:::     :::

5ปัจจัยสำคัญสู่การทวงบัลลังก์อาเซียน

วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
951
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในที่สุดทีมชาติไทย ก็สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศ ศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป้าหมายในการคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ของรายการนี้ หลังจากเอาชนะ ฟิลิปปินส์ ไปได้ 2-1 แม้ว่ายังเหลืออีก 1 นัดกับ "เจ้าภาพ" สิงคโปร์ ในวันเสาร์นี้ก็ตาม เนื่องจากเก็บไปแล้วทีมละ 9 คะแนน ควงแขนกันเข้ารอบไปแล้วทั้งคู่เหลือแค่ชิงแชมป์กลุ่มเอกันเท่านั้น

 "ช้างศึก" ประสบความสำเร็จมากที่สุดกับทัวร์นาเมนต์ชิงเจ้าอาเซียน หลังจากคว้าแชมป์มาแล้ว 5 สมัย ในปี 1996, 2000, 2002, 2014, 2016 แต่มาสะดุดในปี 2018 เพราะร่วงตกรอบตัดเชือกด้วยน้ำมือของ มาเลเซีย ขุนพลแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต้องการกอบกู้ศรัทธาฟุตบอลไทยที่เริ่มจางหายไปในช่วงหลัง รายการนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญเพื่อปลุกกระแสแฟนบอล แต่จะทำได้ตามเป้าหรือไม่ ลองมาดูกันหน่อยว่า 5 ปัจจัยสำคัญของทีมชาติไทยชุดนี้คืออะไรบ้าง ที่จะนำไปพิชิตภารกิจทวงแชมป์อาเซียนคืนมา


1.เฟ้นหาโค้ชที่เหมาะสมในระยะเวลาอันจำกัด

"มาดามแป้ง"นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย ประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งว่า อยากทำให้แฟนบอลมีความสุข เพื่อกู้ศรัทธาของวงการลูกหนังไทยกลับคืนมา หลังจากซบเซาไปหลายปี

ข้อจำกัดแรกที่ต้องเผชิญก็คือการเฟ้นหาโค้ชที่เหมาะสมที่สุด แต่ต้องเป็นกุนซือที่ไม่ติดภาระหน้าที่กับต้นสังกัด แค่นี้ก็ยากแล้วเพราะปกติกุนซือเก่งๆ ที่ไหนเขาจะว่างงานกัน ก่อนจะมาตกผลึกชื่อของ มาโน่ โพลกิ้ง ที่เพิ่งแยกทางกับ โฮจิมินห์ ซิตี้ ในวีลีกของเวียดนาม 

มาโน่ เป็นคนบราซิลเชื้อสายเยอรมัน แต่คลุกคลีกับบอลไทยมาหลายปี นับตั้งแต่เข้ามาครั้งแรกเมื่อปี 2012 ในฐานะมือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทย ณ เวลานั้น

เขาเคยได้สัมผัสบรรกาศอย่างใกล้ชิดในการคว้ารองแชมป์อาเซียนร่วมกับทีม "ช้างศึก" เมื่อปี 2012 ก่อนจะปักหลักอยู่เมืองไทยยาวๆ ได้ทำทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก่อนจะไป โฮจิมินห์ ซิตี้ เป็มทีมล่าสุด แม้ไม่เคยประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมเพราะไม่เคยคว้าแชมป์รายการใดได้เลย แต่ด้วยการเป็นโค้ชต่างชาติที่รู้จักนักบอลไทย เข้าใจวัฒนธรรมลูกหนังไทยเป็นอย่างดี ทำให้ "มาดามแป้ง" ตัดสินใจกาชื่อเขาเข้ามารับภารกิจสำคัญนี้


2.ดีลสโมสรและสมาคมเพื่อได้ตัวผู้เล่นที่ดีที่สุด

 อีกประเด็นที่น่าสนใจ และต้องยกย่องผู้จัดการทีมชาติไทย นั่นคือการไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า "มาดามแป้ง" ติดต่อพูดคุยกับทุกสโมสรอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงสมาคมฟุตบอลฯ อธิบายถึงความสำคัญของการคว้าแชมป์รายการนี้ว่าจะมีผลดีกับวงการลูกหนังไทยทั้งองคาพยพอย่างไรบ้าง

จากการที่ทีมชาติไทยไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ในการแข่งขันให้เป็นรูปธรรมมานานมาก เราห่างหายจากการคว้าแชมป์ในเกมทุกระดับ แฟนบอลรู้สึกผิดหวังกับผลการแข่งขัน แม้ใครจะบอกว่าโครงสร้างการบริหารงานเพื่อพัฒนาอนาคตในระยะยาวจะดูดีเพียงใด แต่ผลลัพธ์ปัจจุบันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้บรรยากาศดีๆ กลับมาโดยเร็วที่สุด ขั้นแรกก็คือความสำเร็จที่เป็นจับต้องได้ นั่นคือการคว้าแชมป์ให้ได้อีกครั้งเสียก่อน

จากการประสานสิบทิศ ทำให้ได้ขุมกำลังชั้นอ๋องตบเท้าเข้ามาแบบฟูลทีม แม้เกมแรกที่เอาชนะ ติมอร์ เลสเต้ เพียง 2-0 อาจจะดูหืดจับไปหน่อย แต่หากกล่าวถึงรายละเอียดในการซ้อม การมีเวลาซ้อมร่วมกันไม่ถึง 3 วัน ที่จะต้องป้อนทีมแท็คติคให้ทุกคนเข้าใจไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว จึงเป็นสาเหตุให้ มาโน่ โพลกิ้ง เลือกนักเตะที่มีประสบการณ์ ผสมผสานกับผู้เล่นที่ฟอร์มจัดจ้านในไทยลีกลงสนามก่อน

พอเข้าสู่เกมที่ 2-3 เมื่อได้ "กัปตันเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ ธีราทร บุญมาทัน เข้ามา ทำให้เกมของทีมชาติไทย ลื่นไหลขึ้นชนิดทันตาเห็น วิสัยทัศน์การวางบอลอันแม่นยำของ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ที่ช่วยสร้างมิติใหม่ๆ รวมถึงความกระหายในการผลิตสกอร์ของ ธีรศิลป์ แดงดา เพื่อตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้ เป็นส่วนผสมที่ทำให้ "ช้างศึก" สามารถเก็บอีก 6 คะแนน ทั้ง ชนะ เมียนมา 4-0, ชนะ ฟิลิปปินส์ 2-1 ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นตามลำดับ


3. ทีมสปิริต,เรียนรู้แท็คติกและพัฒนาการเล่นร่วม

ในเกมแรก มาโน โพลกิ้ง เลือกใช้ระบบ 4-2-3-1 จนชนะ ติมอร์ เลสเต ไปแบบหืดจับ 2-0 ด้วยการใช้การบิวด์อัพเกมจาก 2 เซนเตอร์ฮาล์ฟ ทั้ง มานูเอล ทอม เบียรห์ กับ กฤษดา กาแมน กองกลางตัวรับใช้ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล กับ สารัช อยู่เย็น วาง 3 ประสานเกมรุกมี บดินทร์ ผาลา, สุภโชค สารชาติ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ โดยมี ธีรศิลป์ แดงดา เป็นหัวหอกตัวเป้าคนเดียว

หลังจากนั้นใน 2 เกมต่อมามีการลองปรับมาใช้ 4-4-2 ไดมอนส์ ปล่อยให้ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร, สารัช อยู่เย็น มีอิสระในการขึ้นลงแดนกลาง และใช้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นจอมทัพ มีหน้าเป้าอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา เป็นตัวยืนพื้น ปรากฏว่า ทุกคนต่างเข้าใจในแท็คติกดังกล่าวได้ดีพอสมควร ลากยาวไปถึงตัวสำรองที่ถูกส่งลงมา สามารถทดแทนกันได้หมด ทั้ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์, บดินทร์ ผาลา และอีกมากมายที่น่าจะได้รับโอกาสในเกมต่อๆ ไป พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือตอนนี้รูปแบบแท็กติกต่างๆ นั้นกำหนดตุ๊กตาเอาไว้หมดแล้ว เหลือแค่การวางตัวนักเตะที่เหมาะสมลงไปทำหน้าที่ให้ตรงกับแผนและเพิ่มความเข้าใจเกมระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้นในแต่ละเกมเท่านั้น

 

4.เพื่อลบคำสบประมาทจากชาวอาเซียนรวมถึงแฟนบอลไทยบางส่วน

การตกรอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 2018 ของทีมชาติไทย ก่อนจะเป็น เวียดนาม ที่ประกาศศักดาคว้าแชมป์ในครั้งนั้นไปครอง ทำให้แสงสปอตไลท์ถูกสาดส่องไปที่ทัพ "ดาวทอง" ที่ประกาศศักดาก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 อาเซียน รวมทั้งยังไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เป็นเจ้าภาพ

ต่อเนื่องถึงการเป็นชาติจากอาเซียนเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่ผ่านเข้าไปถึงฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสาม หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย ล่าสุดฟีฟ่าได้ทำการประกาศแรงกิ้งประจำเดือนพฤศจิกายน ปรากฏว่าพวกเขาอยู่อันดับ 99  ขณะที่ทีมไทยรั้งอยู่ที่ 122 ของโลก แน่นอนล่ะว่านักเตะรวมถึงแฟนบอลไทยก็อยากให้ ทีมชาติไทย ลบคำปรามาส และจัดการดับซ่าเวียดนามให้ได้เสียที 

 แต่กว่าจะถึงตรงนั้นได้คงต้องมองกันไปแบบนัดต่อนัด มาโน โพลกิ้ง เองก็พยายามใช้จิตวิทยาหลายอย่างด้วยคำพูดในเชิงบวก นอกจากจะให้เกียรติกับคู่แข่งแล้ว ยังเป็นการปลุกพลังกระตุ้นความมั่นใจลูกทีมไปในตัว เพื่อให้มีความกระหายกับภารกิจทวงแชมป์เจ้าแห่งอาเซียนครั้งนี้


5. ความกระหายแชมป์ของเหล่านักเตะ

ครั้งสุดท้ายที่ "ช้างศึก" ได้แชมป์รายการนี้คือปี 2016 ในยุคที่ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุมบังเหียน โดยชุดปัจจุบันยังมีผู้เล่นจากครานั้นอยู่ในทีมหลายคน นำโดย 3 ประสาน อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน รวมทั้งผู้เล่นคนอื่นๆอย่าง ทริสตอง โด, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, สารัช อยู่เย็น

การมาครั้งนี้นักเตะทั้ง 28 คน (กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กลับไปดูแลอาการป่วยคุณพ่อ และ โจนาธาน เข็มดี บินกลับไปประเทศเดนมาร์ก เพราะสภาพร่างกายไม่พร้อมเต็มที่) มีความมุ่งมั่นต้องการที่จะเอาโทรฟี่แชมป์กลับไปยังประเทศไทย เพื่อให้แฟนบอลได้ฉลองเป็นของขวัญปีใหม่อีกด้วย

แต่เราจะได้แชมป์สมัยที่ 6 ต่อจากปี  1996, 2000, 2002, 2014, 2016 หรือไม่นั้น อีก 4 เกมที่เหลืออยู่ ประกอบด้วย 1 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม พบ สิงคโปร์, 2 นัดในรอบรองชนะเลิศ และ 2 แมตช์รอบชิงชนะเลิศ จะเป็นบททดสอบสำคัญที่รออยู่ต่อไป


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด