:::     :::

คู่ชิงดำสมฐานะ

วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
1,330
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
บาร์เซโลน่า กับ เซบีย่า คือคู่ชิงชนะเลิศศึก โกปา เดล เรย์ ฤดูกาลนี้ในวันเสาร์ที่ 21 เมษายน ซึ่งต่างเป็นสองทีมเมืองกระทิงที่เข้าชิงดำมากสุดในศตวรรษที่ 21

    บาร์เซโลน่า กับ เซบีย่า คือคู่ชิงชนะเลิศของศึก โกปา เดล เรย์ ฤดูกาลนี้ย้อนรอยแมตช์ชิงดำฤดูกาล 2015-16 ซึ่งทัพอาซูลกราน่าสอยทีมเซบียาโน่ 2-0 แต่ต้องออกแรงถึง 120 นาที
   
    เซบีย่า ของ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ผ่านเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งที่ 9 หลังการสยบ เลกาเนส จากผล 2 นัด 3-1 (2-0, 1-1) ซึ่งทีมดังแคว้นอันดาลูเซียเคยฟาดแชมป์โกปา 5 ครั้ง หนล่าสุดเกิดขึ้นในฤดูกาล 2009-2010 เมื่อทีมของ อันโตนิโอ อัลบาเรซ อัด แอตเลติโก มาดริด ของ เอ็นรีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส 2-0 บนสังเวียน'คัมป์ นู'
   
    ขณะที่ บาร์เซโลน่า เป็นเต้ยของศึกโกปาอย่างแท้จริงหลังโกยแชมป์มาครองถึง 29 สมัยเหนือกว่าทุกสโมสรของเมืองกระทิง ทัพอาซูลกราน่ายังผ่านเข้าถึงรอบชิงดำครั้งที่ 40 และเป็นทีมแรกที่เข้ามาเล่นรอบชิงชนะเลิศของศึกโกปา 5 ปีติดต่อกันด้วย
   
    เริ่มต้นจากฤดูกาล 2013-14 แต่ทีมของ เคราร์โด้ มาร์ตีโน่ พ่าย เรอัล มาดริด ของ คาร์โล อันเชล็อตติ 1-2 ทว่าทีมอาซูลกราน่าสอยแชมป์มาครองตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลงานของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ มาร์ตีเนซ เทรนเนอร์คนก่อนหน้านี้ทั้งหมด
       
    หลุยส์ เอ็นรีเก้ ประเดิมด้วยการนำทีมยักษ์กาตาลุนย่าทุบ แอธเลติก บิลเบา 3-1 ในฤดูกาล 2014-15 ก่อนเชือด เซบีย่า 2-0 จากการลงเล่น 120 นาทีมในซีซั่นถัดมา ตบท้ายด้วยการสอย อลาเบส 3-1 คว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันส่งท้ายการอำลาตำแหน่ง


   
    บาร์เซโลน่า ของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กด บาเลนเซีย ด้วยสกอร์วม 2 นัด 3-0 หลังบุกสอยทีมค้างคาวถึงถ้ำเมสตาย่า 2-0 จากการประเดิมประตูแรกภายใต้สีเสื้ออาซูลกราน่าของ ฟิลิปเป้ กูตินโญ่ ตบท้ายด้วยประตูของ อีวาน ราคิติช
   
    บัลเบร์เด้ เคยนำต้นสังกัดเก่า แอธเลติก บิลเบา ลงเล่นนัดชิงดำรายการนี้ช่วงฤดูกาล 2014-15 ก่อนทีมของเทรนเนอร์ชาวบาสโก้จะพ่ายทีมอาซูลกราน่า 1-3 แต่ บัลเบร์เด้ มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในฐานะเทรนเนอร์กับทีมยักษ์กาตาลุนย่าหลังเคยคว้าแชมป์ในฐานะนักเตะบาร์ซ่าช่วงฤดูกาล 1989-90
   
    'เราต้องพบกับทีมที่มีแรงฮึดมหาศาลและแฟนบอลทั้งเมืองยังส่งเสียงเชียร์ไม่หยุด'บัลเบร์เด้กล่าวหลังเกมบุกเชือดทีมค้างคาวเมื่อวันพฤหัสฯ
   
    'ในแมตช์แรก บาเลนเซียไม่เปิดโอกาสให้เราทำประตูมากนัก ในเกมนี้เราเพรสซิ่งมากขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะเล่นกันได้ดี แต่เราสมควรเป็นผู้ชนะ'
   
    'เราครองเกมได้ดีในแมตช์แรกแต่หาจังหวะยิงประตูได้ไม่มาก เกมนี้เราเล่นเกมสวนกลับซึ่งเป็นงานถนัดของนักเตะ'


   
    ครึ่งแรกเสมอ 0-0 เทรนเนอร์ชาวบาสโก้แก้เกมด้วยการส่ง กูตินโญ่ ลงเล่นแทน อันเดร โกเมส เพื่อต้องการเกมทะลุทะลวงจากแถวสอง ซึ่งเพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิเลียนไม่ทำให้เจ้านายผิดหวังด้วยการซัดประตูเบิกร่องให้หลังการลงสนามเพียง 3 นาทีจากการเปิดบอลของ หลุยส์ ซัวเรซ ก่อนที่กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยจะผ่านบอลให้ ราคิติช ซัดปิดกล่องก่อนหมดเวลา 8 นาที
   
    'ผมมองเห็นโอกาส เราต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง'เทรนเนอร์ชาวบาสโก้พูดถึงการเลือกส่ง กูตินโญ่ ลงแทนมิดฟิลด์ชาวโปรตุกีส
   
    'อันเดร ช่วยเกมได้ดี แต่เราต้องการคนที่จะทะยานไปข้างหน้าและทำบางอย่างกับการครองบอลที่เราทำได้ ปกติผมจะรอโอกาสในการเปลี่ยนตัว แต่ครั้งนี้ผมมองว่ามันเป็นโอกาสดีทีเดียว'


   
    ขณะที่ กูตินโญ่ มีความสุขไม่น้อยหลังกระทุ้งประตูแรกกับทีมอาซูลกราน่าหลังย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์สโมสร 'ผมปลื้มสุดๆ'
   
    'ผมพยายามหาโอกาสยิงประตูในช่วง 2-3 เกมแรกและวันนี้ผมทำสำเร็จแล้ว สิ่งสำคัญสุดคือการช่วยทีมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศสำเร็จ'
   
    'มันเป็นช่วงเวลาพิเศษจริงๆ แมตช์ชิงชนะเลิศจะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมแน่นอน เราต้องเตรียมพร้อมให้เต็มที่'
   
    'นี่คือแมตช์ชิงชนะเลิศครั้งแรก มันพิเศษและสำคัญสำหรับผม แต่ยังมีเวลาเหลือเฟือก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ'
   
    บาร์เซโลน่า กับ เซบีย่า จัดเป็นคู่ชิงดำสมน้ำสมเนื้อหากพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเป็นสโมสรที่ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทุกรายการรวมกันมากสุดในศตวรรษที่ 21 รวมกันถึง 45 ครั้ง


   
    ทีมอาซูลกราน่าผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ 28 ครั้งในช่วงศตวรรษนี้ ขณะที่ทีมเซบียาโน่เข้าชิงดำรวมกัน 17 ครั้ง
   
    สถิติการเข้าชิงชนะเลิศของ บาร์เซโลน่า

    โกปา เดล เรย์ (7): 2008/09, 2011/12, 2013/14, 2014/15, 2015/16, 2016/17, 2017/18

    แชมเปี้ยนส์ลีก (4): 2005/06, 2008/09, 2010/11, 2014/15

    สแปนิช ซูเปอร์ คัพ (9): 2005/06, 2006/07, 2009/10, 2010/11, 2011/12, 2012/13, 2015/16, 2016/17, 2017/18

    ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ (4): 2006/07, 2009/10, 2011/12, 2015/16

    ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ (4): 2006/07, 2009/10, 2011/12, 2015/16
   
    สถิติการเข้าชิงชนะเลิศของ เซบีย่า

    โกปา เดล เรย์ (4): 2006/07, 2009/10, 2015/16, 2017/18

    ยูฟ่า คัพ (2): 2005/06, 2006/07

    ยูโรปาลีก (3): 2013/14, 2014/15, 2015/16

    สแปนิช ซูเปอร์ คัพ (3): 2007/08, 2010/11, 2016/17

    ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ (5): 2006/07, 2007/08, 2014/15, 2015/16, 2016/17



    สำหรับนัดชิงชนะเลิศของศึก โกปา เดล เรย์ ฤดูกาลนี้จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 เมษายนนี้ แต่ยังไม่กำหนดสังเวียนนัดชิงดำ
   
    แรกเริ่มเดิมทีมีการคาดการณ์ว่านัดชิงดำโกปาซีซั่นนี้จะถูกจัดขึ้นที่'ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่'ของ แอตเลติโก มาดริด ทว่าสังเวียนเหย้าของทีมตราหมีมีโปรแกรมแข่งขันกับ เรอัล เบติส ในช่วงสัปดาห์เดียวกัน
       
    ดังนั้นสนาม'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว'รังของ เรอัล มาดริด จึงถูกกล่าวถึงอีกครั้งเนื่องจากสนามเหย้าของทีมชุดขาวไม่มีโปรแกรมแข่งขันและจัดคอนเสิร์ต สื่อแคว้นกาตาลุนย่าจึงขยายความเพิ่มเติมว่า เรอัล มาดริด คงไม่มีข้ออ้างที่จะหลบเลี่ยงเหมือนหลายปีที่ผ่านมาหากสหพันธ์ฟุตบอลสเปนเลือกสนามดังกล่าวจัดแมตช์ชิงโกปาซีซั่นนี้
   
    สหพันธ์ฟุตบอลสเปนอาจหาทางเลี่ยงให้ทีมชุดขาวด้วยการเลือกสนามเมสตาย่าของ บาเลนเซีย เป็นสังเวียนชิงดำศึกโกปาในวันเสาร์ที่ 21 เมษายนนี้ก็เป็นได้ เนื่องจากทีมค้างคาวมีโปรแกรมเยือน เซลต้า บีโก้ ในสัปดาห์เดียวกัน
   
    'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว'เคยเป็นสังเวียนจัดนัดชิงชนะเลิศของศึก โกปา เดล เรย์ ครั้งล่าสุดในฤดูกาล 2012-13 ซึ่ง เรอัล มาดริด พลิกพ่าย แอตเลติโก มาดริด 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
   
    เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้มาดริดพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้ บาร์เซโลน่า มาเล่นนัดชิงดำโกปาที่'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว'เนื่องจากกลัวเหตุการณ์ซ้ำรอยในฤดูกาล 1996-97 ซึ่งเป็นแมตช์ชิงระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล เบติส ซึ่งทีมอาซูลกราน่าเบียดคว้าชัย 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
       
    แต่ในแมตช์ดังกล่าว สาวกบาร์เซโลนิสต้านำธงประกาศอิสระภาพของชาวกาตาลันมาโบกสะพัดในสนามซึ่งเป็นการกระทำที่ยากจะยอมรับจากชาวมาดริดด้วยนั่นเอง


   
    ดังนั้นมันจึงมีความเป็นไปได้ที่สหพันธ์ฟุตบอลสเปนจะเลือก'เมสตาย่า'เป็นสังเวียนเกมชิงดำศึกโกปาซีซั่นนี้
   
    เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กำลังก้าวเดินตามรอยของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า กับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ มาร์ตีเนซ ด้วยการนำทีมอาซูลกราน่าหวาด 3 แชมป์ตั้งแต่การกุมบังเหียนปีแรก
   
    เป๊ปนำทีมยักษ์กาตาลุนย่าฟาดทริปเปิลแชมป์ในฤดูกาล 2008-09 ก่อน เอ็นรีเก้ จะเดินตามรอยกวาร์ดิโอล่าในซีซั่น 2014-15
   
    ทีมยุคบัลเบร์เด้ยังอยู่บนเส้นทางดังกล่าวหลังนำทีมอาซูลกราน่าทะลุเข้าชิงดำศึกโกปา ก่อนจะลงบู๊กับ เชลซี บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีม ซึ่งจะลงเล่นนัดแรกในวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ นัดสองจะลงเตะวันพุธที่ 14 มีนาคม

    บาร์เซโลน่า ของ บัลเบร์เด้ ยังมีโอกาสสอยแชมป์ลีกาซีซั่นนี้ค่อนข้างแน่หลังโกยคะแนนนำห่าง แอตเลติโก มาดริด ถึง 6 คะแนนก่อนจะลงเตะกับ เคตาเฟ่ คืนวันอาทิตย์นี้ด้วย


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด