา 


กล่าวให้เห็นภาพคือ อูไน เอเมรี่ ได้งานคุม อาร์เซน่อล เพราะฝีมือที่เคยนำ เซบีย่า คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ได้ 3 สมัยติดต่อกัน แต่เกมที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ขาดลงก็คือความปราชัยในยูโรปา ลีก นั่นเอง 

ช่างบังเอิญอย่างมากที่การกลับมาเจอ อาร์เซน่อ เป็นครั้งแรกของ อูไน เอเมรี่ นับตั้งแต่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ดันเป็นรายการ ยูโรปา ลีก ในรอบที่เดิมพันกันด้วยตั๋วนัดชิงชนะเลิศที่จะเป็นความหวังนำไปสู่การได้เล่นในถ้วยใหญ่แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า

เหมือนกับมีใครบางคนเขียนบทเอาไว้เลยจริงๆ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด