:::     :::

การผิดคำมั่นของลาปอร์ต้า

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม 2564 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
766
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
โจน ลาปอร์ต้า ผิดคำมั่นสัญญาเป็นส่วนใหญ่นับตั้งแต่กลับมานั่งเก้าอี้ประธานสโมสร บาร์เซโลน่า เมื่อ 6 เดือนก่อนโดยเฉพาะกรณีปล่อย ลิโอเนล เมสซี่ ย้ายสังกัดแบบไม่มีค่าตัว

โจน ลาปอร์ต้า กลับมารับตำแหน่งประธานสโมสร บาร์เซโลน่า รอบ 2 ครบ 6 เดือน หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา แต่การเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้ยากกว่าการก้าวขึ้นสู่ผู้นำสโมสรสมัยแรกเมื่อปี 2003 หลายเท่า 

ลาปอร์ต้า ประสบความสำเร็จในฐานะประธานสโมสรในช่วงปี 2003-2010 บาร์เซโลน่า กลายเป็นทีมดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของการเล่นฟุตบอลที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้คนทั้งโลกตกตะลึง

แม้การรณรงค์หาเสียงระหว่างการเลือกตั้งของเขาในปีนี้จะไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่งสุดก็ตาม แต่จากความสำเร็จในอดีตทำให้ ลาปอร์ต้า ได้รับความไว้วางใจจากโซซีโอสหรือสมาชิกสโมสรพร้อมใจกันลงคะแนนโหวตเลือกเขากลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง


ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอดีต แต่อดีตก็เป็นเพียงอดีต ในสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สโมสรต้องการใครสักคนที่พร้อมจะก้าวเข้ามาและนำสโมสรกลับคืนสู่สภาพดีสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังทีมอาซูลกราน่ากลายสภาพเป็นเพียงซากปรักหักพังจนไม่เหลือคราบความยิ่งใหญ่ในอดีต 

ไม่มีใครคาดหวังว่า บาร์เซโลน่า จะสามารถท้าทายตำแหน่งแชมป์ยุโรปหลัง ลาปอร์ต้า กลับมารับตำแหน่งผู้นำสโมสรเมื่อ 6 เดือนก่อน แต่อย่างน้อยประธานวัย 59 ปี ควรมีแผนงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนสำหรับการฟื้นฟูสโมสรเพื่อหวนคืนสู่เส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่อีกคำรบ

คำมั่นสัญญา

นักการเมืองเช่น ลาปอร์ต้า มีความมั่นสัญญาและจะรักษามันไว้ตลอดไปจนสุดความสามารถของเขา ประธานสโมสรหลายคนจะวางแผนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เคยสร้างมาก่อน และคนอย่าง ลาปอร์ต้า จะทำเช่นเดียวกัน

เป้าหมายนี้เรียบง่าย ยิ่งมองเห็นความทะเยอทะยานในแผนงานของตัวเองมากแค่ไหน ความมั่นใจจะยิ่งฝังลึกให้กับผู้ที่สามารถทำให้พวกเขามีอำนาจด้วยวิถีทางประชาธิปไตย แม้ในบางครั้ง ผู้สมัครชิงตำแหน่งอาจประเมินค่าความสามารถของตนเองสูงเกินไปสำหรับการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์รอบตัว และด้วยเหตุนี้จึงมีการผิดคำมั่นสัญญาได้ง่าย ซึ่งไม่มีกรณีใดที่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีไปกว่าเคสของ ลาปอร์ต้า

คำมั่นสัญญาคือหนี้สิน และเมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้ว ประธานสโมสรก็เป็นหนี้ผู้สนับสนุนของเขาเพื่อรักษาคำพูดที่เคยให้ไว้ ในวันที่ 20 มิถุนายน เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อน ลิโอเนล เมสซี่ จะอำลาถิ่น 'คัมป์ นู' ลาปอร์ต้า เคยกล่าวไว้ว่า


'พวกเรามีแผน คุณไว้วางใจให้เรานำไปปฏิบัติ และเราจะดำเนินการด้วยดุลยพินิจและความเป็นมืออาชีพ เราไม่ได้สัญญาเท็จที่เราไม่สามารถทำตามได้และจะไม่จมปลักอยู่ในอดีตและจะไม่ตัดสินใจใดๆแบบจองเวรจองกรรม เราไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราไม่ได้ถูกสอนให้ทำแบบนั้น เราไม่เห็น บาร์ซ่า เป็นแบบนั้น'

โครงการใหญ่สุดของ ลาปอร์ต้า และเป็นที่ยอมรับของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานสโมสรทุกคน นั่นคือการขยายสัญญาของ เมสซี่ หลังซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์เคยแสดงความปรารถนาชัดเจนว่าเขาต้องการออกจาก 'คัมป์ นู' ช่วงหนึ่งปีก่อนหน้านั้นอันเนื่องมาจากการขาดความก้าวหน้าของสโมสร

การปราชัยแบบยับเยินต่อ บาเยิร์น มิวนิค 2-8 บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีม กลายเป็นประตูตอกฝาโลงสำหรับเขา ถ้าไม่ใช่เพราะ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรคนก่อนหน้านี้ไม่จับเขาเป็นตัวประกันด้วยการขู่ว่าจะดำเนินการทางกฎหมาย เนื่องจากนักเตะยังเหลือสัญญาอีกหนึ่งปี ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมสซี่ คงจะอำลาทีมอาซูลกราน่าตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2020


อีกหนึ่งปีถัดมา หลังการเปลี่ยนตัวประธานสโมสร และผู้เล่นดาวรุ่งหลายคนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เมสซี่ รู้สึกได้ถึงความก้าวหน้าบางอย่าง แน่นอนว่าสิ่งสำคัญสุดคือการจากไปของ บาร์โตเมว เมื่อทราบถึงความรุนแรงของสถานการณ์ ลาปอร์ต้า จึงใช้ เมสซี่ เป็นกลไกในการหาเสียงสนับสนุนของเขาในการช่วงชิงตำแหน่งประธานสโมสร พร้อมโฆษณาชวนเชื่อว่าถ้าเขาอยู่ในตำแหน่งประธานแล้ว เมสซี่ มีโอกาสมากสุดที่จะอยู่กับทัพอาซูลกราน่าต่อไป 

ทว่า ลาปอร์ต้า โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกสัปดาห์ ท้ายที่สุดคำโกหกดังกล่าวก็ตามทันเขา ลาปอร์ต้า ใช้เวลาเพียง 15 วันในการกลับลำคำพูดของเขาว่า 'คำมั่นสัญญาที่เขาไม่สามารถเติมเต็มได้' ในวันที่ เมสซี่ กล่าวคำลาสโมสรที่เขารักมากที่สุดด้วยคราบน้ำตา

จากคนที่อ้างว่าเขาเป็นเพียงผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานสโมสรเพียงคนเดียวที่สามารถโน้มน้าวให้ เมสซี่ อยู่กับทีมยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่าต่อไป ก่อนประธานวัย 59 ปีจะเปิดเผยต่อสาธารณะชนว่าเขาหวังว่านักเตะที่ยิ่งใหญ่อย่าง เมสซี่ จะเอ่ยปากว่าจะเล่นให้ทีมอาซูลกราน่าแบบไม่รับค่าจ้าง 


มันไม่ใช่แค่กับ เมสซี่ เท่านั้นที่ ลาปอร์ต้า ผิดคำพูด แต่เขาทำกับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ด้วยเช่นกัน 

ลาปอร์ต้า เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า 'กับเรา, การพ่ายแพ้จะมีผลตามมา' ก่อนจะกล้าพูดเสริมว่า 'สำหรับผม จะไม่มีฤดูกาลเปลี่ยนผ่าน เป้าหมายคือการชนะทุกอย่าง เรากำลังเจรจากับเทรนเนอร์และแนวคิดคือการรวมตัวกันที่สำคัญที่จะมาถึงในสัปดาห์หน้า'

อย่างที่เขาพูดว่า 'ความพ่ายแพ้จะมีผลตามมา' แล้วเทรนเนอร์คนปัจจุบันอย่าง คูมัน ยังคงอยู่กับสโมสรด้วยเหตุผลอะไร? สไตล์การเล่นของเทรนเนอร์ชาวดัตช์ไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์หรือค่านิยมของสโมสร ยังไม่นับรวมฟอร์มการเล่นที่ไม่เป็นโล้เป็นพายและผลการแข่งขันในช่วงหลัง 

ก่อนเกมเสมอ กาดีซ แบบโนสกอร์เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เขาให้ความมั่นสัญญาเป็นพิเศษในฐานะแฟนบอลคนหนึ่งว่า 'เรา (จะ) แน่ใจว่าทีมจะพยายามคว้าชัยชนะ และผมกับสโมสรทราบว่าจะต้องทำอะไรและนั่น (เขา) จะพยายามแก้ไข'


ลาปอร์ต้า เคยพูดว่าจะไม่มีฤดูกาลเปลี่ยนผ่านและทีมอาซูลกราน่าจะพยายามเอาชนะทุกอย่าง ทว่าผ่านมาสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าเขาบอกกล่าวกับสาวกบาร์เซโลนิสต้าให้ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลายากลำบากของสโมสร การยอมรับความพ่ายแพ้เป็นพื้นฐานสำคัญ ทว่า ลาปอร์ต้า กลับไม่เคยเรียนรู้จากมัน ขุมกำลังของ คูมัน มีใช้งานแบบจำกัด เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงที่ ลาปอร์ต้า มักเอ่ยถึงจะเกิดขึ้นได้หรือไม่?

ลาปอร์ต้า เป็นคนที่เคารพในการตัดสินใจที่กล้าหาญของเขา แต่ยังไม่มีอะไรสร้างแรงบันดาลใจที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้ การตัดสินใจครั้งสำคัญเพียงอย่างเดียวที่เขาทำที่สโมสรคือการปฏิวัติทั้งระบบด้วยการไล่เทรนเนอร์เกือบทั้งหมดออกจากทีมเครือข่ายของสโมร ซึ่งรวมถึง การ์เซีย ปีเมียนต้า ที่แฟนบาร์ซ่าชื่นชอบด้วย

ผ่านมาถึงจุดนี้ในการก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานสโมสรของ ลาปอร์ต้า สิ่งเดียวที่เขาทำสำเร็จคือไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาของเขา จากที่เขาเคยรับปากไว้ มันเกิดขึ้นจริงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


อนาคตที่ไร้ความชัดเจน

เมื่อพูดถึงเรื่องการเซ็นสัญญากับนักเตะ ลาปอร์ต้า สามารถได้รับการให้อภัยจากการที่เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แม้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่เขาให้คำมั่นว่าจะเป็นไปได้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หนทางข้างหน้ายังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างนอกเหนือจากการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่และการบริหารจัดการทีม

ลาปอร์ต้า มอบกุญแจสู่อาณาจักรให้กับคนที่ไม่ทราบว่าจะควบคุมมันอย่างไร แม้ คูมัน จะแสดงให้เห็นจริงๆว่าเขาสามารถดึงผลงานออกมาจากทีมนี้ได้อย่างไรในช่วงกลางฤดูกาลที่แล้ว แต่ในซีซั่นปัจจุบัน มีเพียงเล็กน้อยที่สามารถให้ความรู้สึกได้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

แต่ละเกมเหมือนทำตามสคริปต์เดียวกันไม่มากก็น้อย เทรนเนอร์ชาวดัตช์จะทำการปรับเปลี่ยน 11 ผู้เล่นตัวจริงในบางเกมแบบไร้เหตุผล มันขึ้นอยู่กับรูปแบบที่พวกเขาลงเล่น ก่อนทีมจะปราชัยด้วยสกอร์ 0-3 ซึ่งเขาจะกล่าวโทษนักเตะแทนที่จะยืดอกแสดงความรับผิดชอบ มันจะวนเวียนแบบนี้ไปตลอดช่วงเวลาที่ คูมัน ยังคงเป็นเทรนเนอร์ของบาร์ซ่า


ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเคยมีข่าวลือว่า ลาปอร์ต้า จะปลด คูมัน ออกจากตำแหน่งและนำเทรนเนอร์คนใหม่ที่มีสไตล์การทำทีมเหมาะสมกับทัพอาซูลกราน่าเข้ามาแทน แต่ท้ายที่สุดไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีแผนการชัดเจนในการแก้ปัญหา 

บาร์เซโลน่า ยังตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับเทรนเนอร์อย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ กับ โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ขณะที่ มาร์เซโล่ กายาร์โด้ ยังต้องรอจนกว่าจะสิ้นสุดพันธะกับ ริเวอร์ เพลท ในช่วงเดือนธันวาคม ด้าน เอริก เทน ฮาก ยังยึดติดกับ อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม จนถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ส่วน ชาบี เอร์นานเดซ ถูก ลาปอร์ต้า มองว่ายังใหม่ไปสำหรับเวทีใหญ่ 

ทั้งหมดเป็นสัญญาณของความไม่พร้อมและขาดโครงการที่ชัดเจนในอนาคตที่ ลาปอร์ต้า ต้องประสานอย่างลงตัวกับเทรนเนอร์ทีมชุดใหญ่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการผ่อนคลายสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น ทั้งที่มันต้องมีการวางแผนงานที่ชัดเจนสำหรับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน


แน่นอนว่า ลาปอร์ต้า ฝันหวานถึงการเซ็นสัญญากับผู้เล่นดาวดังในอนาคตอีกครั้ง โดยเฉพาะ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กองหน้าเนื้อหอมของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่มีโอกาสย้ายสังกัดด้วยมูลค่า 75 ล้านยูโรตามคอร์สฉีกสัญญาในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า 

แต่ประธานวัย 59 ปีจะวางแผนดึงดูดนักเตะชั้นนำมาสู่สโมสรอย่างไรกับสถานการณ์ที่ทีมกำลังถังแตก? เขาคาดหวังว่าใครจะเป็นผู้นำโครงการที่ดูเหมือนจะไม่มีโครงการที่มีผู้นำตั้งแต่แรก? คูมัน จะยังอยู่ในตำแหน่งอีกนานแค่ไหน? และการเล่นที่น่าเบื่อและผลงานที่น่าละอายสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่? ไม่มีใครล่วงรู้และนั่นคือสิ่งที่เป็นปัญหา


บทสรุป

6 เดือนหลังการดำรงตำแหน่งประธานสโมสรครั้งที่สองของ ลาปอร์ต้า ยังไม่ใช่การเริ่มต้นดีที่สุด เขาไม่ได้ทำตามความมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้และมันดูเหมือนจะเป็นนิสัยที่ไม่หายไปในเร็ววันนี้ และการที่เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ส่งผลกระทบต่อความเสื่อมโทรมของทีมจากจุดยืนส่วนบุคคลและส่วนรวมหากสถานการณ์ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน นับเฉพาะโครงการกีฬาของทีมอาซูลกราน่ามีความคล้ายคลึงกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันยังไม่สายเกินไปที่จะพลิกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยังเหลือเวลาในการดำรงตำแหน่งประธานสโมสรอีกนานกว่า 5 ปี และเมื่อพิจารณาถึงผลงานในอดีตแล้ว มีโอกาสสูงพอสมควรที่ ลาปอร์ต้า จะนำทีมยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่ากลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม เพียงแต่การวางแผนงานของเขาต้องรัดกุมและเข้มงวดกว่านี้เท่านั้น


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด