:::     :::

ลูคัส ซิลวา จากอนาคตราชันสู่ลีกรองบราซิล

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
7,416
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลูคัส ซิลวา มิดฟิลด์ของ เกรมิโอ ได้แชร์ภาพที่น่าตกใจบนโซเชียลมีเดียวถึงรอยเย็บบนใบหน้าของเขาหลังโดนโทรศัพท์มือถือปาใส่ ซึ่งก็มาจากแฟน อินเตอร์นาซิอองนาล ทีมคู่แข่ง

"มันเป็นอีกบทที่น่าเศร้าของวงการฟุตบอลบ้านเรา หลายๆ เรื่องที่เรามี และดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มขึ้นอีกในเร็วๆ นี้" ซิลวา เขียนบนทวิตเตอร์ หลังเหตุการณ์ที่เขาโดนของปาใส่ปากขณะฉลองประตูที่สามกับเพื่อนร่วมทีมบนชัยชนะ 3-0

นั่นคืออุปสรรคล่าสุดบนเส้นทางค้าแข้งที่เต็มไปด้วยความยากลำบากของ ซิลวา ชายที่เคยถูกมองว่าจะเป็นสุดยอดมิดฟิลด์ของ เรอัล มาดริด แต่กลับต้องพบว่าตัวเองเล่นอยู่ในลีกระดับสองของบราซิลเท่านั้น

เขาย้ายมาร่วมทีม เกรมิโอ ในเดือนมกราคม ปี 2020 หรือก็คือ 4 เดือนหลังแยกทางกับ ราชันชุดขาว และ 5 ปีหลังออกจากอเมริกาใต้ครั้งแรกในชีวิตด้วยการย้ายจาก ครูเซโร่ ไปทีมเมืองหลวงสเปนด้วยค่าตัว 14 ล้านยูโร

เวลานั้น เขาถูกเรียกว่าเป็น 'อนาคต' โดยกุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ

"ผมภาคภูมิใจ และพอใจอย่างมากในความท้าทายที่ได้สวมเสื้อของสโมสรบราซิล และโลกฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม" ซิลวา โพสต์บนทวิตเตอร์

"ขอบคุณสำหรับความเชื่อมั่น และมั่นใจว่าเขาจะไม่ขาดความมุ่งมั่น ความทุ่มเท และการทำงานหนัก"

แต่การทำงานหนักก็ไม่ได้ให้รางวัลกับคนเสมอไป และ ซิลวา ที่ เกรมิโอ ก็เช่นกัน

ทีมที่เคยได้แชมป์โกปา ลิเบอร์ตาดอเรส และเข้ารอบชิงรายการฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ เมื่อปี 2017 กลับตกชั้นในปี 2021 ท่ามกลางความปั่นป่วน และหมุนเวียนไปของทั้งผู้เล่น และโค้ช

ซิลวา กำลังพยายามช่วยให้ เกรมิโอ หลุดออกจากเวทีซีรี่ส์ บี ที่มีทีมดังในอดีตอย่าง ครูเซโร่ และ วาสโก ดา กามา อยู่ด้วย โดยตอนนี้ดาวเตะวัย 29 ปี ถือเป็นหนึ่งในแข้งรุ่นใหญ่ในห้องแต่งตัว

สำหรับช่วงชีวิตของเขากับ เรอัล มาดริด ต้องบอกว่าแฟนบอลอาจจะจำ หรือจำไม่ได้ก็ได้ เนื่องจากเขาได้ลงเล่นในลา ลีกา เพียงแค่ 8 นัดเท่านั้น ตลอด 4 ปี ในฐานะผู้เล่น ราชันชุดขาว

ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นอาชีพของเขา ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย เมื่อได้รับการโหวตให้เป็นมิดฟิลด์ยอดเยี่ยมในเวทีซีรี่ส์ เอ บราซิล เมื่อปี 2014 ก่อนที่จะเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว ซึ่งก็เหมือนฝันที่เป็นจริง

"ผมมีความสุข และมีแรงบัลดาลใจอย่างมาก ผมมาที่ เรอัล มาดริด เพื่อเรียนรู้ และเหนือสิ่งอื่นใดก็เพื่อช่วยทีม" ซิลวา กล่าวในงานเปิดตัวของเขา

"ผมรู้สึกดี และพร้อมที่จะให้เกียรติกับเสื้อตัวนี้ ซึ่งเป็นสโมสรที่ดีที่สุดในโลก ผมชอบ เรอัล มาดริด มาตั้งแต่เด็ก ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่ในเมืองนี้ และมั่นใจว่าผมจะใช้ชีวิตที่นีได้เป็นอย่างดี"

เขาเปิดตัวในเกมลา ลีกา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015 และจากนั้นก็ในแชมเปี้ยนส์ลีก อีกไม่กี่วันต่อมา โดยเล่นครบ 90 นาทีในนัดชนะ ชาลเก้ 2-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แต่ก็นั่นแหละ เขายังคงใหม่เกินไปสำหรับฟุตบอลยุโรป ซิลวา ถูกปล่อยยืมไป มาร์กเซย ในฤดูกาล 2014-15 เพื่อหาโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่มากขึ้น และปัญหาก็เริ่มจากจุดนั้น

เขาไม่สามารถสอดแทรกตัวเองในทีมตัวจริงของ มาร์กเซย ได้ และเมื่อเขาปฏิเสธที่จะย้ายแบบยืมตัวไปยัง อันเดอร์เลชท์ อีกทอดในเดือนมกราคม เขาก็ถูกดองเค็มกับทีมลีก เอิง ไปเลย

เมื่อกลับมายัง มาดริด ก่อนฤดูกาล 2015-16 สปอร์ติ้ง ลิสบอน ได้ทำข้อตกลงเพื่อยืมตัวเขา แต่ดีลกลับล่มลงไปในขั้นตอนตรวจร่างกาย เมื่อสโมสรลิสบอนพบว่าการเต้นของหัวใจมีความผิดปกติ

มันไม่ใช่แค่การย้ายทีมของ ซิลวา ที่ต้องพังลงไป แต่เส้นทางค้าแข้งของเขาก็ชะงักลงแม้จะมีการชี้แจงว่าหัวใจที่เต้นผิดปกติของเขาไม่ใช่ปัญหาระยะยาวสำหรับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทว่านั่นก็เป็นการเพิ่มเหตุผลที่ มาดริด จะไม่เชื่อมั่นในตัวเขาสำหรับทีมชุดใหญ่อีกต่อไป

ในเดือนมกราคม ปี 2017 เขากลับไปยัง ครูเซโร่ ด้วยสัญญายืมตัว และอยู่ที่นั่นกว่า 2 ปี ครึ่ง ก่อนที่สัญญาของเขากับ ราชันชุดขาว จะยุติลงด้วยความยินยอมพร้อมใจ

ตอนนี้ ซิลวา กลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์ สโมสรยักษ์ใหญ่ของบราซิลก็กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก และด้วยความวุ่นวายเหล่านั้น ทีมที่ ซิลวา เข้าร่วมก็ตกต้องชั้นสู่ซีรี่ส์ บี เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ซิลวา ที่จะว่าไปก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดกับช่วงเวลาของเขาในยุโรปต้องพบว่าตัวเองต้องซมซานกลับบ้านโดยที่ไม่ได้ทิ้งสิ่งที่น่าจดจำไว้เลย

"ผมหวังว่าผมจะมีโอกาสมากขึ้นใน มาดริด แต่มันเป็นไปไม่ได้ มันยังคงเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย และยังเหลือสัญญาอีกปี เราทั้งสองฝ่ายตัดสินใจว่ามันคงดีที่สุดกับการยุติสัญญาก่อนเวลา" ซิลวา กล่าวผ่าน ตุ๊ตโต้แมร์คาโต้ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2019

"ผมถูกมองว่าเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่ดีที่สุดในบราซิลตอนมาถึงที่นี่ ดังนั้นด้วยความรู้สึกแล้วผมคาดหวังว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจาก มาดริด แต่ผมก็ไม่ได้เสียใจอะไร และคิดถึงโอกาสถัดไปก็เท่านั้น"

ในทางกลับกัน ซิลวา กลับมาทุ่มเทชีวิตให้ เกรมิโอ โดยมีรูปภาพบนโซเชียลมีเดียที่แสดงให้เห็นว่าเขากำลังตีกลองฟ้า-ขาว ซึ่งเป็นสีประจำสโมสร ถ่ายเซลฟี่ร่วมกับแฟนๆ และฉลองถ้วยแชมป์การแข่งขันระดับท้องถิ่นอย่างกัมปิโอนาโต้ เกาโช่ ขณะที่ไม่นานมานี้เขาก็เพิ่งจะลงเล่นนัดที่ 100 ให้กับสโมสร

มันอาจไม่ใช่อาชีพที่ ซิลวา คาดหวัง แต่ถ้าเขาสามารถช่วยให้ เกรมิโอ ฟื้นตัวเลื่อนชั้นกลับมายังลีกสูงสุดบราซิลได้อีกครั้ง เขาก็จะกลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับการยกย่องจากหนึ่งในสโมสรที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในภาคพื้นอเมริกาใต้

เมื่อคุณคำนึงถึงทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว นั่นก็ไม่ใช่ช่วงอาชีพที่เลวร้ายอะไร


พาสต้า


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด