:::     :::

เปลือยตัวตน อาหมัด ดิยัลโล่

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2564 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
847
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การเร่งรีบไม่ใช่สไตล์ของผม ผมรู้ว่าตนเองอายุยังน้อยซึ่งต้องพัฒนาไปอย่างช้าๆ และมีสมาธิกับการพัฒนาตนเองในแต่ละวัน ดังนั้นผมจึงเป็นคนที่อดทนและทราบดีว่าหากผมทำทุกอย่างได้ถูกต้อง โอกาสของผมจะตามมา

ผมต้องเรียนให้ทราบว่า แม้ผมเพิ่งย้ายมาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงไม่กี่เดือน แต่มีหลายๆ สิ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นกับผมในช่วงที่อยู่ที่นี่ ยกตัวอย่างเช่น การทำประตูแรกของตนเองในเกมดวล เอซี มิลาน 

ในตอนที่ผมมองเห็นว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส สังเกตเห็นการวิ่งของผม และบอลกำลังลอยมาทางผม ผมมีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้น คือการโหม่งกลับหลัง ถ้าหากผมเอาบอลลงและพลิกตัว แนวรับอาจจะเข้ามาแย่งมันไปจากผมได้ ดังนั้นสิ่งที่ว่ามาจึงไม่ใช่ทางเลือก ผมไม่แม้แต่จะคิดว่าบอลจะมาทางผมด้วยซ้ำไป ผมก็แค่ใช้ศีรษะเล่นบอล ผมไม่สามารถโหม่งแรงจนเกินไปหรือเบาจนเกินไป เพราะมันอาจจะพลาดและผู้รักษาประตูอาจจะป้องกันได้ ดังนั้นก็แค่สะกิดบอลและมันลอยเข้าประตูไป

ความคิดวาบแรกที่เกิดขึ้น โอ้วแม่เจ้า! ฉันทำประตูในสีเสื้อ ยูไนเต็ด 

ผมแทบไม่เชื่อเลย

ความคิดต่อมาของผมคือ วิลลี่ บราเซียโน่ ตา บี อดีตเพื่อนร่วมทีมของผมที่เพิ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นประมาณ 2 สัปดาห์ 

เขาเป็นเพื่อนที่ดีของผม นักเตะชาวไอวอรี่ โคสต์ อีกคนหนึ่งที่อยู่ในทีมเยาวชนของอตาลันต้า และเขามักจะแสดงท่าทางการฉลองหลังจากทำประตูให้ผมดูอยู่เสมอ ซึ่งเขาเคยพูดไว้ว่าหากเขาทำประตูแรกให้กับทีมชุดใหญ่ของอตาลันต้าได้ นั่นคือวิธีที่เขาจะแสดงออกมา ดังนั้น ในตอนที่ผมทำประตูในเกมดวล มิลาน สิ่งนั้นออกมาจากความรู้สึกของผม

ฉลองเหมือนกับ วิลลี่ บราเซียโน่ ตา บี






ผมจึงฉลองโดยใช้ท่าของเขา ผมต้องการจดจำเขาแบบนั้น ผมต้องจดจำเพื่อนที่ดีของผม มันเป็นช่วงเวลาที่เร้าอารมณ์ผมอย่างมาก และเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในอาชีพของผม

ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อได้ ไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น ผมไม่เคยคาดหวังกับสิ่งเหล่านี้เลย การทำประตูแรกของผมให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบเกม ในตอนที่ผมกลับบ้าน ผมมองตัวเองในกระจกและไม่เชื่อกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

แต่ชีวิตก็เป็นเช่นนั้น มันมอบสิ่งที่คุณไม่ได้คาดคิดเอาไว้

สองสัปดาห์ก่อนหน้านั้น หลังจากที่ผมประเดิมสนามให้ ยูไนเต็ด ในเกมดวลกับ เรอัล โซเซียดาด หลังจบเกมผมได้โทรศัพท์ไปหาแม่และท่านร้องไห้ ท่านบอกว่าไม่อยากเชื่อเลย สำหรับผมแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่น่าเหลือเชื่อเพราะการได้ลงเล่นในเกมระดับสูงที่สุดเกิดขึ้นในชีวิตเพียงหนเดียวเท่านั้น แม่ภูมิใจกับผมจริงๆ ท่านมั่นใจเสมอว่าผมจะทำได้ แต่ท่านก็เตือนตลอดเช่นกันว่าให้ผมถ่อมตัว ทำงานหนักและอย่ายอมแพ้ ในตอนที่ท่านเห็นผมลงสนามช่วงประมาณ 8 นาทีนั้น มันคือทุกๆ สิ่งสำหรับท่าน พวกเราไม่อยากเชื่อเลย

ทุกๆ อย่างมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ และผมคิดว่าเรื่องทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้น ผมอยากขอขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ผมเป็นมุสลิม ผมสวดมนต์อย่างมากและผมทำทุกๆ อย่างที่ผมขอถูกให้ทำในฐานะชาวมุสลิม ในตอนที่ผมสวดมนต์ ผมร้องขอพระผู้เป็นเจ้าให้มอบความแข็งแกร่งและสุขภาพที่ดีให้กับผม เพราะเมื่อคุณมีสุขภาพที่ดี คุณก็สามารถทำหลายๆ สิ่งได้มากมายผมเป็นผู้นับถือที่แท้จริง และผมต้องขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าสำหรับองค์ประกอบทุกๆ อย่างในชีวิตของผม ผมสวดมนต์ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าทุกๆ วัน ก่อนลงสนาม ผมจะกล่าว Bismillah และทำสิ่งเดิมอยู่เสมอในตอนที่ผมอกจากสนามเพื่อเป็นการขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ผมทำสิ่งนี้อยู่เสมอ มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม ศาสนาช่วยผมได้อย่างมากและเป็นเช่นนั้นเสมอ






มีหลายเรื่องที่ผมได้เอ่ยขอบคุณไปแล้วก่อนหน้านี้ เหมือนอย่างช่วงเวลาของผมที่อตาลันต้า มันเป็นสโมสรที่เคร่งครัด สโมสรที่ช่วยให้คุณเติบโตในฐานะนักเตะ และวันนี้ผมภูมิใจมากที่เคยเล่นให้กับพวกเขา ผมสามารถบอกกับใครก็ได้ว่าผมเป็นผลผลิตจากระบบเยาวชนในอิตาลี อตาลันต้าเป็นสโมสรที่มีลักษณะพิเศษ มันถูกจัดตั้งให้ทำงานหนัก เอาจริงเอาจัง และวันนี้ผมมีความสุขที่สามารถเอ่ยได้ว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอย่าง อตาลันต้า 

ผมรักช่วงเวลาในการอยู่ในระบบเยาวชนของที่นั่น และผมโชคดีพอที่สามารถทำประตูแรกในการประเดิมทีมชุดใหญ่ภายใต้การนำของ จาน ปีเอโร่ กัสเปรีนี่ คนที่มอบงานอันยากลำบากให้กับนักเตะ แต่ก็มีความเชื่อในตัวผมอย่างมาก ผมคิดว่าผมลงสนามไปแทน โยซิป อิลิชิช ในนาทีที่ 79 ในเกมดวลกับ อูดิเนเซ่ ก่อนลงสนาม กัสเปรีนี่ มอบความแข็งแกร่งและกระตุ้นผมอย่างมาก โดยพูดว่า "เล่นไปเลย อาหมัด ทำในสิ่งที่แกทำอยู่เสมอ"

ผมมั่นใจจริงๆ ในตอนที่ลงสนามและในตอนที่ผมได้บอล ผมทำได้เพียงยิงเท่านั้นเพราะไม่มีใครที่ผมจะส่งไปให้ได้ และผมไม่สามารถครอสบอลได้ ดังนั้นผมมีแค่ต้องยิงและเห็นว่ามันเสียบตาข่าย มันเกิดขึ้นตรงหน้าแฟนบอลและเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าเชื่อ

คำนั้นอีกครั้ง ไม่อยากจะเชื่อเลย! นั่นคือความรู้สึกในตอนที่สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษบอกว่าพวกเขาต้องการเซ็นสัญญากับม




ตอนนี้ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นี่ในแมนเชสเตอร์ นี่คือสโมสรที่มีความทะเยอทะยาน สโมสรซึ่งต้องการอยู่ในจุดสูงสุดอยู่เสมอ สโมสรซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในการเติบโตและพัฒนาของผม ผมอาจจะอยู่ที่นี่เพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น ทว่าสิ่งที่ผมเห็นมาจนถึงตอนนี้ ความประทับใจที่ผมมีอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ 

สิ่งที่แตกต่างหลักๆ เลยระหว่างที่นี่กับอตาลันต้าคือการซ้อมของที่นี่เน้นหนักในเรื่องของพละกำลังร่างกายมากกว่า ให้ความสนใจไปที่การคุมบอลมากกว่ารวมไปถึงหลายๆ สิ่งตรงนั้น ผมคิดว่าผมพัฒนามากขึ้นในฐานะนักฟุตบอลหากเปรียบเทียบกับตอนที่อยู่อิตาลี ทว่านับตั้งแต่ผมอยู่ที่อตาลันต้า ผมคิดว่าผมได้รับการศึกษาที่ดีในด้านฟุตบอลเพราะผมก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนที่ดีที่สุดในอิตาลี กัสเปรีนี่ เป็นคนที่มอบงานที่ยากลำบากให้กับนักเตะ ดังนั้นก่อนย้ายมาที่นี่ ผมได้พัฒนาในบางจุดไปบ้างแล้ว

แน่นอนว่าทั้งสองทีมมีจุดที่คล้ายกันอย่างมาก ทั้งสองทีมให้โอกาสกับนักเตะอายุน้อยเยอะมากๆ ในตอนที่ผมประเดิมสนามบนเวที พรีเมียร์ลีก ดวลกับ เลสเตอร์ แนวรุก 3 รายในทีมมีผม เมสัน กรีนวูด และ แอนโธนี่ เอลังก้า มีสองคนอายุ 18 และอีกคนอายุ 19 ปี! มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจในการส่งแนวรุกหนุ่มลงสนามด้วยกัน แต่มันเป็นการแสดงให้เห็นว่าสโมสรนี้เชื่อมั่นในนักเตะหนุ่ม มันมอบช่วงเวลาของการพัฒนาให้กับคุณ และในตอนที่สโมสรเห็นคุณลงไปซ้อม กำลังทำได้ดี และทำตามในสิ่งที่คุณบอกให้ทำ จากนั้นคุณก็จะได้โอกาสอย่างที่ต้องการ

ผมเล่นให้ที่นี่เหมือนกับตอนที่เล่นในอิตาลี แน่นอนว่าโค้ชทำทีมในทิศทางที่ต่างกันแต่ที่นี่ผมก็กำลังเล่นในตำแหน่งแนวรุกทางขวา มีอิสระ ต้องบุกและป้องกัน ในอิตาลี มันเป็นกรณีของการออกไปและทำเกมรุก แต่หลังจากนั้นป้องกันและมันเหมือนกันกับที่นี่ ผมเห็นตัวเองว่าเป็นนักเตะแนวรุกทางขวามากกว่าเดิม แต่ผมพูดแบบนั้นอยู่เสมอ ในฟุตบอล คุณไม่ควรมีตำแหน่งที่ชื่นชอบ โอเค บางทีคุณอาจจะมีความพึงพอใจ แต่คุณควรจะพร้อมไม่ว่าตำแหน่งไหนก็ตาม ผมเคยเล่นแนวรุกทางซ้าย, ทางขวา และผมก็เคยหุบไปเล่นตรงกลาง ดังนั้นสำหรับผมแล้วทุกๆ ตำแหน่งเหมือนกัน ถ้าโค้ชบอกให้ผมลงเล่นในตำแหน่งเฉพาะ มันก็คงมีเหตุผลในเรื่องนั้น ผมจะไม่โต้เถียง ผมก็แค่เล่นในตำแหน่งนั้น ถ้าให้ผมพูดถึงตำแหน่งที่ชอบจริงๆ ผมจะบอกว่าเล่นแนวรุกทางขวา เพราะจากจุดนั้น ผมสามารถเลี้ยงบอลและพาบอลไปยังพื้นที่ลึกในแดนฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นผมคิดว่านั่นคือตำแหน่งที่ผมชอบมากที่สุด แต่ผมต้องพร้อมกับทุกๆ ตำแหน่ง






สิ่งที่สำคัญคือผมทำงานหนักต่อไปและพัฒนาเกมของตนเอง ทุกๆ คนที่นี่เป็นคนที่ยอดเยี่ยม - นายใหญ่ (โอเล่ กุนนาร์ โซลชา), เฟล็ตช์ (ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์), (ไมเคิ่ล) คาร์ริค, คีแรน (แม็คเคนน่า) พวกเขาทุกๆ คนมอบคำแนะนำในตอนซ้อมให้กับผม ผมได้ยินพวกเขาตะโกนมาที่ผมว่า "ทำต่อไปเลย อาหมัด ทำต่อไป" และสิ่งนี้ทำให้ผมอยากลงซ้อมให้หนักกว่าเดิม พวกเขาช่วยผมเยอะมาก พูดกับผม บอกผมในตอนที่ทำพลาด พวกเขาบอกผมในตอนที่ผมกำลังทำได้ดีและนั่นเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับนักเตะอย่างผมที่อายุยังน้อย พวกเขาช่วยเหลือผมเยอะมาก ช่วยเหลือผมเป็นอย่างมากจนถึงตอนนี้

ในช่วงเดือนแรกๆ ของปี 2021 ผมมีโอกาสไม่มากเท่าไหร่ ผมทำประตูในเกมพบ เอซี มิลาน ทำแอสซิสต์ให้ เมสัน ในเกมดวล เลสเตอร์ ดังนั้นจึงมีช่วงเวลาที่ดีในสนามอยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงตราตรึงอยู่กับผมคือตอนที่เป็นตัวสำรองในเกมพบ ฟูแล่ม - เกมแรกใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งมีแฟนบอลเข้าชมเกมนัดแรกตั้งแต่ที่ผมย้ายมา แม้ว่าผมอยู่ในม้านั่งสำรอง ผมกำลังชมเกมไปพร้อมแฟนบอล ซึ่งทำให้ผมได้ยินพวกเขาร้องรำทำเพลง มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก

จากนั้นผมคิดกับตัวเองว่า 'จะเป็นอย่างไรหากมีแฟนบอลเต็มสนาม?' มันจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เร้าอารมณ์ แฟนบอลทุกๆ คนกำลังร้องเรียกชื่อของคุณ เหมือนอย่างที่ผมได้ยินพวกเขาร้องเรียกชื่อของ บรูโน่ จินตนาการว่าแฟนบอลทุกคนกำลังร้องเพลงด้วยชื่อของคุณ มันจะเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ในการที่แฟนบอลทุกๆ คนในสนามหนุนหลังคุณ





แต่ผมต้องพูดว่าผมคงไม่รีบร้อน ผมยังอายุน้อยมากๆ สิ่งเดียวที่ผมมุ่งมั่นเท่านั้นคือทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมในแต่ละวัน พัฒนาและเรียนรู้จากนักเตะที่มีประสบการณ์ในลีกนี้ อาทิ ป็อกบา หรือ แรชฟอร์ด ที่มีประสบการณ์ในฟุตบอลรูปแบบนี้ หลายๆ สิ่งเกิดขึ้นไปแล้ว เช่นเดียวกับการย้ายมา ยูไนเต็ด ในปีนี้ ผมยังถูกเรียกติดทีมชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นดั่งความฝัน

คุณทราบดีว่าสำหรับเด็กที่เกิดและเติบโตในประเทศของพวกเขา การได้เป็นตัวแทนให้ทีมชาติของตนเองเป็นเรื่องที่เร้าอารมณ์อย่างมาก ผมเกิดและเติบโตที่ไอวอรี่ โคสต์ ดังนั้นการได้เล่นและทำประตูให้ทีมชาติของผมในตอนอายุ 18 ปีจึงเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน ผมหมายถึง แน่นอนว่าผมคาดหวังกับการเล่นให้ ไอวอรี่ โคสต์ ในสักวันหนึ่ง แต่ไม่ได้คิดว่าจะเกิดขึ้นเร็วในตอนอายุ 18 ปี ดังนั้นตอนที่ผมถูกเรียกติดทีมชาติหนแรกในช่วงอายุ 18 ปี มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสำหรับผม มันเป็นเรื่องที่แสนวิเศษในการเป็นตัวแทนทีมชาติของคุณ แต่ผมตระหนักว่ามีหลายสิ่งที่ยังต้องทำและเข้ามาหา

ผมต้องพัฒนาไปอย่างช้าๆ แต่แน่นอน ผมต้องฟังคำแนะนำจากโค้ชของผม ในตอนที่ผมมีโอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ ยูไนเต็ด มากกว่านี้ มันจะขึ้นอยู่กับผมในการแสดงคุณค่าของตนเองและแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคิดไม่ผิดที่ดึงผมมาร่วมทีม ในตอนที่โอกาสของผมมาถึง ผมพร้อมจะคว้ามันไว้ แต่ผมจะใช้เวลาของตนเอง ผมไม่รีบร้อน นี่คือตัวตนที่ผมเป็น และมันกำลังส่งผลดีกับผมมาจนถึงตอนนี้



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด