:::   17:44 - ผลฟุตบอลชายโอลิมปิก2020 : กลุ่มเอ ฝรั่งเศส ชนะ แอฟริกาใต้ 4-3, กลุ่มบี นิวซีแลนด์ แพ้ ฮอนดูรัส 2-3, กลุ่มซี อียิปต์ แพ้ อาร์เจนตินา 0-1, กลุ่มดี บราซิล เสมอ ไอวอรี่โคสต์ 0-0   :::

แบบทดสอบชีวิตกับ "เฮนริค มคิทาร์ยาน" (ตอนจบ)

วันพฤหัสบดีที่ 01 กุมภาพันธ์ 2561 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
1,326
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังจากที่นำเสนอเรื่องราวชีวิตในตอนแรกของ "เฮนริค มคิทาร์ยาน" กันไปแล้ว

        ทั้งเรื่องราวชีวิตวัยเด็ก ที่ต้องสูญเสียคุณพ่อไปตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงการเดินทางไปฝึกฟุตบอลคนเดียวที่ประเทศบราซิล ดินแดนที่คอยหล่อหลอมให้เขากลายเป็นนักเตะที่ดี

        วันนี้เราจะมาดูตอนจบของชีวิตบนเส้นทางลูกหนังของเขากัน ก่อนที่จะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของอาร์เซน่อล เขาต้องผ่านทั้งการเล่นกับทีมในยูเครน ต่อด้วยโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

        แน่นอนว่า มันประกอบไปด้วยความทรงจำที่ดี และไม่ดีผสมปนเปกันไป แต่ที่มั่นใจได้เลยว่า เขาเลือกมองมันอย่างมีความสุข กับทุกย่างก้าวที่ผ่านมา

        "กระทั่งผมอายุ 20 ปี ผมย้ายไปเล่นให้สโมสรเมตาลูร์ค โดเนทส์ค ผมได้เรียนรู้ภาษายูเครน และรัสเซีย เพิ่มเติมมาด้วย มันเป็นเรื่องที่สนุกมาก เพราะหลังจากนั้น 2 ปี ผมก็ย้ายข้ามมาอีกฝั่งของเมือง คือการร่วมทีมชัคตาร์ โดเนทส์ค บางคนบอกว่า ผมต้องเจอความยากลำบาก และไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะในทีมชัคตาร์ โดเนทส์ค ชุดดังกล่าว ประกอบไปด้วยนักเตะบราซิเลี่ยน มากถึง 12 คน !!!"

        "ผมไม่ได้พูดอะไรกลับไป ผมหัวเราะกับตัวเอง และคิดในใจว่า -ข้าก็มีส่วนผสมของบราซิเลี่ยน อยู่นะเว้ย !!!- แน่นอนว่า มันทำให้ผมสนิทกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปีที่นั่น ถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมาก ผมคว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำลีกยูเครน ประจำปี 2013 ผมโคตรมีความสุขเลย เพราะมันเป็นการหุบปากพวกนักวิจารณ์ ที่เคยมาปรามาสว่าผมว่า ไม่มีวันประสบความสำเร็จได้ เพียงแค่ผมเป็นชาวอาร์เมเนีย เท่านั้น"

        "เรื่องโชคชะตา ถือเป็นอะไรที่น่าสนใจเหมือนกัน เพราะว่าหลังจบฤดูกาลนั้น ผมก็ได้รับข้อเสนอจากทีมของเยอรมัน อย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์  มันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ยูเครน เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ส่งผลให้สนามเหย้าของชัคตาร์ โดเนทส์ค ถูกทำลาย"

        "ผมจึงย้ายไปที่ประเทศเยอรมัน มันเพียงแค่การได้เรียนรู้ภาษาใหม่ แต่ยังมีเรื่องของวัฒนธรรม และบรรยากาศที่ผมไม่เคยพบเจอมาก่อน ตอนนั้นผมรู้สึกย่ำแย่มาก ปีแรกมันค่อนข้างโอเค อย่างไรก็ตาม ปีต่อมาถือเป็นหายนะ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว แต่มันเกิดขึ้นกับทุกคนในสโมสร ย้อนกลับไปปีนั้น เราพบกับความพ่ายแพ้บ่อยมาก ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีดวง ผมยิงประตูไม่ได้ แถมยังผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูไม่ได้อีกต่างหาก ผมย้ายมาร่วมทีมด้วยเม็ดเงินมหาศาล ดังนั้น ผมจึงรู้สึกถึงความกดดัน"

        "ผมเอาแต่ฝังตัวอยู่ในอพาร์ทเมนท์ที่ดอร์ทมุนด์ ผมรู้สึกโดดเดี่ยว และคิดวนไปวนมา ผมไม่ต้องการออกไปข้างนอก และไม่อยากไปหาข้าวกินด้วยซ้ำไป กระทั่งโชคชะตาเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อโธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ ในช่วงขวบปีที่ 3 ที่ผมค้าแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขาเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างของผมอย่างแท้จริง เขาเดินมาหาผมแล้วพูดว่า -ฟังนะ เฮนริค ฉันจะงัดฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของนายออกมา- ผมทำได้เพียงแค่ยิ้ม และหัวเราะ ผมคิดว่าเขาคงอยากให้ผมสบายใจเท่านั้น ทว่าเขาจ้องหน้าผมแบบจริงจัง และพูดต่อว่า -มิคกี้ นายจะต้องเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม-"

        "คำพูดเหล่านั้น มีคุณค่าต่อตัวผมมาก เนื่องจากปีก่อนหน้า ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่า ตัวเองจะก้าวมาเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์ แต่ทูเคิ่ล สามารถทำได้ เขาดึงฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของผมออกมาในปีนั้น นั่นเป็นเพราะผมกลับมามีความสุขอีกครั้ง เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเศร้า คุณจะไม่พบกับความโชคดี นี่เป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้จากวัฒนธรรมของชาวบราซิเลี่ยน เมื่อคุณมีความสุขแล้วล่ะก็ สิ่งดีๆจะเกิดขึ้นในสนาม ปีนั้นเราเล่นกันอย่างสุดยอด เราบุกแบบบ้าคลั่ง เราสนุกกับทุกนาทีในสนาม เราใช้กองหลังแค่ 2 คน พร้อมกับใส่กองกลางไปอีก 3 คน และยัดแนวรุกไป 5 คน !!! เราประสบความสำเร็จ แม้เราจะแพ้บ้าง แต่ก็สนุกกับมันมากๆ"

        " ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เอเยนต์โทรหาผม และบอกว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้ตัวผมไปร่วมทีม ซึ่งผมก็รู้สึกตกใจมาก ผมถามกลับไปว่า -มันเป็นเรื่องจริงหรอ หรือเป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น ?- เพราะช่วงเวลาที่ความฝันของเราใกล้เป็นความจริง ความรู้สึกในตอนแรกที่ได้ยิน เราจะรู้สึกไม่อยากเชื่อ ไม่กี่วันต่อมา ผมก็ได้รับสายจากเอ็ด วู้ดเวิร์ด ผู้บริหารของทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาบอกผมว่าสโมสรอยากได้ตัวผมไปร่วมทีม คุณลองจินตนาการดูว่า ผมจะรู้สึกตื่นเต้นมากขนาดไหน"

        "ระหว่างที่เอเยนต์ของผมกับทางสโมสรกำลังเจรจาเรื่องการย้ายทีมกันอยู่ ผมมีเวลามาคิดทบทวนถึงการตัดสินใจครั้งนี้ ผมรู้ว่ามันเป็นความท้าทาย ในการย้ายออกจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และก้าวไปประสบความสำเร็จกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมไม่อยากมานึกเสียดาย ตอนที่ผมแก่ตัวไปแล้ว ดังนั้น ผมจึงพร้อมย้ายทีมแล้ว"

        "เมื่อการย้ายทีมเสร็จสิ้น ผมนั่งลง และเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมเริ่มรู้สึกแล้วว่า ผมกำลังจะย้ายมาเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ผมไม่มีทางลืมเลือนช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงตอนที่ผมสวมเสื้อสีแดงของสโมสร ก่อนจะลงฝึกซ้อมเป็นครั้งแรก ผมรู้สึกมีความสุข และภูมิใจในตัวเอง ที่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ในเส้นทางการค้าแข้ง"

        "ฤดูกาลแรกกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ผมได้รับบาดเจ็บ และแทบไม่ได้โอกาสลงสนามเลย การเริ่มต้นกับทีมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ผมเคยพบความความผิดหวังมาแล้ว  ผมไม่เคยยอมแพ้ ผมจึงหมั่นฝึกซ้อมทุกวัน เพราะอยากช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จ"

        "หากคุณลองไปถามแม่ หรือพี่สาว เกี่ยวกับตัวของผม พวกเธอจะบอกว่าผมผ่านอะไรมาเยอะ แต่ผมมีความสุขกับตัวเอง เพราะผมมีความฝัน อยากลงเล่นให้ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อคุณเดินเข้าสู่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด มันไม่ใช่แค่สนามเท่านั้น แต่มันคือเวทีระดับยักษ์ใหญ่ หากพ่อมีโอกาสได้เห็นผมเล่นบนเวทีแห่งนี้ ท่านจะต้องรู้สึกภูมิใจในตัวผมแน่นอน ผมเคยพยายามไล่ตามพ่อมาตลอด แม้ว่าท่านจากไปแล้ว แต่ผมยังเชื่อเสมอว่า ท่านคอยช่วยเหลือผมเสมอในสถานที่แห่งนี้ หากท่านยังมีชีวิตอยู่ ไม่แน่ว่าผมอาจจะเป็นทนายความ หรือแพทย์ไปแล้ว แต่ตอนนี้ ผมเป็นนักฟุตบอล"

        "ผมมีเรื่องตลกอยากเล่าปิดท้าย ผมไม่เคยดูเทปย้อนหลังของตัวเองเลย ผมไม่ชอบเห็นตัวเองในทีวีสักเท่าไหร่ เพราะผมจะมองเห็นแต่ข้อผิดพลาดของตัวเอง ผมเล่นแตกต่างจากพ่อเล็กน้อย ท่านถือเป็นกองหน้าที่รวดเร็ว และมีลูกยิงที่ทรงพลังมาก ส่วนผมจะเน้นเรื่องเทคนิคมากกว่า เมื่อผมกลับไปยังอาร์เมเนีย หลายคนจะบอกว่า ตัวผม และพ่อทีแนวทางการวิ่งที่คล้ายกัน พวกเขาพูดว่า -เฮนริค นายเหมือนกับพ่อเลย โดยเฉพาะการวิ่ง เวลาดูนายลงเล่น เราจะนึกถึงพ่อของนายทุกครั้งไป-"

        "ผมก็ไม่รู้หรอกว่า ทำไมผมถึงไม่ชอบดูภาพตัวเองในโทรทัศน์ มันอาจจะจริง เพราะผมแค่มีความฝัน ในการออกวิ่งอย่างอิสระในสนามหญ้า เหมือนอย่างที่ผมได้เห็นในวีดีโอเทปของพ่อเท่านั้นเอง"

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด