:::     :::

เสียดายแต่ต้องสู้ต่อไป

วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
455
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เชลซี ยังต้องรอโทรฟี่แชมป์แรกภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ต่อไป หลังลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ

ถือเป็นความชอกช้ำของนายใหญ่ชาวเยอรมันรวมถึง ติอาโก้ ซิลวา ที่ผิดหวังในเกมชิงชนะเลิศสองหนติด หลังจากที่ปีที่แล้วตอนอยู่ที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แพ้ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค มาในเกมชิงถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เกมที่เวมบลีย์ดูหลายอย่างจะไม่ค่อยเป็นใจทั้งจังหวะที่ทีมเสียประตูที่ควรจะเป็นการทำแฮนด์บอลของ อาโยเซ่ เปรเซ ก่อน หรือจะประตูที่เสมอช่วงท้ายที่โดน "วีเออาร์" ตีเส้นล้ำหน้าไป

ต้องบอกว่าน่าเสียดาย แต่ในเมื่อมันเป็นอย่างนั้นไปแล้ว ก็เดินหน้ากันต่อในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ ยังมีเกมลีกที่มีความสำคัญรออยู่รวมถึงเกมชิงถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในปลายเดือนนี้ให้แก้ตัว

แต่ก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวเสื้อเหย้าใหม่ที่จะใช้ในซีซั่นหน้าแบบไม่ค่อยเฮฮาสักเท่าไร


การจัดทีม

โธมัส ทูเคิ่ล จัดการเปลี่ยนทีม 5 ตำแหน่งจากเกมที่แพ้ให้กับ อาร์เซน่อล เมื่อกลางสัปดาห์ โดยมีเซอร์ไพรส์อยู่ที่การวางตำแหน่งเซนเตอร์ที่นัดนี้ปรับให้ รีซ เจมส์ เข้าไปยืนด้านในร่วมกับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ และ ติอาโก้ ซิลวา โดยให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไปยืนทางขวา ส่วนทางซ้ายเป็น มาร์กอส อลอนโซ่ ลงทำหน้าที่ 

ในขณะที่ผู้รักษาประตูยืนยันก่อนหน้านี้แล้วว่า เกปา อาร์รีซาบาลาก้า จะได้เฝ้าเสาหลังจากที่ลงเล่นในรายการนี้มาตลอด

ตรงกลาง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กลับมาลงสนามอีกครั้งโดยจับคู่กับ จอร์จินโญ่ ส่วนแนวกรุก เมสัน เมาท์ กับ ฮาคิม ซิเย็ค ทำเกมโดยกองหน้าเป็น ติโม แวร์เนอร์


ออกสตาร์ทด้วยการครองเกม

เชลซี ออกสตาร์ทด้วยการครองบอลที่เหนือกว่าในขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ มาเน้นเกมรับกุมซึ่งไม่น่าแปลก เพราะในภาพรรวมต้องบอกว่าศักยภาพของ "สิงห์บลูส์" เหนือกว่า

เกมของสิงโตน้ำเงินเน้นที่การโจมตีทางริมเส้นที่มีทั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ และ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ที่สอดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่การเปิดบอลและในจังหวะสุดท้ายยังไม่เข้าเป้าเท่าไร

โอกาสลุ้นครั้งแรกที่พอจะมีอะไรให้พูดถึงเป็นของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ ทิโมธี กาสตาญ เปิดบอลจากทางขวาเข้ากลาง เจมี่ วาร์ดี้ ได้ตวัดยิงแต่ยังมี ติอาโก้ ซิลวา ที่บังเอาไว้ได้

ส่วนจังหวะลุ้นของ เชลซี ต้องรอครึ่งทางของครึ่งแรกที่ เมสัน เมาท์ ได้จังหวะสับไกด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษบอลเรียดหลุดเสาออกไปนิดเดียว หลังจากนั้นไม่กี่นาที ติโม แวร์เนอร์ ก็ได้โอกาสยิงในลีกษณะเดียวกัน แต่เป็นการยิงด้วยขวา ซึ่งบอลก็ข้ามคานออกไปไกล


น่าได้ประตูขึ้นนำ

เกมผ่านมาถึงเกือบครึ่งชั่วโมงแรก เชลซี น่าจะได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ ติอาโก้ ซิลวา ตักบอลลอยมาหน้าประตู ติโม แวร์เนอร์ บอลโดนเฉี่ยวๆทำให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ที่รออยู่เสาสองเลยโหม่งไม่ถึง

หากว่าลูกนี้บอลไม่โดนกองหน้าทีมชาติเยอรมันก็มีโอกาสสูงเลยที่ อัซปิลิกวยต้า จะโหม่งตุงตาข่ายได้เพราะมันจ่อมากจริงๆ

นาทีที่ 40 ของเกมเป็นอีกครั้งที่ เชลซี ได้ลุ้น ฮาคิม ซิเย็ค ไหลบอลเข้าเขตโทษด้านขวา ติโม แวรเนอร์ สอดมายิง เวสเล่ย์ โฟฟาน่า พุ่งบล็อกเอาไว้ได้ แวร์เนอร์ พยายามตามซ้ำดาบสอง โฟฟาน่า ก็ตามมาบล็อกไว้ได้อีก


ประตูสุดสวยของ ตีเลมันส์

ออกสตาร์ทครึ่งหลังต้องบอกว่าโอกาสทำประตูก็ไม่ได้จะแจ้งอะไรทั้งสองทีม จังหวะโหม่งของ มาร์กอส อลอนโซ่ ก็ไม่ได้ลุ้นอะไรมากมายเพราะบอลไปตรง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล 

ผ่านหนึ่งชั่วโมงมานิดหน่อยกลายเป็น เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มาได้ประตูจากจังหวะยิงไกลนอกกรอบสุดสวยของ ยูริ ตีเลมันส์ ที่ยังไงก็ต้องยกนิ้วให้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า พยายามบินสุดตัวแต่ก็ไปไม่ถึง

แต่ก็อย่างที่บอกว่าจังหวะก่อนหน้ามีการทำแฮนด์บอลของ อาโยเซ่ เปเรซ ที่ชว่งที่เล่นเกมรุก ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่น เชลซี เนื่องจากมองว่ามันเป็นจังหวะต่อเนื่องและทำให้ทีมเสียประตู

ทว่าในเมื่อผู้ตัดสินตัดสินใจไม่เช็กวีเออาร์และเป้าให้เป็นประตูก็ต้องเป็นไปตามนั้น


การตอบโต้จาก เชลซี

หลังเสียประตูไม่นาน โธมัส ทูเคิ่ล ทำการเปลี่ยนตัวทันทีสองตำแหน่างเอา เบน ชิลเวลล์ ลงเล่นแทน มาร์กอส อลอนโซ่ (ท่ามกลางเสียงโห่จากแฟน เลสเตอร์) และเอาชนะ คริสเตียน พูลิซิช ลงเล่นแทน ฮาคิม ซิเย็ค

ช่วงเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่เหลือ "สิงห์บลูส์" เดินเกมบุกหนัก การเปลี่ยนตัวก็แสดงให้เห็นว่ารุกเต็มที่โดยจากนั้นก็เอา ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นแทน จอร์จินโญ่ รวมถึง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย แทน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

จากนั้นทีมน่าตีเสมอได้ก่อนเข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายจังหวะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เปิดบอลจากทางขวาลึกไปเสาสอง เบน ชิลเวลล์ ได้โหม่งบอลจะเบียดเสาเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พุ่งสุดตัวปัดออกไปได้หวุดหวิดก่อนเพื่อนมาช่วยเคลียร์ไว้ได้

ความหวังสุดท้ายคือการส่ง โอลิวิเยร์ ชีรูด์ ลงเล่นแทน ติโม แวร์เนอร์ ในนาทีที่ 82 ของเกม หลังจากนั้น 5 นาทีเป็นอีกครั้งที่ทีมน่าตีเสมอได้ รีซ เจมส์ เปิดบอลเข้าเขตโทษโดนโหม่งสกัดมาเข้าทาง เมสัน เมาท์ อัดด้วยซ้ายแต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ก็ยังเซฟได้เยี่ยม


ความพยายามของ เชลซี มาส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จ ติอาโก้ ซิลวา วางบอลเข้าเขตโทษด้านซ้าย เบน ชิลเวลล์ สอดมายิงด้วยซ้าย ชากลาร์ โซยุนชู พยายามสกัดบอลไปชน เวส มอร์แกน เข้าประตูท่ามกลางความยินดีจากเพื่อนร่วมทีมและเสียงโห่ร้องจากแฟนบอล

แต่ก็อย่างที่รู้หลังจากเช็ก "วีเออาร์" ลูกนี้ ชิลเวลล์ ล้ำหน้าไปอย่างน่าเจ็บใจชนิดที่แค่ปลายเข่าเท่านั้น

นอกจากนี้เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วยังเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจลงอย่างสิ้นเชิงของฝั่ง เชลซี สุดท้ายสิ้นเสียงนกหวีด ทีมลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ไป

สิ่งที่รออยู่

คืนวันอังคารนี้ เชลซี จะเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์เจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้ง ซึ่งเกมนี้ก็ยังมีความสำคัญกับทีมที่ต้องการชัยชนะเพื่อการันตีพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้

จากนั้นเกมลีกนัดสุดท้ายจะไปเยือน แอสตัน วิลล่า ในวันอาทิตย์นี้ และจะพักราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะทำศึกกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมชิงถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่โปรตุเกส


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด