:::     :::

โบกมือลา ศิลปินแห่งผืนหญ้า ... โรนัลดินโญ่ (ตอน 1)

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2561 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
5,671
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
โรนัลดินโญ่ ปิดฉากเส้นทางลูกหนัง เมื่อพี่ชายออกมาประกาศว่าเขาแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ

        ตลอดเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ เขาฝากความทรงจำให้กับแฟนบอลอย่างมากมาย นอกจากแชมป์รายการสำคัญในระดับสโมสร และทีมชาติบราซิล ที่ก้าวไปคว้าความฝันในฐานะแชมป์ฟุตบอลโลก

        ช่วงพีคสุดขีด "เจ้าเหยินน้อย" ถือว่าเป็นนักเตะที่เล่นได้อย่างเพลินตามากสุดคนหนึ่งของโลก ทั้งท่าไม้ตายหลอกคู่แข่ง และรอยยิ้มบนใบหน้า ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ไม่มีใครเกลียดลง

        ซึ่งแฟนบอลคงจะใจหายไม่น้อย เมื่อจะไม่ได้เห็นลีลาในสนามอีกต่อไปแล้ว เราเลยขอนำเรื่องราวดีๆของเขามาฝากกัน เพื่อเอาไว้ให้อ่านยามคิดถึงจอมทัพมากพรสวรรค์คนนี้

        บอกเลยว่า เป็นบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจมาก เมื่อโรนัลดินโญ่ เป็นผู้เปิดเผยความในใจด้วยตัวเอง โดยผ่านเรื่องราวสุดแสนพิเศษ ในการเขียนจดหมายถึงตัวเองตอนอายุ 8 ขวบ

        เราย้อนไปดูกันหน่อยว่า กว่าจะก้าวมาเป็นนักเตะที่เป็นคำนิยามของ "บราซิเลี่ยน ขนานแท้" และประสบความสำเร็จมากมาย เขาต้องผ่านความทรงจำอะไรมาบ้าง ? 

        "จดหมายถึงโรนัลดินโญ่ ตอนอายุ 8 ขวบ ..... พรุ่งนี้, หลังจากที่นายเล่นฟุตบอลเสร็จ และตรงดิ่งกลับบ้าน นายจะพบกับผู้คนมากมายในบ้าน"

         "ไม่ว่าจะเป็นลุง, ญาติสนิทมิตรสหาย และบางคนที่นายไม่รู้จัก ตอนแรกนายเพียงคิดว่าตัวเองมางานปาร์ตี้ช้ากว่าคนเหล่านั้น ที่มาร่วมฉลองวันเกิด 18 ปีของพี่ชายของนายอย่างโรแบร์โต้"

        "ตามปกติ เมื่อนายกลับมาถึงบ้าน แม่ของนายจะหัวเราะ และหยอกล้อกับคนทั่วไป แต่ในวันนั้น เธอกลับร้องไห้ออกมา จากนั้นพี่ชายจะเอามือมาจับตัวนาย และพาไปที่ห้องน้ำ"

        "พี่ชายจะพูดอะไรบางอย่างที่นายไม่เข้าใจว่า -มันเป็นอุบัติเหตุ !! พ่อของเราได้จากไป ท่านเสียชีวิตแล้ว- ตอนนั้นนายยังไม่เข้าใจว่า สิ่งเหล่านั้นหมายถึงอะไร, พ่อจะย้อนกลับมามั้ย และพ่อจากไปทำไม ?"

        "พ่อเป็นหนึ่งคนที่คอยบอกนายว่า จงเล่นอย่างสร้างสรรค์ในสนามฟุตบอล และโชว์ลีลาแบบอิสระ นายแค่เล่นบอลเท่านั้น ท่านเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวนายมากกว่าใครบนโลกนี้"

        "ตอนที่โรแบร์โต้ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับเกรมิโอ พ่อบอกทุกคนว่า -โรแบร์โต้ เป็นนักเตะที่ดี แต่อยากให้ดูน้องชายของเขาที่กำลังก้าวขึ้นมา-"

        "พ่อของนายคือซูเปอร์ฮีโร่ ท่านรักฟุตบอลมากๆ แม้ว่าตลอดทั้งสัปดาห์ ท่านจะทำงานหนักในอู่ต่อเรือ ทว่าท่านก็จะมาทำงานรักษาความปลอดภัยที่สนามของเกรมิโอ ในช่วงเสาร์-อาทิตย์"

        "นายจะไม่รู้สึกเศร้าในตอนนั้นหรอก แต่เมื่อเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่ปี นายจะรู้ดีว่า พ่อจะไม่กลับมาอีกแล้ว แต่ฉันอยากให้นายเข้าใจว่า ทุกครั้งที่ลูกฟุตบอลอยู่แทบเท้าของนาย ..... พ่อจะอยู่กับนายเสมอ"

        "เมื่อนายมีลูกฟุตบอลอยู่กับเท้า นายจะรู้สึกถึงความเป็นอิสระ นายจะมีความสุข มันคล้ายกับนายกำลังเสพกับเสียงดนตรี มันเป็นความรู้สึกที่นายอยากกระจายความสุขไปให้กับคนอื่น"

        "นายเป็นคนที่โชคดีมากที่มีพี่ชายอย่างโรแบร์โต้ แม้ว่าเขาจะอายุมากกว่าเป็น 10 ปีก็ตาม เขาเล่นให้กับสโมสรเกรมิโอ เขาเคียงข้างนายเสมอ และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพี่ชายเท่านั้น เขายังเป็นเหมือนพ่ออีกคนด้วย เหนือสิ่งอื่นใด เขาคือฮีโร่ของนาย"

        " นายต้องการเล่นฟุตบอลแบบโรแบร์โต้ และอยากเป็นเหมือนพี่ชายคนนี้ เป็นประจำทุกเช้า เมื่อนายเดินทางไปยังสโมสรเกรมิโอ ในฐานะนักเตะเยาวชน พี่ชายของนายทะลุไปเล่นทีมเกรมิโอ ชุดใหญ่แล้ว"

        "นายจะได้เดินเข้าไปห้องแต่งตัวกับพี่ชาย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นนักฟุตบอลซูเปอร์สตาร์ ทุกคืนที่นายเตรียมตัวเข้านอน นายจะคิดเพียงว่า นายได้นอนร่วมกับไอดอลในดวงใจ"

        " ที่ห้องนอนของนาย ไม่มีโปสเตอร์นักฟุตบอลแปะอยู่ตามข้างกำแพงหรอก ห้องนั้นมีเพียงแค่โทรทัศน์เครื่องเล็กๆเท่านั้น  แต่มันก็ไม่สำคัญหรอกนะ"

        "นั่นเพราะนายกับพี่ชายไม่ค่อยได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลร่วมกันสักเท่าไหร่ เมื่อพี่ชายไม่มีโปรแกรมลงแข่งขัน เขาจะพานายออกไปเล่นฟุตบอลนอกบ้าน"

        "สถานที่ที่นายอาศัยอยู่อย่างปอร์โต้ อเลเกร ถือเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยยาเสพติด และบรรดากลุ่มอันธพาล มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากเหมือนกัน"

        "แต่ตราบใดที่นายออกไปเล่นฟุตบอลตามท้องถนน, ตามสวนสาธารณะ และเล่นกับหมาของนาย ..... นายจะรู้สึกถึงความปลอดภัย"

        "หากจะเอ่ยถึงหมาของนาย มันถือเป็นกองหลังที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เมื่อนายเล่นกับพี่ชาย, เด็กคนอื่นๆ และคนที่อายุมากกว่าตามสวนสาธารณะ สุดท้ายทุกคนก็จะหมดแรง !!! ในขณะที่คุณยังต้องการเล่นต่อไป"

         "ดังนั้น นายต้องพาหมาของตัวเองออกไปด้วยเสมอ ดังเช่นหมาของนายที่มีชื่อว่า -บอมบอม- มันเป็นสุนัขพันธุ์ทาง และเป็นสุนัขที่มีสายเลือดบราซิลเลี่ยนขนานแท้ นั่นเพราะมันรักในการเล่นฟุตบอล"

        " บอมบอม ช่วยในเรื่องของการฝึกเลี้ยงลูกบอล และเทคนิคต่างๆ บางทีมันอาจเป็นเหยื่อรายแรก ที่โดนท่าไม้ตายของผม ที่เรียกกันว่าอิลาสติโก้ เมื่อไปเล่นฟุตบอลในลีกยุโรป กองหลังบางคนก็ทำให้นึกถึงบอมบอม เหมือนกันนะ"

        "ชีวิตวัยเด็กของนายค่อนข้างแตกต่างออกไป เมื่อนายอายุได้ 13 ขวบ ผู้คนจะเริ่มพูดถึงนาย ทั้งในเรื่องของทักษะความสามารถ และสิ่งที่นายสามารถทำกับลูกฟุตบอลได้"

        "ย้อนกลับไปเวลานั้น สำหรับนายแล้ว ฟุตบอลยังเป็นแค่เกมธรรมดาเท่านั้น แต่ในช่วงปี 1994 ตอนที่นายอายุ 14 ปี ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จะแสดงให้นายเห็นเองว่า ฟุตบอลเป็นมากกว่าเกมทั่วไป"

        "วันที่ 17 กรกฎาคม 1994 ถือเป็นวันที่ชาวบราซิเลี่ยน ทุกคนสามารถจดจำมันได้ วันนั้น นายจะเดินทางไปกับทีมเยาวชนของเกรมิโอ เพื่อไปแข่งขันที่เบโล โฮริซอนเต้"

        "ฟุตบอลโลก นัดชิงชนะเลิศ กำลังถูกถ่ายทอดสดผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ ทีมชาติบราซิล เผชิญหน้ากับทีมชาติอิตาลี แน่นอน !!! เราคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี ทั้งหมดของประเทศดูเหมือนจะหยุดความเคลื่อนไหว"


(โปรดติดตามตอนต่อไป)



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})