:::     :::

การพัฒนาตัวเองแบบ ดาบิด เด เคอา

วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
2,814
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

นี่ถือเป็นฤดูกาลที่ 11 ของดาบิด เด เคอา กับการเฝ้าเสาให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยก่อนหน้านี้ เขาผ่านการคว้าแชมป์รายการสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และยูโรป้า ลีก ถือว่าเป็นผู้รักษาประตูที่แฟนบอลปีศาจแดง” มอบความวางใจมาอย่างยาวนาน 


โดยเกมล่าสุด นายทวารวัย 30 ปี เซฟจุดโทษในช่วงท้ายเกม ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเก็บ 3 คะแนน ด้วยชัยชนะเหนือเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาะกลุ่มหัวตารางคะแนนต่อไป เรียกได้ว่าเขากลายเป็นฮีโร่ของทีมอย่างแท้จริง 


อย่างไรก็ตาม กว่าจะเดินทางมาถึงทุกวันนี้เด เคอา ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาต้องผ่านแบบทดสอบสำคัญมาอย่างมากมาย ทั้งใน และนอกสนาม ที่ขัดเกลาให้เขาเป็นนายด่านระดับโลก พร้อมกับโชว์ฟอร์มอย่างเหนียวหนึบ ... ช่วงนี้ เราลองไปย้อนความทรงจำกับเขากันหน่อย

เท่าที่ผมจำความได้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พลาดการคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้นเอริค สตีล อดีตโค้ชผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงดาบิด เด เคอาโดยครั้งแรก เกิดขึ้นในแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมตช์ ช่วงปี 2000 เพราะเขาจำเป็นต้องไปงานแต่งงานของลูกชาย ส่วนครั้งที่สอง ? เขาเดินทางไปซุ่มดูฟอร์มการเล่นของเด เคอา


สตีล กล่าวต่อไปว่าย้อนกลับไปเวลานั้น เราทำการออกค้นหา เพื่อหาตัวตายตัวแทนของ  เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่กำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของการค้าแข้งแล้ว ผมทำการโน้มน้าวเฟอร์กี้ว่า เด เคอา ในวัยเพียงแค่ 19 ปี จะเข้ามาแทนที่ของฟาน เดอร์ ซาร์ ได้อย่างแน่นอน


ผมจัดการเปิดแผ่นดีวีดีความยาว 3 นาที เพื่อให้เฟอร์กี้ ดูฟอร์มการเล่นของเด เคอา หลังจากนั้น เราออกเดินทางไปชมด้วยตาตัวเองถึงขอบสนาม ในแมตช์ระหว่างแอตเลติโก้ มาดริด กับบาเลนเซีย ทั้งที่มันเป็นคืนเดียวกับที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับสคันธอร์ป ในศึกลีก คัพ


เฟอร์กี้ อยากได้ตัวเด เคอา ทั้งที่ใช้เวลาดูฟอร์มการเล่นเพียง 65 นาที ดาวรุ่งคนนี้มีความเยือกเย็น, สมาธิ และปฏิกริยา นอกจากนี้ ยังโชว์เซฟลูกยากให้เราได้เห็นด้วย มันเป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวเหมือนกัน กับการยื่นข้อเสนอซื้อตัวไป เนื่องจากเฟอร์กี้ ให้ความอดทนในตัวของดาวรุ่งในตำแหน่งเอาท์ฟิลด์เสมอ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับผู้รักษาประตู


สตีล เปิดเผยต่ออีกว่าผู้คนกังขาในโครงสร้างทางร่างกายของเด เคอา อย่างไรก็ตาม เราไม่เคยปรับเปลี่ยนโปรแกรมในการพัฒนา เพราะเชื่อเสมอว่า ความแข็งแกร่ง และพละกำลังตามมาไม่ช้า

อย่างไรก็ตาม สตีล บอกว่า การที่เด เคอา ย้ายมาเล่นในอังกฤษ เป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 2011-12 นายทวารรายนี้ ต้องอาศัยการปรับตัวอย่างหนักเหมือนกัน โดยเฉพาะการปรับลักษณะนิสัย และแนวทางการใช้ชีวิต ที่เป็นปัจจัยในการมุ่งหน้าเข้าสู่การเป็นระดับโลก 


”6 เดือนแรกของเขา เป็นอะไรที่เลวร้ายมาก" สตีล กล่าวต่อไป โดยออกมามองว่า ช่วงแรกเด เคอา มีอุปนิสัยเฉื่อยแฉะ และขี้เกียจฝึกซ้อม !!! นอกจากนี้ ยังไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษ อีกด้วย จนสตีล เป็นคนที่ต้องหันไปเรียนภาษาสแปนิช แทน


"ปัญหาของเด เคอา นั่นคือการมีน้ำหนักเพียง 71 กิโลกรัม เราทำงานกับเขาทั้งใน และนอกสนาม เพื่อให้เขามีประสิทธิภาพมากขึ้น เราเปลี่ยนการใช้ชีวิตของเขา เพราะเขาคือคนประเภทที่ซ้อมเสร็จ ต้องตรงดิ่งกลับบ้านเลย ซึ่งครั้งหนึ่งผมเคยบอกเขา ว่าให้มาซ้อมเพิ่มเติมในช่วงบ่าย เขาถามกลับมาว่า -ผมต้องทำแบบนั้นด้วยหรอครับ?-"


นอกจากนี้ เด เคอา ยังเป็นคนที่ชอบนอน 2-3 ครั้งต่อวัน และทานอาหารหลักมื้อสุดท้ายดึกมาก แถมยังสวาปามทาโก้ (อาหารเม็กซิกัน) มากเกินไป


ส่งผลให้หลังการฝึกซ้อม เราต้องอัดเครื่องดื่มโปรตีนให้เขา เราอยู่ด้วยกันในโรงยิมบ่อยครั้ง ซึ่งเขาเกลียดสถานที่แห่งนี้มาก แต่เราต้องสร้างความแข็งแกร่งให้เขา"

ขณะที่เด เคอา ออกมาย้อนความทรงจำเช่นกัน โดยบอกว่า เขารับรู้ถึงความยากของพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่เกมแรกที่ก้าวขาลงสนามเลย กับเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเยือนทางเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2011-12 ซึ่งถือว่าเป็นพรีเมียร์ลีก เกมแรกของเขา ภายใต้สีเสื้อปีศาจแดง


โดยกล่าวว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่โหดร้ายทารุณมาก เวสต์บรอมวิช เห็นเจ้าเด็กสแปนิช ตัวเล็กๆอย่างผมยืนอยู่หน้าปากประตู พวกเขาเลยทำในสิ่งที่ฉลาด ด้วยการบอมบ์โด่ง และเล่นบอลยาว เพื่อเป็นการทดสอบความแข็งแรงทางร่างกายของผม ซึ่งผมต้องการเวลา และประสบการณ์


มันเป็นงานยากจริงๆ ผมย้ายมาประเทศใหม่ พร้อมกับอยู่ในห้องแต่งตัว สถานที่ที่ผมไม่รู้เรื่องจิตวิญญาณ และภาษา ผมแทบพูดอะไรไม่ได้เลย


ผมยังเป็นเด็กวัยรุ่น แน่นอนว่า คนวัยเดียวกันย่อมเริ่มต้นในการเรียนมหาวิทยาลัย แต่สำหรับผม นั่นคือการเข้ามาอยู่ในห้องแต่งตัวเดียวกันกับกลุ่มคนที่คาดหวังเรื่องชัยชนะ ไม่ใช่แค่การเอาชนะในการแข่งขันทุกเกม แต่รวมถึงการเอาชนะในทุกเกมของการฝึกซ้อมด้วย


เรามีกองหลังมากประสบการณ์ มีต้นแบบอย่างริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช และปาทริซ เอวร่า ผมจำได้เสมอว่า ริโอ กับแพ็ดดี้ เดินมาบอกกับผมว่า -โอเค นายยังอายุน้อย แต่นี่คือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นะ สิ่งที่เรายอมรับได้เพียงอย่างเดียว นั่นคือคำว่าดีที่สุด-”


เด เคอา ทิ้งท้ายถึงเส้นทาง ในการหล่อหลอมให้เขากลายมาเป็นสุดยอดนายทวารเหมือนทุกวันนี้ 

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด