:::     :::

หรือมันคือ'คลื่นใต้น้ำ'?

วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
10,224
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
จบลงแบบน่าหงุดหงิดและหัวเสีย กับผลงานนัดล่าสุดที่บุกไปพ่าย นิวคาสเซิ่ล 0-1

จะพูดว่าทีมเล่นแย่ก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะโอกาสในการเกมมากมายแต่เป็นเพราะแนวรุกจบไม่ลงและขาดความเฉียบขาดไปกันเอง

ไหนจะโอกาสออกนำในครึ่งแรกหรือโอกาสทองในการตีเสมอของทีม แต่โอกาสที่ว่านั้นกลับไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูตามที่ต้องการ

นั่นคือหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเกมสำคัญแบบนี้ที่ทีมต้องการแต้ม หรืออาจจะจำแนกว่าในเกมที่เจอกับทีมใหญ่เหมือนนัดดวลกับ สเปอร์ส และอาจจะรวมไปถึงสถานกาณณ์ที่ทีมต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังเหมือนนัดล่าสุด

แน่นอนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดนี้อุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดี แค่มองแนวรุกแต่ละรายก็ถือว่าดุดันและสามารถข่มคู่แข่งได้ แต่มันก็แค่ในมุมมองหน้ากระดาษ เพราะเมื่อลงสนามไปแล้ว แนวรุกที่ว่ากลับไม่สามารถข่มขวัญแนวรับฝ่ายตรงข้ามได้อย่างที่คาดหวัง

นี่ถือเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก แม้ว่าตอนต้นฤดูกาลทีมจะมีผลงานที่ยอดเยี่ยมแนวรุกดุดัน แต่พอทำไปทำมาก็ขาดความต่อเนื่องและหลุดหายไปดื้อๆ ในหลายเกม

คนที่คิดไม่ตกคงหนีไม่พ้น โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ผีแดง เพราะการบ้านชิ้นใหญ่ของเขาคือจะทำอย่างไรเพื่อรีดศักยภาพนักเตะให้ออกมาได้อย่างสม่ำเสมอและคงเส้นคงเส้นคงวา

ไม่ต้องเปรียบเทียบไปไกล หากเราดูไปที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นตัวอย่าง - เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปรับจูนทีมของเขาให้เล่นแบบดุดันและสม่ำเสมอ ไม่ว่าทีมจะออกนำก่อน หรือ ตามหลัง ทัพเรือใบก็จะเดินหน้าอย่างนั้นตลอด 90 นาที

มูรินโญ่ ทราบเรื่องนี้ดี เขารู้ดียิ่งกว่าใครเพราะนี่คือทีมของเขา จุดอ่อนจุดแข็งในทีมเขาทราบทุกจุด แต่ปัญหาคือการที่จะหลอมรวมนักเตะที่เขามีให้ออกมาเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน

หลังจบเกมนัดล่สุดที่โดน ทูนอาร์มี่ สอยร่วงคา เซนต์ เจมส์ พาร์ค - นักวิจารณ์ต่างเรียงแถวออกมาวิเคราะห์และพูดถึงผลงานอันงามไส้ของ ปิศาจแดง


โดยรวมมองว่าปัญหาหลักและการบ้านชิ้นใหญ่คือ มูรินโญ่ จะทำอย่างไรให้แนวรุกที่มีอยู่รีดศักยภาพออกมาให้ดีกว่าเดิม เพราะที่ทำอยู่เหมือนกับว่าแต่ละคนยังใส่ไม่สุด

พูดง่ายๆ คือ ยังเล่นกันได้ไม่ถึงที่คาดหวังและเล่นได้ไม่ถึงศักยภาพที่นักเตะเคยทำได้

อย่างที่เรียนไป หากไล่เรียงดูรายชื่อที่มีในทีมแล้ว ยูไนเต็ด ถือว่ามีแนวรุกที่ไม่ธรรมดา แต่ท้ายที่สุดมันก็ไม่ต่างไปจากเสือกระดาษที่มีดีแค่ขู่ แต่พอลงสนามกลับกลายเป็นแมวน้อยในสายตาคู่แข่ง

อีกหนึ่งเรื่องที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากนั่นคือ ... ปอล ป็อกบา

มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสกำลังถูกสับจนเละจากบรรดานักวิจารณ์ในอังกฤษที่มองว่าเขาเล่นไม่คุ้มค่าตัว ซึ่งมีมานานมากแล้วตั้งแต่ที่นักเตะย้ายกลับมา โอลด์ แทรฟฟอร์ด

แรงกดดันอันหนักอึ้งพร้อมกับภาระค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรที่ถูกกดทับลงบนบ่า จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ ป็อกบา จะถูกจับตามองในทุกเกม

ใช่ ด้วยวัยเพียง 24 ปี แฟนบอลคงคาดหวังจะให้กองกลางรายนี้ทำผลงานแจ่มแจ๋วได้ทุกนัดตลอด 90 นาที 

แต่ ... อย่างที่เรียนไป ด้วยค่าตัวที่แพงระดับสถิติสโมสร แถมยังเป็นนักเตะ ยูไนเต็ด จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกจับตา

นอกจากนี้ ป็อกบา ยังถูกเพ่งเล็งเสมอยามที่ลงเล่นในเกมสำคัญๆหรือเกมใหญ่ นักเตะพิเศษจะมาพร้อมกับลักษณะพิเศษที่จะสามารถบัญชาการเกมหรือตัดสินเกมด้วยปลายสตั๊ด

นั่นคือสิ่งที่นักวิจารณ์อาทิ แกรม ซูเนสส์, เจมี่ เร้ดแน็ปป์ หรือแม้กระทั่ง แกรี่ เนวิลล์ มองว่าคือสิ่งที่ ป็อกบาขาดหายไป

ยิ่งเจาะลึกไปที่ ซูเนสส์ ที่แสดงความเห็นผ่านหน้าจอของ สกาย สปอร์ตส์ ก็น่าสนใจ (ตัดความเป็น ผี-หงส์ ออกไปให้หมด)

เขามองว่า ป็อกบา มีปัญหายามที่ไม่มีบอลกับตนเองหรือยามต้องป้องกันเวลาที่ทีมเสียการครอบครองบอล จุดนี้ 'ซูอี้' มองว่า ป็อกบา เหมือนไม่ทราบว่าตนเองต้องทำอะไรหรือไปยืนที่ไหนเมื่อถึงเวลาที่ต้องลงมาช่วยทีม

มันเป็นสิ่งที่แสดงออกมาให้เห็นในช่วงหลัง ใช่ ไม่มีใครสงสัยเรื่องของความสามารถของ ป็อกบา เพราะนี่คือกองกลางลำดับต้นๆและเป็นแถวหน้าของโลก เขาสามารถสร้างโอกาสและมองหาพื้นที่ในแนวรุกได้ยอดเยี่ยม 



แต่มันก็ยังเหมือนมีกำแพงอีกชั้นที่คอยขัดขวาง ซึ่งจะพูดแบบตรงไปตรงมาก็คือตัวของเขาเองนั่นแหละที่ต้องทำลายกำแพงที่ว่า

กำแพงนั่นคือทัศนคติในการเล่นที่แฟนบอลผีแดงมักจะบ่นอยู่เสมอถึงเรื่องการเล่นที่ยากเกินไป และไม่เป็นไปตามจังหวะของเกม

อย่างนัดล่าสุดที่โดนถอดออก มีผู้สื่อข่าวไปถาม โชเซ่ มูรินโญ่ ว่า ป็อกบา บาดเจ็บหรืออย่างไร? ถึงต้องโดนถอดออกและส่ง ไมเคิ่ล คาร์ริค ลงสนามแทน

คำตอบคือ 'ไม่' มูรินโญ่ พ่นลมอย่างชัดเจนพร้อมสำทับเหตุผลว่าอยากเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นหรือมิติแดนกลางให้เล่น 'ง่าย' กว่าเดิม

มองอย่างโลกสวยก็ถือเป็นเรื่องปกติที่กุนซือพยายามจะเปลี่ยนแปลงทีมในเมื่อสกอร์ตามหลังอยู่แบบนัดที่ผ่านมา

แต่มันก็ยากที่จะมองแบบนั้น และด้วยคำให้การหลังจบเกม มันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาพยายามพุ่งเป้าไปที่ ป็อกบา อย่างไม่ต้องสงสัย

เรื่องราวต่างๆกำลังดำเนินไป ภายนอกเหมือนไม่มีอะไร แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังอาจจะมีสิ่งที่แฟนบอลไม่อยากให้เกิดขึ้น

สิ่งที่ดูเงียบสงบบางครั้งก็แฝงไปด้วยบรรยากาศที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้

แม้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเพิ่งผ่านเดือนแห่งข่าวดี ทั้งการเซ็นสัญญา อเล็กซิส ซานเชซ รวมไปถึงขยายสัญญากับ มูรินโญ่ แต่ก็อย่าลืมว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตา

วันนี้อาจจะดี แต่วันหน้าทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่ทุกคนยังไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นไปได้

ใจคนไม่แน่นอน และอย่าชะล่าใจถึงสิ่งที่กำลังดำเนินไปอย่างช้าๆ

สิ่งสำคัญคือการพูดคุยและปรับความเข้าใจ หากทีมนี้ยังอยากไปต่อเชื่อว่าทุกคนจะร่วมมือรวมใจผ่านพ้นจุดนี้ไปได้ และมันจะทำให้ทีมแข็งแกร่งและมีบทเรียนมากกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})