:::     :::

บทสรุปครึ่งทางแรกลีกพระรอง

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2564 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
837
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ไทยลีก 2 โดยเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะพักกันราว 1 เดือนกว่า แล้วเปิดเลกสองในช่วงต้นเดือน ม.ค.65 ในวันนี้เราจะพาไปสรุปหลายๆอย่างที่ผ่านไปทั้ง 17 เกม ว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าความสนุกและเข้มข้นยังมีอยู่เช่นเดิม


ไร้พ่ายพร้อมเก็บแต้มเยอะสุด

ตราด เอฟซี ประกาศศักดากับการเป็นแชมป์เลกแรกของไทยลีก 2 หลังจากไม่แพ้ใครตลอด 17 นัด ด้วยการชนะ 13 เสมอ 4 เก็บไป 43 คะแนน เรียกได้ว่าลูกทีมของ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม ทำงานอย่างหนักมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น ในการฝึกซ้อมตามตำราของกุนซือมากประสบการณ์ผู้นี้

นักเตะที่เคยผ่านมือ "น้าฉ่วย" ตั้งแต่สมัยปั้น สมุทรสงคราม เอฟซี จนโด่งดังในลีกสูงสุด รู้ดีถึงสไตล์การเล่นที่ต้องใช้พลังในการวิ่งเกิน 90 นาที บวกกับแท็คติคที่ใช้ 3 ประสานในแดนหน้าเป็นต่างชาติ ทั้ง บาโบ้ มาร์ค แลนดี้, เปาโล คอนราโด้ และ วัลโด้ ซึ่งผลงานที่ออกมาทั้งสามคนซัดรวมกันไป 23 ประตู จากทั้งหมด 33 ลูก

ในทางกลับกันเกมรับ "ช้างขาวจ้าวเกาะ" ก็เสียน้อยเหมือนกัน เพราะโดนทะลวงตาข่ายไปเพียง 13 ประตูเท่านั้น นั่นทำให้เห็นว่าปรัชญาที่มีหลังบ้านเหนียวแน่น ช่วยให้แนวรุกอุ่นใจและพร้อมออกไปล่าตาข่าย หยิบ 3 คะแนนในแต่ละเกม จนได้เป็นแชมป์เลกแรกอย่างสง่าผ่าเผย


ยิงเยอะที่สุด

ต้องยกให้กับ สุโขทัย เอฟซี ที่กดไป 43 ลูก จาก 17 เกม คว้ารองแชมป์เลกแรกไปครอง ซึ่ง ออสมัน โซว์ หัวหอกเชื้อสายไอวอรี่โคสต์-สวีเดน กดเยอะสุดในทีมที่ 12 ประตู และเป็นรองดาวซัลโวไทยลีก 2 ร่วมกับ แฮร์ริสัน ไคออน ของ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ตามหลัง ทาเลส ลิม่า กองหน้าของ อุดรธานี เอฟซี เพียงแค่ 1 เม็ดเท่านั้น

นอกจากนี้พวกเขาเองยังมีดาวซัลโวนักเตะไทย อย่าง "แชมป์" เชาวสิทธิ์ ทรัพย์สกุลผล ที่ยิงไป 9 ประตู แม้ว่าเขาจะเล่นกองกลาง แต่อดีตเด็กอคาเดมีของ เมืองทอง ยูไนเต็ด ถูกปรับตำแหน่งมาเล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์ พร้อมกับทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม หลังจากปีที่แล้วก็เพิ่งจะพา บางกอก เอฟซี เข้าไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ของ ไทยลีก 3 มาแล้ว

ส่วน "กาก้า" อู กึน ยอง ก็ถือว่าเป็นทีเด็ดที่ทำไป 5 ลูก พร้อมกับจารึกชื่อของตัวเอง หลังทำประตูครบ 100 ลูกในการค้าแข้งในประเทศไทยที่เขาย้ายมาค้าแข้งตั้งแต่ปี 2012 หลังทำประตูล่าสุดในนัดบุกไปเสมอ ชัยนาท ฮอร์นบิล 2-2 นอกจากนี้พวกเขายังได้ของดีอย่าง แม็กซิมิเลียน ชไตน์เบาเออร์ เซนเตอร์ดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-เยอรมันมาจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งถือว่าเป็นการตอบโจทย์ที่ยอดเยี่ยมในเกมรับ


ดาวซัลโวเนื้อหอม

ชั่วโมงนี้ ทาเลส ลิม่า เนื้อหอมจริงๆ หลังเป็นดาวซัลโวเลกแรก ด้วยการยิงไปทั้งหมด 13 ประตู โดยเฉพาะเกมที่บุกถล่ม คัสตอม ลาดกระบัง ยูไนเต็ด 9-3 เขาจัดการส่งบอลไปจมในก้นตาข่ายคนเดียวถึง 4 ลูก แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมในการเป็นเพชฌฆาต นับว่าเป็นครึ่งทางไทยลีก 2 ที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง

เขาโชว์ฟอร์มโหดจนรั้งจ่าฝูงดาวยิงเหนือกว่าทั้ง แฮร์ริสัน ไคออน ของ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด กับ ออสมาน โซว์ แห่ง สุโขทัย เอฟซี จนเวลานี้มีทีมในไทยลีก 1-3 ต้องการตัวเขาออกจาก อุดรธานี เอฟซี เพื่อไปช่วยลั่นไกในเลกสองเป็นจำนานหลายทีม

น่าติดตามว่าหัวหอกจอมเก๋าชาวบราซิล จะโยกออกจากทัพ "ยักษ์แสด" ที่กำลังมีลุ้นเลื่อนชั้นหรือไม่ และจะไปทีมใด หลังช่วยทีมจบด้วยการครองอันดับ 3 ด้วยการเก็บไป 34 คะแนน ตามที่ 2 ซึ่งเป็นโควตาเลื่อนชั้นไปลีกสูงสุดปีหน้าอัตโนมัติอย่าง "ค้างคาวไฟ" เพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น


แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว

ชั่วโมงนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ "โฟแบร์"อนันต์ ยอดสังวาลย์ หลังยิงไป 7 ประตู จากนักเตะที่เคยแค่เดินสาย เข้ามาแรกๆ เป็นแค่ตัวสำรองเอาไว้ลงไปเปลี่ยนเกม กลายเป็นว่า ลำพูน วอริเออร์ มอบตำแหน่ง 11 คนแรกให้เขา และสามารถตอบแทนความไว้วางใจดังกล่าว จนต้องรีบจับขยายสัญญาฉบับใหม่ไปอีก 5 ปี

 ไม่เพียงเท่านั้น "โฟแบร์" ยังถูกทีมชาติไทย ยู-23 เรียกตัวไปเล่นรายการชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศมองโกเลีย แต่ด้วยเหตุผลในเรื่องเวลาที่กระชั้นเกินไป อีกทั้งเจ้าตัวยังไม่มีพาสปอร์ตออกนอกประเทศ ทำให้ต้องขอถอนตัวไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยเทคนิคครองบอล สปีดต้นในการกระชากลากเลื้อย ยิงบอลได้เฉียบขาด ทำได้ดีทั้งเท้าซ้ายและขวา อนาคตของแนวรุกวัย 20 ปี แห่ง "ราชันโคขาว" ดูแล้วสดใสแน่นอน โดยเจ้าตัวเองวางเป้าหมายที่จะพาสโมสรแห่งนี้ ไปโลดแล่นในลีกสูงสุดซีซั่นหน้า ฉลองการก่อตั้งทีมครบ 1 ทศวรรษ


อายุน้อยที่สุด

แม้ ราชประชา จะจบด้วยการเป็นที่ 2 จากท้ายตาราง แต่ว่าพวกเขาก็กล้าใช้นักเตะในกลุ่มเยาวชน ขึ้นมาเผชิญหน้าเหล่า "เสือ สิงห์ กระทิง แรด" ในไทยลีก 2 ซึ่งทำให้แฟนบอลได้รู้จักกับกองหลังวัย 17 ปี นามว่า ชณภัช บัวพันธ์ ศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา ที่เคยมีชื่อติดเยาวชนโครงการ ฟ็อกซ์ ฮันท์ รุ่นที่ 5 เมื่อ ปี 2563 

ด้วยรูปร่างของเขาที่มีส่วนสูงถึง 193 เซนติเมตร แต่กลับมีประสบการณ์ในเวทีทีมชาติไทยมามากมาย ทั้งรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี, 16 ปี, 17 ปี และ 18 ปี จนผ่านครึ่งทางเลกแรก "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ ก็ได้เรียกเขาไปเล่นให้กับทีมยู 23 รายการชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศมองโกเลีย แม้ว่าจะยังไม่ได้ลงสนามก็ตาม

แต่เมื่อเขากลับมายังสโมสร เขาสามารถยึดตำแหน่งตัวหลักของทีมระดับตำนานอย่าง "ตราชฎา" โดยลงสนามไป 12 นัด รวมเวลาทั้งสิ้น 1,066 นาที อนาคตของเขาน่าจับตามองเหลือเกินว่า บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่เป็นเจ้าของสัญญา จะดันเขาขึ้นไปเล่นกับทีมชุดใหญ่ในไทยลีกหรือไม่


อาวุโสแต่ลายครามที่สุด

สำหรับชอยส์นี้คงต้องกล่าวถึง ดั๊กลาส การ์โดโซ่ แม้จะวัยกำลังล่วงเลยกำลังจะถึง 40 ปี แต่เขากลับลงสนามทุกเกมให้กับ ชัยนาท ฮอร์นบิล ด้วยการใช้เวลาไป 1,354 นาที ตะบันไป 7 ประตู เคล็ดลับของเขาก็คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จนร่างกายสามารถเข้าปะทะหนักๆ กับแข้งไทยลีก 2 อีก 17 ทีมได้ชนิดไม่ต้องกลัวใคร 

นอกจากจะเป็นหัวหอกที่น่าเกรงขามสำหรับคู่แข่งแล้ว ดักลาส ยังควบตำแหน่งผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีม และในขณะนี้เขากำลังเรียนหลักสูตร A-License เพื่อต่อยอดความรู้และศาสตร์วิชาด้านโค้ชฟุตบอล และเขาเองก็ยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆในทัพ "นกใหญ่พิฆาต"

โดยเฉพาะการดูแลร่างกายตัวเองให้ฟิตอยู่เสมอ บวกกับทัศนคติในการเล่นที่ทุ่มเททุกครั้งยามอยู่ในสนาม ทำให้ทุกคนในทีมยอมรับ และเป็นที่พึงพอใจของผู้บริหารทุกระดับ กับความเป็นมืออาชีพของดาวยิงแซมบ้ารายนี้


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด