:::     :::

3 แต้มสุดหินที่เทิร์ฟ มัวร์

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาร์เซน่อล เจองานยากเสมอในการไปเยือน เทิร์ฟ มัวร์ ของ เบิร์นลีย์ และมันก็เป็นแบบนั้นอีกครั้งในเกมล่าสุด

ฤดูกาลที่แล้ว ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ทำประตูให้ทีมออกนำก่อน แต่ความผิดพลาดของ กรานิต ชาคา ที่เคลียร์บอลไปติด คริส วู้ด เด้งเข้าประตูก็ทำให้เกมจบด้วยผลเสมอ

ย้อนไปสองฤดูกาลก่อนก็ทำอะไรกันไม่ได้ที่สกอร์ 0-0 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น 3 นัดติดที่ อาร์เซน่อล เอาชนะ เบิร์นลีย์ ไม่ได้

แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ทุบ เบิร์นลีย์ ลงได้สำเร็จและเกิดขึ้น ณ สนาม เทิร์ฟ มัวร์ ที่เหมือนเป็นป้อมปราการย่อมๆ ของหลายทีม

มิเกล อาร์เตต้า เปลี่ยนทีม 2 ตำแหน่งจากนัดชนะ นอริช ซิตี้ ในสัปดาห์ก่อนด้วยการส่ง โธมัส ปาร์เตย์ และ เอมิล สมิธ โรว์ ลงตัวจริงแทน อัลเบิร์ต แซมบี้ โลคองก้า และ เอนส์ลีย์ เมนส์แลนด์ ไนล์ส

การลงเล่นของ ปาร์เตย์ และ สมิธ โรว์ ก็เพื่อปรับเล่นในระบบ 4-3-3 ที่คล้าย 4-1-4-1 ซึ่ง อาร์เตต้า ต้องการให้ทีมเล่น

ท้ายเกมกับ นอริช อาร์เตต้า ใช้แท็กติกนี้ไปแล้วตอนส่ง ปาร์เตย์ และ สมิธ โรว์ ลงไปลุยตรงกลางร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด พร้อมกับถอย เมนส์แลนด์ ไนล์ส ไปเล่นแบ็กขวา

เมื่อ ปาร์เตย์ พร้อมลงตัวจริง อาร์เตต้า ก็เริ่มต้นด้วยระบบนี้ตั้งแต่นาทีแรก

แนวรุกยังเป็นเซตเดิมคือ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ยืนหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย นิโกล่าส์ เปเป้ และ บูคาโย่ ซาก้า

ขณะที่เกมรับเป็น "นิว แบ็กโฟร์" ที่เก็บคลีนชีตนัดแรกในเกมกับ นอริช ได้ประสานงานกันต่อประกอบด้วย ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ, เบน ไวท์, กาเบรียล มากัลเญส และ คีแรน เทียร์นี่ย์ พร้อมกับมี อารอน แรมส์เดล ทำหน้าที่ผู้รักษาประตู

อาร์เซน่อล เริ่มต้นได้ดีกว่าในช่วงแรก แต่จังหวะลุ้นแบบจริงจังยังไม่มี ขณะที่ เบิร์นลีย์ ก็มาสไตล์เดิมกับบอลเปิดยาวเข้าเขตโทษ แอชลี่ย์ บาร์นส์ มีโอกาสได้โหม่ง แต่สะบัดศีรษะมากไป ลูกจึงหลุดกรอบออกหลัง

ประตูที่ อาร์เซน่อล รอคอยเกิดขึ้นหลังผ่านไปครึ่งชั่วโมงพอดี บูคาโย่ ซาก้า เรียกฟาวล์ได้หน้าเขตโทษก่อนเป็น มาร์ติน โอเดการ์ด รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้ายส่งบอลเสียบตาข่ายงามหยด

นี่คือประตูแรกของ โอเดการ์ด นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมแบบถาวรและเป็นประตูที่สำคัญต่อ อาร์เซน่อล อย่างมาก 

"ฟรีคิกของผมเป็นการยิงที่ดีและรู้สึกได้ในทันที (ว่าต้องเป็นประตู) คุณต้องยิงให้มันเป๊ะๆ ทั้งความเร็วและทิศทาง มันเป็นช่วงเวลาที่ดีและเป็นประตูสำคัญที่ทำให้เราได้สามคะแนน ผมจึงมีความสุขอย่างมาก" โอเดการ์ด กล่าวถึงลูกฟรีคิกสุดสวยของตัวเอง


โอเดการ์ด ซัดฟรีคิกได้สมบูรณ์แบบ

เอมิล สมิธ โรว์ มีโอกาสตวัดยิงด้วยขวาเน้นๆ จากการจ่ายมาให้ของ นิโกล่าส์ เปเป้ ทว่าบอลก็เฉียดสามเหลี่ยมออกหลัง ทำให้ฟรีคิกของ โอเดการ์ด เป็นเพียงประตูเดียวในครึ่งแรก 

ขณะที่ครึ่งหลัง อาร์เซน่อล ไม่สามารถบวกเพิ่มได้ และเกือบเสียประตูในสองจังหวะสำคัญทั้งจากจังหวะเก็บตกในเขตโทษของ มักซิม กอร์เนต์ ที่ อารอน แรมส์เดล ต้องผวาทุบทิ้งหวุดหวิด

อีกจังหวะ อาร์เซน่อล เกือบเสียจุดโทษเมื่อ เบน ไวท์ ส่งคืนหลังไม่ดี มาเตจ์ วีดร้า วิ่งตามถึงบอลก่อนปะทะกับ แรมส์เดล จนล้ม ผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ เป่านกหวีดชี้เป็นจุดโทษทันที

อย่างไรก็ตาม เทย์เลอร์ วิ่งมาเช็กวีเออาร์ที่ข้างสนามด้วยตัวเองก่อนเปลี่ยนคำตัดสินว่าไม่เป็นจุดโทษ 

จังหวะนี้ เทย์เลอร์ ตัดสินใหม่ได้ถูกต้องแล้วเพราะจากภาพช้าก็ชัดเจนว่าลูกนี้ไม่ควรเป็นจุดโทษ แรมส์เดล แหย่เท้าถึงบอลก่อนขาจะปะทะกับ วีดร้า 

มันเป็น "เสี้ยววินาที" ที่อาจพลิกโฉมหน้าเกมไปเลยหาก วีดร้า สามารถแตะบอลหนีแล้วได้ยิง หรือ แรมส์เดล เข้ามาสกัดช้าเกินไป 

ความผิดของ เบน ไวท์ เกือบทำให้ อาร์เซน่อล เจองานหนักยิ่งขึ้น แต่ยังดีที่มี แรมส์เดล แก้สถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับแนวรับคนอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กาเบรียล มากัลเญส และ ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ

การหายเจ็บกลับมาของแนวรับบราซิเลียนทำให้เกมรับ อาร์เซน่อล ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เกมนี้เขาแท็กเกิ่ลมากสุด (3 ครั้ง), เคลียร์บอลมากสุด (8 ครั้ง) และบล็อกบอลมากสุด (2 ครั้ง) 

ขณะที่ โทมิยาสึ ก็ทำผลงานได้แข็งแกร่งอีกนัดหลังประเดิมสนามได้น่าพอใจไปแล้วในเกมกับ นอริช 


กาเบรียล (ซ้าย) และ โทมิยาสึ (ขวา) โดดเด่นสุดๆ ในเกมรับ

แนวรับทีมชาติญี่ปุ่นลงเล่นครบ 90 นาทีเป็นนัดแรกพร้อมสถิติดีงามไม่แพ้ในการดวลตัวต่อตัวเลยไม่ว่าจะเป็นการดวล "ภาคพื้นดิน" หรือ "กลางอากาศ" ก็จัดการได้หมด

เบิร์นลีย์ ของ ฌอน ไดซ์ บอมบ์โด่งในทุกจังหวะทุกทิศทางเพื่อให้บอลไปถึง คริส วู้ด และ แอชลีย์ บาร์นส์ แต่ กาเบรียล กับ โทมิยาสึ ก็ช่วยกันจัดการได้เกือบทุกครั้ง ขนาด ไวท์ ที่มีจังหวะพลาดอยู่บ้าง ก็ยังตัดบอลได้ถึง 4 ครั้ง มากกว่าเพื่อนร่วมทีมทุกคน

ในวันที่เกมรุกของ อาร์เซน่อล ไม่สามารถประสานงานกันได้ลงตัวนักและพลาดง่ายๆ ในหลายจังหวะและมีเพียงฟรีคิกของ โอเดการ์ด ที่ทำให้ทีมได้ประตู "เกมรับ" จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมรักษาสกอร์นำเอาไว้ได้จนจบเกม

มีหลายจุดในเกมรุกที่ มิเกล อาร์เตต้า ต้องปรับต่อไป เช่นเดียวกับผู้เล่นในทีมไม่ว่าจะเป็น โอบาเมย็อง ที่ยังไร้สกอร์ในลีก ขณะที่ เปเป้ และ ซาก้า ก็ขาดความต่อเนื่องในการสร้างสรรค์เกม การจับบอลพลาดง่ายๆ มีให้เห็นตลอด 

แต่สิ่งสำคัญสุดคือทีมเอาตัวรอดด้วย 3 คะแนนอีกครั้งซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะหลังจากการเริ่มต้นน่าผิดหวังแพ้ 3 นัดแรกและยิงไม่ได้เลย 

ชัยชนะ 2 นัดติดพร้อมคลีนชีต เป็นการเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ไม่น้อยก่อนเกมสำคัญ "นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์" กับ สเปอร์ส ในสัปดาห์หน้า 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด