:::     :::

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ'โค อิตาคูระ'

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
372
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
สองปีแปดเดือน นับจากการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 'โค อิตาคูระ' รู้ดีว่าตนเองจะต้องออกเดินทางอีกครั้ง เพียงแต่ยังไม่รู้จุดหมายปลายทาง

การเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2019 เป็นการผูกมัดข้อตกลงแบบเรียบง่ายระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อิตาคูระ ที่ตอนนั้นยังเป็นดาวรุ่งของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นในวัย 21 ปี

อิตาคูระ ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ในบทบาทกองกลางตัวรับ และไปฉายแววโดดเด่นในสัญญายืมตัวกับ เวกัลตะ เซนได ในบทบาทเซนเตอร์แบ็กตลอดฤดูกาล 2018
นี่คือการเซ็นสัญญาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ความฝันที่จะได้เล่นพรีเมียร์ลีกของ อิตาคูระ ตามรอยเท้ารุ่นพี่อย่าง มายะ โยชิดะ ที่รับใช้ เซาธ์แฮมป์ตัน ทะลุ 150 เกมในลีกสูงสุดของอังกฤษ
แต่ในมุมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นี่เป็นเพียงการเซ็นสัญญากับหนึ่งในนักเตะที่มีอนาคตมากที่สุดของญี่ปุ่น ตามแนวทางของ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป กลุ่มทุนเจ้าของสโมสร ที่มีหลายทีมทั่วโลกอยู่ในการครอบครอง
แน่นอน ทั้งสองฝ่ายทราบดีว่านักเตะจะยังไม่ได้เล่นฟุตบอลอังกฤษในอนาคตอันใกล้ เพราะติดปัญหาเรื่องเวิร์คเพอร์มิต หรือใบอนุญาติทำงานในอังกฤษ เนื่องจากไม่มีประวัติในการรับใช้ทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่เลย 
แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มีแผนรองรับเอาไว้แล้วคือการปล่อย อิตาคูระ เล่นกับ โกรนิงเก้น ในเอเรดิวิซี่ ลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์สในสัญญายืมตัวระยะเวลา 18 เดือน หรือจนจบฤดูกาล 2019-20 ซึ่งตอนนั้นมี ริสึ โดอัน เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันร่วมทัพอยู่ จึงน่าจะช่วยในการปรับตัวได้ดียิ่งขึ้น
หากประสบความสำเร็จที่ โกรนิงเก้น ก็จะเป็นใบเบิกทางให้ได้รับเวิร์คเพอร์มิต แต่ถ้าล้มเหลว อิตาคูระ ก็ยังถือเป็นสมบัติของ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป ที่สามารถเอาไปหมุนเวียนให้กับบรรดาทีมน้องๆ อย่าง นิวยอร์ค ซิตี้, เมลเบิร์น ซิตี้ หรือถ้า 'โฮมซิค' ก็ยังมี โยโกฮามา เอฟ มารินอส รองรับอยู่
นั่นคือทางออกที่น่าจะดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
ผ่านสองฤดูกาลแรกที่ต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวอยู่พอสมควร อิตาคูระ ลงเล่นไป 22 เกมในเอเรดิวิซี่ และ 1 เกมในบอลถ้วย จนมีการขยายระยะเวลายืมตัวเพิ่มอีกหนึ่งซีซั่น 2020-21
อิตาคูระ เปลี่ยนจากเบอร์ 17 มาใส่เบอร์ 5 เป็นสัญญาณการกลับมาในฐานะตัวหลัก และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
จบฤดูกาล 2020-21 อิตาคูระ ลงเล่นครบทั้ง 34 เกมในเอเรดิวิซี่ เป็น 1 ใน 2 นักเตะในทีม โกรนิงเก้น ที่ลงเล่นครบทุกเกมร่วมกับผู้รักษาประตู แซร์โจ้ พัดท์ และถ้านับเฉพาะนักเตะเอาท์ฟิลด์มีแค่ 2 คนที่ทำได้ในเอเรดิวิซี่ อีกคนคือ โอเว่น ไวน์ดาล กองหลัง อาแซด
ชื่อของ อิตาคูระ กลายเป็นที่รักของแฟนๆ โกรนิงเก้น จนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของสโมสรจากการโหวตของกองเชียร์ ที่ลงคะแนนอันดับ 1, 2, 3 ในแต่ละเกม สุดท้ายนำมาคิดคะแนนรวมกัน อิตาคูระ จบที่ 47 คะแนน ทิ้งห่างอันดับสอง พัดท์ ที่มีเพียง 28 คะแนน
อิตาคูระ จึงเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนที่สองที่รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของ โกรนิงเก้น ต่อจาก โดอัน ที่ได้รับในฤดูกาล 2017-18 ซึ่งเป็นปีแรกที่มาถึง
หลังจบฤดูกาลที่แล้ว อิตาคูระ ยังไม่รู้อนาคตของตัวเองว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะจัดการกับตัวเองแบบไหน แต่ก่อนหน้าที่จะคิดถึงเรื่องนั้น ขอมีสมาธิกับการรับใช้ทีมชาติญี่ปุ่นในศึกโอลิมปิกเกมส์ 2020 เสียก่อน
ถึงตอนนี้ มีความสนใจจาก เซลติก ทีมดังสกอตแลนด์ ที่ติดต่อทาบทาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อขอยืมตัว อิตาคูระ ไปใช้งานตลอดฤดูกาล 2021-22 แล้ว ซึ่งคนที่อยากได้ก็คือ อันเก้ ปอสเตโคกลู ผู้จัดการทีมคนใหม่แห่ง เซลติก พาร์ค ที่เพิ่งย้ายมาจาก โยโกฮามา เอฟ มารินอส นั่นเอง
ปอสเตโคกลู เริ่มคุมทีม มารินอส ในฤดูกาล 2018 ซึ่งปีนั้นได้เห็นฟอร์มของ อิตาคูระ ที่เล่นอยู่กับ เซนได เต็มๆ ตา
ด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่คนอื่นคนไกล การเจรจานี้จึงน่าจะราบรื่นได้ไม่ยาก หากแต่ เซลติก ต้องจัดการหาบทสรุปเรื่องค่ายืมกับทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ลงตัว
อิตาคูระ เองก็รู้ดีว่าหากได้ย้ายมาเล่นในสกอตติชพรีเมียร์ชิพ จะเป็นการก้าวบันไดขึ้นไปอีกขั้น ขยับเข้าใกล้พรีเมียร์ลีกมากขึ้นไปกว่าที่เอเรดิวิซี่ อย่างน้อยๆ ก็ได้สัมผัสเรื่องเกมฟุตบอล และสภาพอากาศ
ปัจจุบัน อิตาคูระ อายุ 24 ปีแล้ว อยู่ในช่วงที่สดสุดๆ สำหรับอาชีพนักฟุตบอล และตอนนี้เกียรติประวัติจากการเล่นให้ โกรนิงเก้น ช่วงเวลาสองปีครึ่ง ถือเป็นใบเบิกทางสู่ทีมที่ใหญ่ขึ้น และก้าวที่สูงขึ้นในยุโรป
เซลติก จะเป็นการเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางใหม่ของ อิตาคูระ ที่ท้าทายขึ้นกว่าเดิม และมีถนนสายพรีเมียร์ลีกตัดผ่านอยู่ข้างหน้า หากแต่ไม่จำเป็นต้องเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอไป หากหวังสร้างชื่อเหมือนรุ่นพี่ โยชิดะ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})