:::     :::

ฟุตซอลไทย : เสียดายแต่ไม่เสียใจ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เป็นเกมฟุตซอลโลกที่ดุเดือดชวนอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านตลอดทั้งเกม เสียดายที่ฝ่ายที่ได้รับการชูมือไม่ใช่ ทีมชาติไทย

ทัพโต๊ะเล็กไทย ทำได้ดีใน “ระดับหนึ่ง” แต่มันไม่เพียงพอให้พวกเขาได้ 1 หรือ 3 คะแนน

การพบ โปรตุเกส ทีมอันดับ 6 ของโลก ทั้ง “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาม และนักเตะต่างรู้อยู่แก่ใจว่า พวกเขาจะไม่มีทางได้เดินชิล ยิ้มได้ เหมือนตอนเตะในอาเซียนแน่

แม้ไลน์อัพผู้เล่น 5 คนแรกจะเป็น 5 คนเดียวกับที่เล่นเปิดสนามฟุตซอลโลกครั้งก่อน นำมาโดย คฑาวุธ หาญคำภา​, กฤษดา วงษ์แก้ว, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ และ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง

แต่โค้ชวันนี้ไม่ใช่ ปูลปิส แล้ว รวมถึงรายละเอียดเกม แท็คติก ที่เปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน

ไทย เริ่มเกมด้วยความรัดกุม ซื้อเกมรับ ใช้วินัยและความอดทนรับมือกับพลพรรคฝอยทอง ที่เราต่างรู้ว่าพวกเขาเหนือกว่าทั้งดีกรี ความสามารถ

แต่ความดื้อของทีมชาติไทยในการทำตัวเกะกะ ไม่ให้โปรตุเกสเล่นเกมรุกได้ตามถนัด ทำยอดทีมจากยุโรปหัวเสียเช่นกัน ที่สำคัญทีมไทยไม่ได้รับจน “หลังพิงฝา” แต่ยังหาจังหวะเถียงตอบโต้คู่แข่งได้ด้วย


ริคาร์ดินโญ แข้งโต๊ะเล็กที่ถูกชูว่าคือนักเตะหมายเลข 1 ของโลก หลังหมดยุคสมัย ฟัลเกา ทำได้เพียงประคองจังหวะเกม ถ่ายบอลไปมา หากแต่ในรายละเอียดเกมรุกเขาแทบไม่ได้สร้างความต่าง หรือเอาชนะการดวลกับนักเตะไทยได้เลย

แม้จะเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการซัดไกลบ้าง หลังเจาะไม่เข้า แต่ คฑาวุธ วันนี้บินดี จนสามารถปฏิเสธประตูจากคู่แข่งไปได้ 5-6 ครั้ง

จุดเปลี่ยนมาจากลูกเซตเพลย์ที่เขาถูก จิรวัฒน์ ซัดขึ้นนำ ในช่วง 4 นาทีสุดท้ายก่อนจบครึ่งแรก

ฮอร์เก​ บราซ กุนซือมากประสบการณ์ขอเวลานอกทันที

เขาเปลี่ยนรูปแบบการเล่นโดยการส่ง ซิคกี ดาวยิงร่างใหญ่แต่คล่องตัวฉิบหาย มายืนค้ำแดนหน้าชนกับแนวรับไทย ซึ่ง “โค้ชหมี” เองก็มองไพ่ในมือคู่แข่งออก ตัดสินใจแก้เกมโดยการส่ง รณชัย จูงวงษ์สุข ที่สรีระพอฟัดพอเหวี่ยงมาสู้

ทีมชาติไทยยื้อไว้ได้หลายครั้ง จนมาเสียฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษ จากการไปทำฟาล์ว ซิคกี และถูกลูกสูตรปลิดฉีดไปในนาทีสุดท้าย

จบครึ่งแรก 1-1 ในแบบที่เรามองว่า “ยังมีหวัง” ในการเก็บคะแนน


แต่ไพ่บนมือของ ฮอร์เก บราซ ไม่ได้มีแค่นี้

ในมุมของโปรตุเกส เขาเห็นแล้วว่าแนวรับไทยที่ต้องชนกับ ซิคกี นั้นน่วมและยวบไปทั้งตัวแล้ว นั่นจึงไม่แปลกที่เขายังยื้อใช้รูปแบบเดิมอีกครั้ง

ซิคกี ยังคงป่วนหลังบ้านไทยได้เช่นเดิม หาช่องยิงไม่ได้ก็ดื้อจนเรียกฟาล์วได้

ที่หนักกว่าคือพวกเขาไม่ได้มีแค่ ซิคกี เพียงคนเดียว แต่ยังสลับ เอริค ที่ยืนต่ำในครึ่งแรกขึ้นมาค้ำ ซึ่งความแกร่งและคล่องตัวของแข้งวัย 26 สร้างความปวดหัวให้แนวรับไทยอย่างหนัก

จนพวกเขามาได้ประตูแซงนำ 2-1 จากจังหวะสวนกลับไว หลังแย่งบอลจาก ศุภวุฒิ ได้ เป็น เอริค ที่หลุดไปดวล 1-1 กับ กฤษดา ก่อนหลอกดื้อ ๆ และล่อเป้าเข้าไป

โมเมนตั้มเกมเปลี่ยนทันที

ฮอร์เก​ บราซ ส่ง ซิคกี ลงมาป่วนอีกครั้ง จนไทยเสียฟาล์วไปถึง 3 ครั้งใน 10 นาทีแรกครึ่งหลัง รวมถึงเรี่ยวแรงที่ชน ฟัดกับแนวรุกคู่แข่งมาจนยวบ ทำให้ ซิคกี กดด้วยซ้ายหนีเป็น 3-1 ก่อนที่จะมาเป็น ปานี ที่มาตอกฝาโลงใส่ไทย


3 ประตูที่ไทยเสียในครึ่งหลัง มาจากการโดนความสามารถเฉพาะตัวเล่นงานทั้งหมด

นั่นคือสิ่งที่เราต้อง “ยอมรับ” ว่าเขาดีกว่า

เป็นเกมที่สนุกครบทุกรส แต่จบแบบไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่

อย่างไรก็ตามนี่แค่เพียงศึกแรก ทีมไทยยังมีโปรแกรมลงเล่นในเกมที่ 2 พบกับ โมร็อกโก ในวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งน่าจะเป็นเกมชี้ชะตาเข้ารอบของไทยด้วย

แพ้แล้วแพ้ไป เงยหน้าสู้กันใหม่ในเกมที่เหลือ

วันนี้เชื่อว่าไม่มีใครตำหนินักฟุตบอล เพราะพวกเขาทำได้ดีแล้ว แม้จะยังดีไม่พอ

ถึงจะเสียดาย แต่ไม่เสียใจเลยสักนิด


คำค้นหา : ฟุตซอลโลก
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด