:::     :::

"ความฝันของผมคือลาลีกา" ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

วันอังคารที่ 09 มกราคม 2561 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
3,514
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา, ในโลกลูกหนัง คงไม่มีข่าวไหนได้รับความสนใจมากไปกว่าการย้ายทีมของ "ฟิลิปเป้ คูตินโญ่" อีกแล้ว

        ย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาล ดาวเตะทีมชาติบราซิล แสดงเจตนารมณ์ออกมาอย่างชัดเจนว่า ต้องการย้ายออกจากลิเวอร์พูล เพื่อไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า จนถึงขั้นส่งข้อความผ่านทางอีเมล เป็นการขอขึ้นบัญชีย้ายทีม

        แม้ความต้องการของยังไม่เป็นผล เขายังก้มหน้าก้มตาลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล ต่อไป ก่อนจะมาสมหวังในการย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า ในช่วงเดือนมกราคม ด้วยค่าตัวมหาศาลเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงเพื่อนซี้อย่างเนย์มาร์ เท่านั้น

        เราไปติดตามชีวิตบางส่วนของเขากันหน่อยว่า กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ เขาต้องประสบพบเจออะไรมาบ้าง แน่นอนว่า รวมถึงความฝันสูงสุดอย่างการเล่นในศึกลาลีกา สเปน ด้วย

        ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่เกิดและเติบโตที่ริโอ เดอ จาเนโร ออกมาเล่าว่า "บ้านของผมอยู่ใกล้กับชุมชนแออัดที่โด่งดังมาก อย่างไรก็ตาม ผมไม่เคยมีปัญหากับการใช้ชีวิตในวัยเด็กเลย"

        "คุณพ่อทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินมาสนับสนุนผม และพี่ชายอีก 2 คน พ่อหลงใหลฟุตบอลมาตลอด โดยหลังจากนั้น ย่าของเพื่อนคนหนึ่งของผมบอกกับพ่อว่า ควรส่งผมไปเข้าโรงเรียนฟุตบอล เนื่องจากผมมีทักษะในกีฬาชนิดนี้"

        คูตินโญ่ เติบโตมากับการเล่นฟุตบอลในระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีความสามารถเรื่องของการเล่น "ฟุตซอล" อีกด้วย ก่อนฝีเท้าจะไปเตะตาแมวมองของสโมสรดังอย่างวาสโก ดา กาม่า

        จากนั้น วาสโก ดา กาม่า ตัดสินใจส่งคำเชิญให้เขามาคัดตัวเข้าทีมเยาวชน อย่างไรก็ตาม วันแรกของการทดสอบฝีเท้า เขาต้องพบกับอุปสรรคบางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของจิตใจ

        "ผมร้องไห้ไม่หยุด และไม่ต้องการเล่นฟุตบอลกับคนอื่น เพราะผมเป็นเด็กขี้อาย" คูตินโญ่ ย้อนความหลัง ในวันที่เขาวิ่งร้องไห้ออกมาหาคุณพ่อ ทั้งที่เด็กคนอื่นกำลังอบอุ่นร่างกายในสนาม

        "ผมรู้ว่าตัวเองเป็นเด็กใหม่ และเด็กคนอื่นต่างรู้จักกันหมดแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกอึดอัด และเขินอาย ทว่าภายหลังจากนั้น ผมได้รับแรงจูงใจ เริ่มลงเล่นในเกมของตัวเอง ทุกอย่างเข้าสู่สภาะปกติ และเป็นไปตามธรรมชาติ ผมเริ่มสนุกกับมัน"

        ผลสุดท้าย เขาถูกรับเข้าทีมเยาวชนของวาสโก ดา กาม่า ก่อนโดนอินเตอร์ มิลาน เซ็นสัญญาล่วงหน้า คว้าตัวไปร่วมทีมตอนอายุ 16 ปี ทว่าต้องประสบปัญหาครั้งใหญ่อีกหน

        ปีเตอร์ ออซิลิโอ ผู้อำนวยการด้านกีฬาของอินเตอร์ มิลาน ออกมาย้อนความหลัง ถึงการปรับตัวที่ยากลำบากของเขาว่า "ตอนอายุ 18 เขาถึงย้ายมาร่วมทีมเราอย่างเป็นทางการ"

        "จากนั้นราฟาเอล เบนิเตซ ก็เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม พร้อมกับมีความคาดหวังที่สูงมาก ราฟา จัดเขาลงสนามในระบบ 4-2-3-1"

        "อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่ได้ลงเล่นมากเท่าที่ควร และเราก็มีความอดทนไม่เพียงพอ ทำให้ตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกจากทีมไป"

        "ส่วนตัวผมอยากเห็นเด็กดาวรุ่งเติบโต และประสบความสำเร็จกับสโมสรแห่งนี้ ทำให้ทุกครั้ง ที่ผมเห็นเขาโชว์ฟอร์มที่ดีกับทีมอื่น มันจึงทำให้ผมเศร้าใจมากๆ"

        คูตินโญ่ ไม่สามารถแจ้งเกิดกับอินเตอร์ มิลาน และมีจำนวนการลงสนามแทบนับนิ้วได้ ส่งผลให้เขาถูกส่งไปให้ทีมในสเปน อย่างเอสปันญ่อล ทำการยืมตัว

        กระทั่งช่วงปี 2013 เขาได้ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล แบบถาวร ในสนนราคาเพียง 8.5 ล้านปอนด์ โดยการย้ายทีมในครั้งนั้น ผ่านมาจากคำแนะนำของราฟาเอล เบนิเตซ อดีตกุนซือ "หงส์แดง" นั่นเอง

        ดาเมียน โคมอลลี่ อดีตผู้อำนวยการของลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยว่า "ช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2012 เจ้าของสโมสรบอกกับตัวผมว่า ทีมมีงบประมาณซื้อนักเตะอย่างจำกัด"

        "พร้อมกับเผยว่า ลิเวอร์พูล จำเป็นจะต้องเซ็นนักเตะที่มีค่าตัวไม่เกิน 10 ล้านยูโร และต้องเป็นนักเตะที่อายุต่ำกว่า 21 ปีเท่านั้นด้วย"

        "ผมบอกกับแมวมองของทีมไปว่า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จะกลายเป็นนักเตะกำลังหลัก นั่นเพราะเรากำลังมองหาตัวตายตัวแทนของเดิร์ค เคาท์ อย่างไรก็ตาม เขายังไม่พร้อมย้าย เนื่องจากถูกส่งไปเล่นกับเอสปันญ่อล แบบยืมตัว"

        "เราไม่รู้แน่ชัดว่า คูตินโญ่ มีฝีเท้าเก่งกาจขนาดไหน มันยากมากที่จะติดตามเขา เพราะเขาแทบไม่เคยลงสนามให้อินเตอร์ มิลาน อย่างไรก็ตาม เรารู้จักเขา และรู้ว่าเขามีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม"

        "ทั้งหมดผ่านการรับรองจากราฟาเอล เบนิเตซ (สมัยที่ยังคุมทีมอินเตอร์ มิลาน) ที่ออกโรงยืนยันว่า คูตินโญ่ จะก้าวมาเป็นนักเตะระดับโลกในอนาคต เมื่อคนอย่างราฟา พูดอะไรแบบนั้น คุณควรจะรับฟัง"

        ตั้งแต่เดือนมกราคม 2013 ถึงเดือนมกราคม 2018 คูตินโญ่ ลงสนามให้กับลิเวอร์พูล 201 เกม และยิงไป 54 ประตู ทว่าการไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดกับทีมได้เลย ถือเป็นเชื้อไฟสุมให้เขาอยากกลับไปทำตามความฝันวัยเด็กมากขึ้น

        มาร์ก้า สื่อชื่อดังของประเทศสเปน เคยออกมาตีแผ่บทสัมภาษณ์ของเขาในช่วงปี 2008 หรือเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วเอาไว้อย่างน่าสนใจ แน่นอนว่า มันบ่งบอกความปรารถนาทุกอย่างที่มีมาตลอด

        เขากล่าวในปี 2008 เอาไว้ว่า "สโมสรในฝันของผมคือเรอัล มาดริด นี่คือทีมที่ดีสุดในโลก นอกจากนี้ ผมเรียนรู้การยิงแบบจักรยานอากาศจากโรบินโญ่ ผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์อีกด้วย"

        "ผมชอบดูการเล่นของเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่า พวกเขาคือทีมโปรดของผมในศึกลาลีกา ส่วนเป้าหมายในอนาคตของผมคือฟุตบอลลีกของสเปน !! เพราะที่นั่นเป็นแหล่งรวมของนักเตะที่ดีสุดในโลก เช่นโรบินโญ่ และโรนัลดินโญ่"

      จากนี้ไปต้องรอดูกันว่า คูตินโญ่ จะมีเส้นทางลูกหนังเป็นอย่างไร เมื่อได้มาเล่นกับทีมที่ตัวเองใฝ่ฝันมาตลอด และได้เล่นร่วมกับนักเตะระดับโลกมากมาย .... ซึ่งเวลาเท่านั้นจะให้คำตอบ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด