:::     :::

ของขวัญจากคนแก่!

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2565 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
512
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ดาวเตะวัย 36 ปี กำลังจะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่เขาจะมีบทบาทสำคัญในขณะที่ หงส์แดง กำลังไล่ล่าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก และแชมเปี้ยนส์ลีก

หากสิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสสุดท้ายของ เจมส์ มิลเนอร์ ในฐานะผู้เล่น ลิเวอร์พูล เขาก็มุ่งมั่นที่จะสนุกไปกับมัน

ในวัย 36 ปี รองกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ได้เห็นอะไรมามากกว่าทุกคนในวงการฟุตบอล เขาลิ้มรสถึงความตกต่ำ และขึ้นสูงมาหมดแล้ว และเขาก็รู้ว่าอยากจะทำอะไร

อย่างที่เขาได้แสดงให้เห็นถึงความกระหายต่อเพื่อนร่วมทีมเมื่อเร็วๆ นี้

ในขณะที่ หงส์แดง กำลังไล่ล่าความสำเร็จที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน เสียงของ มิลเนอร์ ก็กระตุ้นให้เพื่อนของเขาตระหนักถึงความสำคัญในความสำเร็จของพวกเขา ความทรงจำที่พวกเขากำลังสร้างขึ้น

"ไม่เคยเบื่อกับสิ่งนี้เลย!" เขาตะโกนในขณะที่ผู้เล่นของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ฉลองแชมป์เอฟเอ คัพ หลังชนะ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์

ต่อมา ระหว่างทางไปหาทีมโค้ช ลิเวอร์พูล และถือลูกบอลแมตช์นั้นไว้ใต้วงแขนเพื่อเป็นของที่ระลึก เขาได้เล่นให้นักข่าวกลุ่มหนึ่งฟังว่าความคิดของเขาเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่ออาชีพค้าแข้งเดินทางมาถึงช่วงพลบค่ำแล้ว

"ความรู้สึกอาจจะดีกว่าเมื่อคุณอายุมากขึ้น เพราะคุณไม่รู้ว่าจะเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน?" มิลเนอร์ กล่าว

"หลังจากนั้นผมก็เข้าไปในห้องแต่งตัว และเห็นเด็กๆ ทุกคนเอาแต่จ้องโทรศัพท์ ผมเลยพูดไปว่า 'นี่พวกนายเราเพิ่งคว้าแชมป์เอฟเอ คัพมานะ เลิกเล่นโทรศัพท์ซะ!"

"มันพิเศษมาก คุณโชคดีที่ได้เป็นนักฟุตบอล และได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ และคว้าเหรียญแชมป์"

"นั่นเป็นเหรียญที่ 10 ของผมในฐานะผู้เล่น ถ้าคุณบอกผมในตอนเริ่มต้นอาชีพ ผมก็คงจะทำมัน!"

แน่นอนว่า มิลเนอร์ มีชื่อเสียงอย่างมากในความเป็นมืออาชีพของเขา เขาเป็นที่รู้สึกของ ลิเวอร์พูล ในการสร้างมาตรฐานให้กับสโมสรในแต่ละวัน แถมเขามีประตูที่ตั้งชื่อตามตัวเองที่สนามซ้อม โดยเป็นการเดิน 50 หลา จากห้องแต่งตัวไปยังยิม

มิลเนอร์ ได้พูดติดตลกว่าเขาจะฉลองแชมป์เอฟเอ คัพ ด้วย โค้ก ขณะเดินทางกลับเมอร์ซี่ย์ไซด์ "ผมอาจจะต้องดื่มโค้กบนรถบัสนี่แหละ แม้มันจะทำให้อ้วนก็ตาม เพราะการไดเอทโค้กนั้นมันโคตรแย่เลย"

กระนั้น เขาก็แสดงความเสียใจที่ไม่สามารถลิ้มรสกับช่วงเวลาอันน่ายินดีดังกล่าวได้อย่างเต็มที่

"นั่นเป็นสิ่งที่ยากสำหรับการเล่นในระดับนี้ คุณไม่อาจสนุกกับความสำเร็จของคุณได้มากเท่าที่คุณต้องการ คุณคว้าแชมป์ และมันก็เหมือนกับว่า 'เกมต่อไปตอนไหนนะ?"

"คุณชนะในเกมล่าสุด คุณอาจจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมเปี้ยนส์ลีก และคุณก็สามารถสนุกกับมันได้ราว 3 สัปดาห์ในวันหยุดของคุณ จากนั้นก็เป็นปรีซีซั่นแล้ว และคุณก็ต้องเดินหน้าอีกครั้ง"

"แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ คุณต้องมีสมาธิ และก้าวต่อไป"

มีคลิปที่เป็นไวรัลในหมู่เด็กหงส์ของ มิลเนอร์ ในตอนที่ คอสตาส ซิมิกาส เป็นคนยิงจุดโทษตัดสินให้ ลิเวอร์พูล ที่เวมบลีย์

เขายืนย่อตัวหันหลังให้กับการยิงจุดโทษนั้น และเมื่อลูกยิงของ ซิมิกาส พุ่งเสียบตาข่ายเข้าไป มิดฟิลด์วัยดึกก็กระโดดดีใจราวกับตัวเองเป็นวัยรุ่น

มีคำถามว่า มิลเนอร์ ไม่ไว้วางใจในตัวเพื่อนร่วมทีมของเขาเหรอ?

"ผมอยากดูปฏิกิริยาแฟนๆ ของเรา มันมีความเชื่อในตัว คอสตาส ผมรู้ว่าเขามีเท้าซ้ายที่สุดยอด" มิลเนอร์ กล่าวถึงเรื่องนั้น

"แต่คุณจะได้เล่นที่เวมบลีย์ และสัมผัสประสบการณ์แบบนั้นกี่ครั้งกันล่ะ?"

แล้วตอนนั้นมันเป็นยังไงบ้าง?

"อัศจรรย์! คุณเห็นทุกคนได้พบเจอในสิ่งที่คุณรู้สึก ความโล่งใจ ความสุข ทุกสิ่งทุกอย่าง"

"มันเป็นกลุ่มผู้เล่นที่พิเศษ และกลุ่มคนที่พิเศษที่จะแบ่งปันสิ่งเหล่านี้ในห้องแต่งตัวหลังเกม"

"ผมพูดกับ เทรนท์ (อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์) ว่า 'ตู้นายเต็มแล้วนะ แต่อย่าเบื่อมัน! เขาเป็นผู้เล่นที่น่าเหลือเชื่อมาก แต่เขาก็โชคดีที่ได้เข้ามาอยู่ในทีมที่ดีมาก"

"เขาสมควรได้รับมัน เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ดี แต่คุณไม่มีทางรู้ว่าเมื่อไหร่สิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นคุณจะเป็นต้องสนุกกับมัน"

ตอนนี้สถานะระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ มิลเนอร์ มันอาจกล่าวได้ว่าเขาจะออกจากสโมสรนี้เมื่อสัญญาของเขาหมดลงในเดือนหน้า

แน่นอนว่า คล็อปป์ ต้องการเก็บเขาเอาไว้ และ มิลเนอร์ เองก็อยากอยู่ต่อ แต่ยังไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการจาก เอฟเอสจี เจ้าของ หงส์แดง

กระนั้น ในระหว่างนี้ แข้งยอร์คเชียร์แมนก็ยังจะมีบทบาทสำคัญใน 2 เกมสุดท้ายของซีซั่น

เขาได้ลงเล่นตัวจริงในเกมเมื่อคืนวันอังคาร เมื่อ คล็อปป์ มีการโรเตชั่นทีมถึง 9 ตำแหน่งในเกมบุกชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1

ที่เหลืออีก 2 นัดก็คือเกมกำหนดฤดูกาลของ หงส์แดง โดยจะเปิดบ้านพบ วูล์ฟส์ ในวันอาทิตย์ และจากนั้นก็เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงกับ เรอัล มาดริด ที่กรุงปารีส ในวันที่ 28 พฤษภาคม

ถ้านั่นจะต้องเป็นเกมสุดท้ายของ มิลเนอร์ กับ หงส์แดง จริง มันก็เป็นการจากลากันที่เหมาะสม เขาย้ายมาจาก แมนฯ ซิตี้ ในปี 2015 โดยหวังจะปลุกยักษ์หลับให้ตื่นขึ้นมาได้ และเขาก็ทำแบบนั้นได้จริงๆ

"นั่นเป็นเหตุผลที่ผมมาที่นี่ นั่นคือความหวัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดัน"

"ตอนผมไป ซิตี้ พวกเขาไม่ได้แชมป์อะไรมานานแล้ว มันเป็นเรื่องยอดเยี่ยมที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น พวกเขาเติบโตจนคว้าแชมป์ลีก และถ้วยรางวัลในประเทศมากมาย"

"ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรที่น่าเหลือเชื่อกับประวัติศาสตร์ที่น่าเหลือเชื่อ แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไร (ในตอนที่เขาย้ายมา)"

ทั้งเขา และเพื่อนร่วมทีมทำได้สำเร็จกับแชมป์พรีเมียร์ลีก ในปี 2020 และยังมีโอกาสแม้จะน้อยนิดที่จะแซงหน้า แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกได้ในนัดปิดซีซั่น

แต่ถ้าในที่สุดแล้วพวกเขาทำไม่ได้ อย่างน้อยฤดูกาลนี้ของ หงส์แดง ก็ไม่เลวเลยกับการคว้า 2 แชมป์บอลถ้วยในประเทศ และยังมีนัดชิงชนะเลิศถ้วยใหญ่ที่สุดในยุโรปที่รอคอยอยู่ แน่นอนว่าไม่ควรมีใครโต้เถียงกับเรื่องนี้

ไม่ว่าบทสรุปของ ลิเวอร์พูล และ มิลเนอร์ จะเป็นอย่างไร จบตรงไหนก็ภูมิใจตรงนั้น


พาสต้า


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด