:::     :::

วันฟ้าเปิดของ "เจ้าชายล้านนา"

วันอังคารที่ 18 มกราคม 2565 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
1,408
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังจากแข้งไทยสร้างผลงานได้สุดยอดในศึกรีโว่ไทยลีกและฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 พร้อมผงาดคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ทำให้หลายสโมสรในเอเชียหันมาสนใจแข้งจากแดนสยามมากขึ้น

ชื่อของ วีระเทพ ป้อมพันธุ์, สุภโชค สารชาติ หรือ มานูเอล ทอม เบียร์ห มีข่าวเชื่อมโยงกับบรรดาทีมชั้นนำของเจลีก ญี่ปุ่น ไม่เว้นแต่ละวัน

รวมไปถึง ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าฟอร์มแรงก็ได้รับการหมายปองจากสโมสรใน เคลีก เกาหลีใต้  เช่นกัน 

แต่สุดท้ายกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลลีกของไทย ยังไม่สอดคล้องกับปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลของเอเชียเท่าไหร่ 

ดังนั้นการย้ายทีมของนักเตะไทยสู่ต่างแดนต้องหาจังหวะที่ลงตัว เหมือนในดีลของ “ศศลักษณ์ ไหประโคน” ที่ย้ายจาก “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ไปร่วมทีม “ชุนบุค ฮุนได มอร์เตอส์ ในแดนกิมจิ แบบยืมตัว

นอกจากแข้ง “ช้างศึก” ชุดแชมป์อาเซียนแล้ว ยังมีนักเตะไทยรายอื่นๆ ได้รับความสนใจจากทีมในต่างแดนไม่น้อย 


เพราะหลายคนเริ่มทำผลงานได้ดีและยกระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นย่อมมีชื่อของ “เอกนิษฐ์ ปัญญา” แข้งพรสวรรค์สูง วัย 22 ปีแน่นอน 

หลังโชว์ฟอร์มสุดเทพทั้งพา ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีก และการลงสนามให้ทีมชาติไทย ในปี 2018

โดยเฉพาะลีลาการยิงและจ่ายในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ที่ ไทย เปิดบ้านเอาชนะ ยูเออี ไปสนุก 2-1 

หลังเกมนั้นเขาได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์​  และทำให้เจ้าหนังสือกลายเป็นคนที่แฟนบอลไทยพูดถึงมากที่สุดทันที 


ไม่แปลกที่หลายคนจะเชียร์ให้ “เจ้าบุ๊ก” ออกไปหาความท้าทายใหม่ในต่างแดน โดยเฉพาะในเวทีเจลีก ญี่ปุ่น เพราะฝีเท้าของเขามันเข้าขั้นระดับเทพแล้ว 

แต่เขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเอง และไม่หลงระเริงไปกับเสียงเยินยอใดๆ ทั้งสิ้น

ทว่าช่วงปลายปีเดียวกันเจ้าตัวกลับดวงแตกต้องเข้ารับการผ่าตัดที่หัวเข่า จนทำให้เขากลายเป็นผู้ชมในศึกซีเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ และ ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้ายที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ 


ฝันร้ายมาเยือนทันที! 

เมื่อสลัดอาการอาการบาดเจ็บทิ้งไป เขากลับไม่มีโอกาสลงสนามให้ “ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด” แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และแทบไม่มีบทบาทในทีม ทั้งทีก่อนหน้านี้เขาคือคีย์แมนสำคัญ

ทำให้ในเลกที่ 2 เขาได้ย้ายทีมแบบยืมตัวไปร่วมทัพ “ช้างเผือก” เชียงใหม่ ยูไนเต็ด 

ซึ่งทางสโมสร “กว่างโซ้งมหาภัย” ได้ชี้แจ้งว่าการย้ายทีมครั้งนี้ เพื่อเปิดทางให้ “เจ้าบุ๊ก” มีโอกาสลงสนามและเรียกฟอร์มเก่งกลับสู่ร่างเสียที 


เพียงการออกสตาร์ทนัดแรกในสีเสื้อทีม “ช้างเผือก” เขาต้องเจอบททดสอบสำคัญ เมื่อต้องเจอของแข็งอย่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่อัดแน่นไปด้วยแข้งระดับท็อปคลาสของประเทศ

แต่ตลอด 90 นาที เพลย์เมกเกอร์ร่างจิ๋วแต่แจ๋ว มีบทบาทกับเกมรุกของทีมไม่น้อย และสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับ “ปราสายสายฟ้า” บ่อยครั้ง 

โดยเฉพาะการดวลแข้งกับ “ธีราทร บุญมาทัน” แบ็คซ้ายระดับแชมป์เจลีก เขาก็เล่นได้อย่างไม่เกรงกลัว และสร้างความลำบากใจกับ “โก๋อุ้ม” หลายจังหวะ 


สุดท้ายแม้ “เชียงใหม่ ยูไนเต็ด” จะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ แต่ “เจ้าบุ๊ก” สามารถทำได้ 1 แอสซิสต์ ถือว่าเป็นการเรียกความมั่นใจได้ดีทีเดียว สำหรับแข้งที่ร้างสนามไปนาน 

หลังจากนี้หาก “เจ้าบุ๊ก” ไม่เจ็บเพิ่ม และสภาพความฟิตเข้าที่เข้าทาง รับรองว่าเราได้เห็นฟอร์มเทพของเขาอีกครั้งแน่นอน 

ที่สำคัญมันจะเป็นข่าวดีของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมทำศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ และชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้ายอีกด้วย 


หากผลงานดีต่อไปเรื่อยๆ เขาจะกลับมาเป็นแข้งเนื้อหอมที่หลายทีมจากเจลีก ญี่ปุ่น กลับมารุมตอมอีกครั้งทันที 

หวังว่าวันฟ้าเปิด หลังหมอกร้ายในชีวิตการค้าแข้งของ “เจ้าชายล้านนา” จะกลับมาสว่างจ้าดังเดิม 

เพราะกว่าจะกลับมาได้เขาต้องสู้ และ อดทน เป็นอย่างมาก นี่แหละเขาถึงบอกว่ายามขึ้นอย่าหลง ยามลงอย่าท้อ 

ซึ่งวลีนี้ช่างตรงกับชีวิตลูกหนังของ “เจ้าบุ๊ก” จริงๆ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด