:::     :::

ฉลามชล : ส่งโกลมาเป็นกองหน้าไม่ได้เอาฮา

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ควันหลงหลังเกม ชลบุรี เอฟซี บุกมาพ่าย โปลิศ เทโร 0-2 ดูจะมีเรื่องราวให้พูดถึงมากกว่ารูปเกมปกติทั่วไป

เมื่อ สะสม พบประเสริฐ กุนซือฉลามชล ตัดสินใจทิ้ง “ไพ่ใบสุดท้าย” ลงสนามในนาทีที่ 87 ด้วยการส่ง ศรุต ณะศรี ลงมาเล่นแทนกองหน้าอย่าง ยู บยอง-ซู ที่แผลงฤทธิ์ไม่ออกในเกมนี้

อ่านผ่าน ๆ ก็อาจไม่แปลกอะไร บอลตามหลังเปลี่ยนตัวแก้เกมก็ปกตินี่

แต่ที่ไม่ปกติเพราะ ศรุต คือผู้รักษาประตู !!!

ใช่ … “โค้ชเตี้ย” เปลี่ยนผู้รักษาประตูมาเล่นเป็นกองหน้า

เรียกว่าตั้งแต่ย้ายมาร่วมถิ่น ฟ้า-น้ำเงิน เขาไม่เคยได้รับโอกาสลงเล่นในไทยลีกสักนัด แต่เกมแรกของเขาคือการถูกส่งลงสนามในฐานะกองหน้า

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจแก้เกมด้วยวิธีดังกล่าว ไม่สามารถเปลี่ยนผ่านผลการแข่งขันได้ ซ้ำกว่านั้นหลังเกมตัวเฮดโค้ชยังถูกพลังคีย์บอร์ดถล่มยับ

ทำเป็นโชว์เหนือ เปลี่ยนเอาฮาบ้าง สุดแล้วแต่ใครใคร่จะรัวแป้นพิมพ์

แน่นอนในมุมผู้เขียน “โค้ชเตี้ย” ไม่ได้เอาฮา


เพราะหากลองย้อนกลับไปดูรายชื่อผู้เล่น ชลบุรี ใน 3 เกมหลังสุด ไล่ตั้งแต่พบ ขอนแก่น ยูไนเต็ด, สิงห์ เชียงรายฯ จนมาถึงนัดล่าสุดกับ โปลิศ เทโรฯ จะเห็นว่า “ฉลามชล” ใส่ชื่อผู้รักษาประตูเป็นตัวสำรองถึง 2 คน นั่นคือ ศรุต ณะศรี และ ธนกร วัยวุฒิ    

ไม่มีทีมไหนทำแบบนี้แน่

นั่นหมายความว่า “โค้ชเตี้ย” มีแผนอยู่ในหัวแล้วว่า จะใช้ประโยชน์จาก “โอม” ที่สูง 195 ซม. ลงมาเล่นลูกกลางอากาศ ไม่เช่นนั้นคงไม่ใส่ชื่อนายทวารถึง 2 คนบนม้านั่งสำรอง

ตอกย้ำด้วยบทสัมภาษณ์หลังเกมของ ศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ที่ย้ำถึงจุดยืมการแก้เกมของ “โค้ชเตี้ย” ว่า มีการเตรียมพร้อมมาก่อนหน้าแล้ว  

“เวลาที่ทีมซ้อม เซกชั่นสุดท้ายพี่เตี้ยเปลี่ยนให้ โอม ไปเป็นผู้เล่น เผื่อเราต้องการทำประตูจากลูกโหม่ง และใช้ประโยชน์จากความสูงของน้อง ซึ่งทีมมีการซ้อมมาทุกวันอยู่แล้ว”

หมายความว่า “โค้ชเตี้ย” ไม่ได้แก้เกมสั่ว ๆ เอาฮา เหมือนที่แฟน ๆ คีย์บอร์ดไลเซนส์กล่าว

อีกสิ่งที่ผู้เขียนมองคือ ชลบุรี ในฤดูกาลนี้มี “กองหน้า” เพียงจำกัด

หากไม่นับ เดนนิส มูริลโล และ ยู บยอง-ซู ที่เป็นกองหน้าตัวเป้า ผู้เล่นที่เหลือเราแทบไม่เห็นใครที่จะมายืนได้เลย

ที่ผ่านมาในการเล่นกองหน้าคู่ เดนนิส กับ บยอง-ซู จะต้องมีใครคนหนึ่งถูกถอดออกในครึ่งหลัง และผู้เล่นที่ลงมาแทนคือ เสฏฐวุฒิ วงค์สาย และ ภานุพงศ์ พลซา ซึ่งเป็นตัวรุกริมเส้น ไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าธรรมชาติ


การเติม ศรุต ที่เป็นผู้รักษาประตู แต่มีการให้เจ้าตัวซักซ้อมเป็นกองหน้า จึงเป็นการเพิ่มทางเลือกในเกมรุก เพราะอย่างไรเสียยังมี “เจ้าเซียน” ธนกร เป็นนายทวารสำรองอีกคน   

แท็คติกนี้ ไม่ต่างจากที่โค้ชทั่วไปดันกองหลังรูปร่างสูงใหญ่ เข้าไปเล่นในกรอบเขตโทษฝ่ายตรงข้าม หรือให้ผู้รักษาประตูเติมไปเล่นลูกเตะมุมท้ายเกม เพื่อเพิ่มตัวบุกในการทำประตูนั่นแหละ

ในเมื่อเกมคุณพับสนามบุก แต่เจาะแนวรับคู่แข่งไม่ได้ ขณะที่นาฬิกากำลังครบ 90 นาที การให้บอลเดินทางเข้าเขตโทษให้ไวที่สุด แล้วไปวัดกันในกรอบ จึงเป็น 1 ในตัวเลือก

ที่สำคัญแบบแผนนี้ ชลบุรี ได้ซ้อมเตรียมการกันมาแล้ว

หากจะวิจารณ์ “โค้ชเตี้ย” สิ่งที่ควรพูดถึงกว่าคือการไม่สามารถเจาะเกมรับ เทโร ได้ ไม่ใช่การตัดสินใจเปลี่ยนผู้รักษาประตูมาเล่นกองหน้า

เอาเข้าจริง ทิศทางคอมเมนต์จะพลิกไปอีกมุมเลยด้วยซ้ำ หาก ศรุต ลงมาแล้วดันทะลึ่งทำประตู เทโร ได้

แต่เมื่อมันไม่ได้ สิ่งที่โค้ชทำจึงกลายเป็น “เรื่องตลก” ในมุมแฟนบอล การถูกวิจารณ์ต่าง ๆ นานา เป็นราคาที่ต้องจ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้

เพราะสุดท้ายสำหรับแฟนบอลบางคน “ผลลัพธ์” สำคัญที่สุด


คำค้นหา : ChonburiFC CBFC ไทยลีก
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด