:::     :::

กลับสู่ความเป็นจริง

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
2,117
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การออกสตาร์ทอย่างสวยหรูในซีซั่นนี้ทำให้เหล่าบรรดาแฟนบอล เชลซี กล้าที่จะฝันถึงการก้าวไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในบั้นปลาย

         ยิ่งทีมพกป้ายแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาด้วยแล้วยิ่งทวีความมั่นใจมากขึ้นอีกเยอะเลย

         ลีกที่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ไม่ถึงสองเดือนก็เริ่มรู้แล้วว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งแย่งแชมป์โดยตรงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเป็นการเล่นในบ้านด้วย

         สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือการขาดหายไปของ เมสัน เมาท์ ทำให้เกมรุกที่ไหลลื่นและมีมิติของทีมดูมีปัญหาทันที

         ต้องดูว่าคราวหน้าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น โธมัส ทูเคิ่ล จะแก้ไขปัญหายังไง

การจัดทีม


         เกมนี้ทีมปรับทัพ 4 ตำแหน่งจากเกมที่ชนะ สเปอร์ส 3-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูฟิตกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้งหลัง เกปา อาร์รีเซบาลาก้า ได้ทำหน้าที่ทั้งในนี้รวมถึงเกมคาราบาว คัพ

         แนวรุก ติโม แวร์เนอร์ ได้ลงเล่นกองหน้าเคียงข้าง โรเมลู ลูกากู ภายใต้ระบบการเล่น 3-5-2 จากที่ปกติเล่น 3-4-2-1 แดนกลาง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ฟิตสตาร์ทตัวจริงร่วมกับ จอร์จินโญ่ และ มาเตโอ โควาซิช ส่วนวิงแบ็ก รีซ เจมส์ พ้นโทษแบนยืนทางขวา ส่วนทางซ้าย มาร์กอส อลอนโซ่ ทำหน้าที่

         ตรงเซนเตอร์สามคน ติอาโก้ ซิลวา ไปนั่งสำรองให้ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ประสานงานกับ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์

ลุยตั้งแต่ต้นเกม

        

         ภายใต้ท้องฟ้าสีเทาที่ลอนดอนตะวันตก ผู้มาเยือนอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงสู่สนามพร้อมกับเปิดเกมบุกเข้าใส่ในทันที ไม่ได้มีทีท่าว่าจะมาเน้นเกมรับแล้วโต้ในแบบฉบับทีมเยือนแต่อย่างใด

         ต้องบอกว่าแนวรุกของ "เรือใบ" หาตัวจับยากจริงภายใต้การเล่นของสามแข้งอย่าง กาเบรียล เชซุส, ฟิล โฟเด้น และ แจ็ค กรีลิช โดยเริ่มต้นให้ โฟเด้น ยืนแบบ "ฟอลส์ ไนน์" ที่วิ่งสลับเคลื่อนที่กับเพื่อนอยู่ตลอด

         เกมรุกจากทางริมเส้นรวมถึงลูฏเตะมุม 2-3 หนแรกทาง เอดูอาร์ เมนดี้ ไม่พลาดเมื่อบอลเข้ามาในรัศมี แม้เกมจะดูเข้มข้นน่าตื่นเต้น แต่โอกาสลุ้นประตูยังไม่ได้มีมากมายอะไร

แวร์เนอร์ ที่มีชีวิตชีวา


         หลายต่อหลายครั้งที่เราได้เห็นการเล่นของ ติโม แวร์เนอร์ กับความพยายามในแต่ละครั้ง แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของการทำประตูแต่ก็น่าชื่นชม

         หลังผ่าน 15 นาทีแรกทีมก็ตั้งหลักได้ ติโม แวร์เนอร์ ได้ทะลุทางซ้ายก่อนหาช่องเปิดบอลให้ โรเมลู ลูกากู เข้าชาร์จแต่โดนตัดเอาไว้ได้หวุดหวิด

         อีกครั้งที่เข้าเขตโทษด้านซ้ายแล้วตัดหาช่องกดด้วยขวาบอลพุ่งโดนแขน ไคล์ วอล์คเกอร์ ออกหลังแต่ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกเตะมุมเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลง


         เล่นมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เชลซี ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวคนแรกเนื่องจาก รีซ เจมส์ เจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง ติอาโก้ ซิลวา ลงสนามมาแทน

         เหตุการณ์นี้คล้ายกับในเกมชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่ทั้งสองทีมเจอกันซึ่งนัดนั้นเป็น ติอาโก้ ซิลวา ที่เล่นต่อไม่ไหวต้องเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 39 ของเกมไป

         โอกาสที่ดีที่สุดของซิตี้เกิดขึ้นในช่วงก่อนหมดเวลาครึ่งแรก 4 นาที่ ฟิล โฟเด้น ประสานงานกับ แจ็ค กรีลิช ก่อนเปิดบอลมาถึง กาเบรียล เชซุส ได้พักอกตรงจุดโทษก่อนวอลเล่ย์ด้วยซ้ายโดนไม่ดีบอลหลุดกรอบออกไป

เสียประตูให้ผู้มาเยือน


         การเริ่มต้นอย่างดุดันในครึ่งหลังของผู้มาเยือนนำมาซึ่งประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 53 ของเกมจากจังหวะต่อเนื่องลูกเตะมุม เควิน เดอ บรอยน์ ไหลบอลเข้ากลางให้ ชูเอา กานเซโล่ ล็อคบอลหลอกหนึ่งทีแล้วยิงจากนอกกรอบติดบล็อคแต่มาเข้าเท้า กาเบรียล เชซุส วนหาช่องก่อนยิงหักข้อบอลแฉลบ จอร์จินโญ่ นิดนึงแล้วกลิ้งเข้าประตูไปเป็น 1-0

         ซิตี้เกือบได้ประตูที่สองจังหวะที่ แจ็ค กรีลิช ได้บอลเข้าเขตโทษด้านซ้ายก่อนหาช่องแล้วยิงมุมแคบ เอดูอาร์ เมนดี้ ปัดปลายนิ้วบอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

         หลังเสียประตู โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยนแนวรุกอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงมาเพิ่มโดยถอด เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ออกไป

เกมเปิด

        

         แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูที่สองหในจังหวะสวนกลับ ชูเอา กานเซโล่ หลุดมาทางซ้ายก่อนเปิดบอลเข้ากลาง เอดูอาร์ เมนดี้ ปัดบอลมาเข้าทาง กาเบรียล เชซุส สับไกในขณะที่มือกาวสิงห์บลูส์ไปไม่ถึงบอลแล้วแต่ ติอาโก้ ซิลวา ที่คุมเส้นสกัดออกมาได้หวุดหวิด

         เชลซี เองก็มาส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้หลังเสียประตูไป 10 นาทีจังหวะบอลยาวที่ มาร์กอส อลอนโซ่ โหม่งชลให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ หลุดมาทางซ้ายก่อนไหลให้ โรเมลู ลูกากู ยิงง่ายๆเข้าไป แต่ชัดเจนว่าเป็นการล้ำหน้าของแข้งทีมชาติเยอรมันไปก่อนแล้ว

         อีกครั้งกับโอกาสของเจ้าบ้าน มาเตโอ โควาซิช ไหลบอลให้ โรเมลู ลูกากู ใช้ความแกร่งบังบอลก่อนต่อให้ โควาซิช ที่เติมมาเอาบอลก่อนกดด้วยขวาแต่ติดบล็อกของ รูเบน ดิอาส 


         รูเบน ลอฟตัส-ชีค โดนส่งลงมาเพื่อใช้พลังในการลากกินตัวเล่นงานฝั่งทีมเยือนแทนที่ จอร์จินโญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเจาะเอาประตูตีเสมอได้ จบเกมด้วยความพ่ายแพ้เกมแรกของฤดูกาลนี้

         ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้ แมนฯ ซิตี้ บุกชนะที่นี่ติดต่อกันในเกมลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1955 เลย

เกมถัดไป

         เชลซี จะทำศึกใหญ่ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกด้วยการบุกไปเยือน ยูเวนตุส ในคืนวันพุธ ส่วนบอลลีกสัปดาห์หน้าทีมจะเล่นในบ้านอีกครั้งรับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด