:::     :::

ชีวิตหลังหมอกร้ายของลูกหนังไทยใน ACL

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
446
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ศรัทธาคอบอลไทยโดนกระทืบซ้ำ หลังฟอร์มการเล่นของบรรดาสโมสรดังในฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 รอบแบ่งกลุ่ม ไม่ไฉไลอย่างที่คิดไว้ จนกระทั่ง 2 เกมล่าสุด เราได้เห็นรอยยิ้มจางๆ จากแฟนบอลกลับมาอีกครั้ง กับชัยชนะของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี

โดยเริ่มจาก “ความหวังหมู่บ้าน” อย่าง “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด แชมป์โตโยต้าไทยลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ที่ได้ ออเรลิโอ วิดมาร์ กุนซือเลือดออสซี ประเดิมคุมทัพอย่างเป็นทางการ หลังลมหวนกลับมาคุมทัพ “กระต่ายแก้ว” เป็นครั้งที่ 2 

การจัดทัพของ วิดมาร์ น่าสนใจไม่น้อยในยามไร้เงา อิรฟาน ฟานดี้ ปราการเหล็กทีมชาติสิงคโปร์ เพราะไม่ได้ส่งชื่อในโควต้าเอเชีย หลังไม่ได้ลงฝึกซ้อมกับทีม เนื่องจากต้องกักตัวเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ทีม “ลอดช่อง” ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่ผ่านมา ทำให้โอกาสตกเป็นของ ปิยะชนก ดาฤทธิ์​ กองหลังร่างโย่งลงสนามประสานงานในแนวรับกับ อันเดรส ตูเญซ และ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ 

ส่วน สุมัญญา ปุริสาย เพลย์เมกเกอร์เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี FA Thailand Awards 2020 ออกสตาร์ทบนม้านั่งสำรอง เปิดทางให้ เควิน อินเกรโซ่ แข้งป้ายแดงลงเดินเกมกับ สารัช อยู่เย็น และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ดูโอ้ทีมชาติไทย ขณะที่คู่หัวหอกจัดหนักวาง ธีรศิลป์ แดงดา จับคู่กับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ไล่ล่าตาข่าย


ซึ่งขุนพล “เดอะ แรบบิท” ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เมื่อโชว์ฟอร์มสมราคาแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศไทย ไล่ขย่ม คาย่า เอฟซี  ไปสบายเท้า 4-1 จากฝีเท้าของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ หัวหอกแซมบ้า 2 ประตู ทำให้ ดิโอโก้ กระหน่ำประตูในศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว 10 ตุง

แบ่งเป็นการยิงสมัยค้าแข้งกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 6 ประตู  และยิงในคราบขุนพล  ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม เบาๆ  2 ประตู

ขณะที่อีก 2 ดอกได้จากฝีเท้าของ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกจอมเก๋า และถือเป็นการยิงให้ “เดอะ แรบบิท” เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยประตูล่าสุดที่ “เทพมุ้ย” ยิงให้ บีจีฯ ต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในเกมโตโยต้าไทยลีก ที่บุกไปเอาชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี 2-0 ซึ่งประตูดังกล่าวเป็นประตูเดียวในเครื่องแบบ “กระต่ายแก้ว” ของ “ธีรศิลป์” เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา


นอกจากนี้ทำให้ “เทพมุ้ย” ยิงในฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ไปแล้ว 7 ประตู มากที่สุดในบรรดานักเตะไทยที่ยังเล่นอยู่ เรียกว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีที่แฟนบอลจะได้ยลลีลาการถล่มประตูของอดีตดาวยิง เอสซีจี เมืองทองฯ, อูเด อัลเมเรีย, ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า และ ชิมิสุ เอสพัลส์ ในฤดูกาลหน้าอีกครั้ง

ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงแบบนี้เอง ไม่แปลกที่ มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะออกมายกให้สาวก “เดอะ แรบบิท” เป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ไทยลีกฤดูกาล 2021-22 มาครองอีกหน

ขณะ“สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ก็ไม่น้อยหน้า หลังเกมแรกแพ้ให้ คิตฉี เอสซี จากฮ่องกง ไป 2-0 เกมนี้ลูกทีมของ “โค้ชอู๊ด” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ต้องคว้าชัยชนะจาก กว่างโจว เอฟซี ให้ได้ เพื่อกวักมือเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับมา 

เกมนี้ “โค้ชอู๊ด” ปรับทัพ 2 ตำแหน่งจากเกมแรก ส่ง ธิตาธร อักษรศรี และ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ลงแทน จตุรพัช สัทธรรม กับ ฟิลิป โรลเลอร์ ในตำแหน่งแบ็กซ้าย และ ปีกขวา ตามลำดับ ขณะที่แนวรุกยังคงเป็น เซร์คิโอ ซัวเรส, จอห์น บาจโจ้ และบดินทร์ ผาลา เหมือนเดิม

แม้ กว่างโจว เอฟซี จะไม่ได้ขนผู้เล่นชุดใหญ่มาโม่แข้งในรายการนี้ เนื่องจากปัญหาโปรแกรมลีกและโปรแกรมทีมชาติคาบเกี่ยวกัน แถมมีปัญหาเรื่องการกักตัวอีก แต่ผู้เล่นตัวสำรองของพวกเขาก็สร้างความสำบากใจให้แข้งจากเมืองไทยไม่น้อยในช่วงออกสตาร์ทเกม


แต่พอตั้งลำได้ “สิงห์เจ้าท่า” ก็จัดการขย่มแข้งลูกหนังจากแดนมังกรอยู่ฝ่ายเดียว ก่อนมาได้ประตูปลดล็อก ในนาทีที่ 21 เมื่อ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ เปิดบอลไปในกรอบเขตโทษให้ เอเลียส ดอเลาะ ขึ้นโขกเข้าไป การท่าเรือ ขึ้นนำ 1-0 โดยประตูนี้ถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวและเป็นประตูแรกของ “สิงห์เจ้าท่า” ในฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มอีกด้วย 

ครึ่งหลัง การท่าเรือ มาบวกเพิ่มอีก 2 ประตู จากการโหม่งของ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ ฟิลิป โรลเลอร์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงครึ่งหลังมายิงประตูปิดท้ายให้ การท่าเรือ เอฟซี เอาชนะ กว่างโจว เอฟซี ไป 3-0 เก็บ 3 แต้มแรกในทัวร์นาเมนต์ได้สำเร็จ ทำเอา “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสาวพราวเสน่ห์ยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว


แต่เมื่อมองจากภาพรวมทั้ง 2 ทีม ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขอีกเยอะ ไล่ตั้งแต่เรื่องสภาพความฟิตของผู้เล่นที่ยังดูไม่เต็มถัง เพราะการขาดเกมมานาน แถมการประสานงานของนักเตะยังไม่เนียนตาเท่าที่ควร ที่สำคัญระบบการเล่นก็ยังไม่ลงตัว ดังนั้นชัยชนะนัดนี้ ยังไม่สุดเสียทีเดียว  

แต่อย่างน้อยการได้เห็น “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา และ “บาส” ปกรณ์ เปรมภักดิ์ คืนสู่ร่างเทพอีกครั้งถือเป็นเรื่องที่ดีของแฟนบอลทั้ง 2 ทีม

เพราะทั้งคู่ถือเป็นแข้งผู้อาภัพ เมื่อถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวออกจากสนาม จนฟอร์มการเล่นหล่นหายไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา 

แต่วันใดร่ายกายฟิตเต็มถัง พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นนักเตะชั้นยอดอย่างไม่ต้องสงสัย 

หากรักษาฟอร์มเทพแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โอกาสที่ประตูทีมชาติไทย จะเปิดต้อนรับอีกครั้งมีสูงทีเดียว

เพราะในวันที่ทีมชาติไทยเหี่ยวเฉา ทั้งคู่อาจเป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้ “ช้างศึก” กลับมาคึกคักอีกหนก็ได้



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด