:::     :::

บาย

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ใบหน้าฉันตอนนั่งซัดเบียร์ในบาร์แล้วถูก "หมาต๋า" เร่งให้ออกจากร้าน แทบไม่ต่างจากฉากที่ โก อิตาคุระ แนวรับทีมชาติญี่ปุ่น-ผู้เล่นเยาวชน คาวาซากิ ฟรอนตาเล ขึ้นมากระทุ้งประตูผ่านมือ นนท์ ม่วงงาม

ครั้งที่เท่าไหร่กัน ที่หัวใจคล้ายถูกกระทำชำเราผ่านจอทีวี

ฉันพบตัวเองอยู่ในบาร์ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ตอกบัตรลา บรรยากาศวิปริตของกรุงเทพกระชากฉันมานั่งรอเกมคู่นี้ ซึ่งเอาเข้าจริงฉันไม่ได้ปีนป่ายหวังสูงด้วยซ้ำว่าทีมจะเก็บ 3 คะแนน แม้นั่งไทม์แมชีนกลับไปเดือนก่อน "ช้างศึก" เชือกนี้จะฝากแผลให้ "ซามูไร" ไว้ที่ถิ่นอีสานใต้ก็เถอะ

เหลียวมองรายชื่อ 11 คนแรก มีเพียง ยูตะ คามิยะ เพลย์เมกเกอร์ โชนัน เบลล์มาเร รายเดียวที่อยู่ในชุดพ่ายทีมชาติไทย 1-2 (คนเดียวกับที่ยิงช้างศึกที่ บุรีรัมย์ นั่นแหละ)

เกมเริ่มแบบที่ทีมจากแดนปลาดิบไม่เร่งเครื่อง ขณะที่ทีมแดนปลาแดกอาศัยการตั้งรับอยู่ในแดนตัวเอง โดยทิ้ง เจนรบ สำเภาดี ไว้คอยเก็บบอลเพียงรายเดียว

เกือบผ่านครึ่งชั่วโมง เบียร์ขวดแรกฉันหมดไป แต่ทีมชาติไทยยังหาโอกาสสร้างความหวั่นไหวให้คู่ต่อสู้ไม่ได้ ฉันไม่มีปัญหากับเกมรับที่หลายคนเปรียบเสมือน "ผึ้งงาน" คอยช่วยกันได้ดีมาก หากแต่จังหวะรุกเมื่อไหร่ กลับสร้างความต่างไม่ได้ จ่ายพลาด ส่งติดคู่ต่อสู้ หรือโดนเพรสซิ่งให้สาดโด่งออกไปไกลๆ เหมือนอัดบอลใส่กำแพง

เคียวสึเกะ ทากาวะ ดาวยิงที่ถูกถีบขึ้นไปเล่นชุดใหญ่ ซางัน โทสุ และเคยยิงใส่ คอนซาโดเล ซัปโปโร ของ ชนาธิป ในฤดูกาลที่ล่วงผ่าน คือตัวความหวังในทีมชุดนี้ ทว่ากับจังหวะและโอกาสที่เอื้อให้ แข้งวัย 18 ปี ที่ลืมตาดูโลกบนเกาะคิวชู ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ นนท์ ม่วงงาม ได้

45 นาทีแรกสำหรับฉันผ่านไปแบบมึนๆตึนๆ

ครึ่งหลังโมเมนตั้มยังไม่เปลี่ยน นักสู้แดนปลาดิบรัวมีดใส่ไม่ยั้ง นักสู้แดนปลาแดกทำได้เพียงถือหม้อไหกะละมังกันคมดาบ การเปลี่ยน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (แชมป์กีฬา 7 สี จากโรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม ที่ลุงวีรศักดิ์ ชอบพูดซ้ำๆ) ไม่ได้ทำให้ “ลมเปลี่ยนทิศ”

โดนพับสนามบุก สวนกลับไม่ถึงครึ่งสนามเสียบอล ริมเส้นถูกรุมจนตันไม่สามารถใช้บอลโด่งไปวัดดวงข้างหน้า ผู้เล่นโดนขโมยวิชั่นในเกมไปหมดเกลี้ยง ที่สำคัญนายประตูญี่ปุ่นไม่ใช่ เคย์สึเกะ โอซาโกะ ที่เคยโชว์หมูหกให้เมื่อเดือนก่อน

ท้ายเกมฉันยกแก้วเบียร์ภาวนา ขอให้เรามีคะแนนเพื่อต่อลมหายใจในนัดสุดท้าย แต่ทำนบที่กั้นไว้กว่า 89 นาทีได้พัง ไม่ต้องฟังเสียงนกหวีดจากเชิ้ตดำ ใจก็ช้ำล่วงหน้า เราแพ้ทุกประตู นั่นคือสิ่งที่รับรู้โดยดุษฎี

เสพติดความเจ็บปวดผ่านทีวี 2 เกมติด...

คำถามถูกปาใส่ โซรัน ยานโควิช สมควรได้ไปต่อหรือไม่ ? หากย้อนไทม์ไลน์กลับไปตั้งแต่เฮดโค้ชบัลแกเรียรายนี้มาคุม ฉันยังไม่เห็นความต่างจากที่ วรวุธ ศรีมะฆะ ได้ทิ้งไว้ ในวงเล็บทรัพยากรลูกหนังคล้ายกัน

โซรัน บอกมาตลอดว่า ทีมชาติไทยชุดนี้มีปัญหาเกมรุกที่ปิดสกอร์ไม่เด็ดขาด แต่ทีมมีแข้งที่เป็นสไตร์เกอร์แท้เพียง 2 คน (เจนรบ สำเภาดี กับ สิทธิโชค กันหนู)

อาจแย้งว่ากองหน้าที่เหลือถูกสโมสรล็อกไว้กับทีมเพื่อรอแข่งฟุตบอลรายการ "โค้ก คัพ" หรือผู้เล่นชุดนี้ส่วนใหญ่แบกอายุมาเล่น แต่โซรันก็เคยบอกแล้วว่านั่นไม่ใช่ข้ออ้างในการทำทีม

ลองผิดถูกในเวทีไม่เป็นทางการมาเยอะ แต่กับทัวร์นาเมนต์หลักยังเป็นเช่นเดิม แม้จะเหลือเกมสุดท้ายให้ไว้ลายกับ ปาเลสไตน์ ทว่าผลลัพธ์ที่ไม่อาจรีเซตได้คือเรา "ตกรอบ"

ไม่มีผลงานและสไตล์การเล่นที่จับต้องได้ชวนเห็นอนาคต นั่นคือสิ่งที่ฉันคิ้วขมวดมองมาตลอดกับทีมชุดนี้ แต่ผู้ใหญ่ในสมาคมฟุตบอลฯจะมองฟ้าในองศาเดียวกันไหม คืออีกเรื่อง

เพราะฉันหยุดความคิดที่เชียร์ให้ "โซรัน" ไปต่อ ตั้งแต่เบียร์ขวดที่สองหมดลงแล้ว...

  

  

  

 

 

 

 

 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})