:::     :::

เบื้องหลังบัลเบร์เด้

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
1,598
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ทำผลงานยอดเยี่ยมกับบาร์เซโลน่าช่วงเวลานี้ส่วนหนึ่งมาจากการมีทีมงานสตาฟฟ์ที่เก่งอยู่เบื้องต้นด้วยเช่นกัน

    เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เริ่มต้นงานกับ แอธเลติก บิลเบา ในฐานะผู้ช่วยเทรนเนอร์ในฤดูกาล 2001-2002 ก่อนโยกมารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของ บิลเบา แอธเลติก หรือ บิลเบา เบ ในฤดูกาลต่อมาจนกระทั่งไต่เต้าขึ้นมาเป็นเทรนเนอร์ทีมชุดใหญ่ในซีซั่น 2003-2004
   
    บัลเบร์เด้ นำต้นสังกัดเข้าป้ายอันดับ 5 พร้อมคว้าตั๋วไปเล่นรายการ ยูฟ่า คัพ ทว่าเขาแยกทางกับทีมดังแคว้นบาสก์หลังต่อฤดูกาลต่อมา
   
    หลังเว้นวรรคการทำงานหนึ่งปี บัลเบร์เด้หวนคืนสู่สังเวียนลูกหนังด้วยการรับงานเทรนเนอร์ของ เอสปันญ่อล หนึ่งในสโมสรเก่าตอนค้าแข้ง เทรนเนอร์ชาวบาสโก้นำทีมนกแก้วทะยานเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึกยูฟ่า คัพ ครั้งแรกในรอบ 19 ปี แต่พวกเขาดวลเป้าพ่าย เซบีย่า พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย
   
    บัลเบร์เด้ อำลาทีมนกแก้วหลังจบฤดูกาล 2007-08 และย้ายไปทำงานต่างแดนครั้งแรกกับ โอลิมเปียกอส ทีมดังของกรีซ ก่อนนำต้นสังกัดฟาดดับเบิ้ลแชมป์ตั้งแต่ฤดูกาลแรก ทว่าเขาเลือกที่จะไม่ต่อสัญญาหลังการเจรจาต่อรองไม่ประสบผลสำเร็จแม้ว่าแฟนบอลจะเรียกร้องให้อยู่ต่อก็ตาม


   
    บียาร์เรอัล ดึง บัลเบร์เด้ กลับมาทำงานในสเปนอีกครั้งหลังแต่งตั้งเป็นเทรนเนอร์เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2009 หลัง มานูเอล หลุยส์ เปเยกรีนี ย้ายไปรับตำแหน่งเทรนเนอร์ของ เรอัล มาดริด แต่ บัลเบร์เด้ ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังเกมพ่าย โอซาซูน่า คาถิ่น 0-2 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2010 จนรูดมาอยู่อันดับ 10
   
    บัลเบร์เด้ กลับมาทำงานกับ โอลิมเปียกอส อีกครั้งในวันที่ 10 สิงหาคมปีเดียวกันโดยเข้ามารับงานต่อจาก เอวัลด์ ลีเน่น ซึ่งเทรนเนอร์ชาวบาสโก้นำทีมคว้าแชมป์กรีซซูเปอร์ลีกสำเร็จ ก่อนป้องกันแชมป์ในซีซั่นถัดมา แต่ บัลเบร์เด้ ตัดสินใจอำลาสโมสรด้วยเหตุผลทางครอบครัว
   
    บาเลนเซีย ดึง บัลเบร์เด้ เข้ามาเป็นเทรนเนอร์ต่อจาก เมาริซิโอ เปเยกรีโน่ ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2012 แต่เทรนเนอร์ชาวบาสโก้อยู่ทำงานในถิ่นเมสตาย่าเพียงจบซีซั่นดังกล่าวแม้ว่าจะนำทีมค้างคาวเข้าป้ายอันดับ 5 คว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า คัพก็ตาม ก่อนหวนคืนสู่ถิ่นเก่า แอธเลติก บิลเบา อีกครั้ง


   
    บัลเบร์เด้ กลับมารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของ บิลเบา คำรบสองเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2013 หลังเคยอำลาตำแหน่งนี้ไปเมื่อ 8 ปีก่อนและเทรนเนอร์ชาวบาสโก้ไม่ทำให้สโมสรผิดหวังด้วยการนำต้นสังกัดคว้าแชมป์แรกในรอบ 31 ปีสำเร็จ หลังการเอาชนะ บาร์เซโลน่า ด้วยสกอร์รวม 5-1 ในศึก ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า หรือ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ (4-0, 1-1) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2015
   
    เทรนเนอร์ชาวบาสโก้ยังคุมทีมลงสนาม 306 แมตช์มากสุดในประวัติศาสตร์สโมสรแซงหน้า ฆาเบียร์ กเลเมนเต้ ซึ่งเคยคุมทีมดังแคว้นบาสก์ลงเล่น 289 เกม เขายังคุมทีมลงเล่นลีกา 228 เกมมากกว่า กเลเมนเต้ ที่คุมทีมลงสนาม 211 นัด บัลเบร์เด้ ยังทำทีมชนะ 141 เกม (ชนะ 102 เกมในลีกา) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของสโมสรด้วย
   
    อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับการติดต่อจากทีมอาซูลกราน่าเพื่อดึงมารับงานต่อจาก หลุยส์ เอ็นรีเก้ มาร์ตีเนซ ที่อำลาตำแหน่งหลังจบฤดูกาล 2016-17 บัลเบร์เด้ ไม่ลังเลที่จะตอบรับข้อเสนอดังกล่าวก่อนเซ็นสัญญากับทีมอาซูลกราน่าอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2017


   
    บาร์เซโลน่า ยุค บัลเบร์เด้ เริ่มต้นไม่ดีนักจากการปราชัยต่อทีมคู่ปรับตลอดชาติอย่าง เรอัล มาดริด บนเวที ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 1-5 หลังพ่ายคารัง'คัมป์ นู'1-3 ก่อนถูกทีมชุดขาวเปิดบ้านย้ำแค้นอีก 2-0
   
    ทว่าหลังจากนั้นทัพอาซูลกราน่าของเทรนเนอร์ชาวบาสโก้เดินหน้าติดลมบนนำโด่งเป็นจ่าฝูงลีกาทำสถิติชนะ 18 เสมอ 5 จากการลงเล่น 23 เกม ซึ่งเป็นการออกสตาร์ทด้วยผลงานดีสุดในประวัติศาสตร์สโมสร
   
    บาร์เซโลน่า นำอันดับ 2 แอตเลติโก มาดริด 7 คะแนน แต่เหนือความคาดหมายมากกว่านั้นคือการทิ้งห่างแชมป์เก่า เรอัล มาดริด ถึง 17 แต้มแม้ว่าทีมชุดขาวจะลงเล่นน้อยกว่า 1 เกมก็ตาม
   
    บัลเบร์เด้ ยังนำทีมยักษ์กาตาลุนย่าทะยานเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึกโกปา เดล เรย์ ซึ่้งเป็นทีมแรกของสเปนที่เข้าชิงดำ 5 ปีติดต่อกันหลัง หลุยส์ เอ็นรีเก้ นำทีมกวาดแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งทีมอาซูลกราน่ามีคิวดวล เซบีย่า บนสังเวียน'ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่'ในวันเสาร์ที่ 21 เมษายนนี้
   
    บาร์เซโลน่า ยังมีโปรแกรมลงเล่นรอบ 16 ทีมของแชมเปี้ยนส์ลีกกับ เชลซี โดยมีคิวลงเตะนัดแรกที่'สแตมฟอร์ด บริดจ์'ในวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ ก่อนกลับมาเล่นนัดสองที่'คัมป์ นู'ในวันพุธที่ 14 มีนาคม
   
    ทีมอาซูลกราน่าของ บัลเบร์เด้ ยังอยู่บนเส้นทางลุ้นทริปเปิลแชมป์ตามรอย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ซึ่งเคยนำต้นสังกัดคว้า 3 แชมป์ตั้งแต่การคุมทีมปีแรกในฤดูกาล 2008-09 กับ 2014-15
   
    ที่ร่ายยาวมาข้างต้นเป็นประวัติการทำงานคร่าวๆในฐานะเทรนเนอร์ของ บัลเบร์เด้ ซึ่งเคยด่างพร้อยเฉพาะตอนทำงานกับบียาร์เรอัลเท่านั้น แต่ภาพรวมถือว่าเป็นเทรนเนอร์ที่มีฝีมือและประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง


   
    ทว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจากบัลเบร์เด้เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีผู้อยู่เบื้องหลังการทำงานของเทรนเนอร์ชาวบาสโก้ด้วยคือ จอน อินญากี้ อาสเปียซู มือขวาวัย 55 ที่ทำงานร่วมกันมานาน 15 ปีนั่นเอง
   
    จอน อินญากี้ อาสเปียซู รู้จักกับบัลเบร์เด้ตั้งแต่ปี 1985 ซึ่งทั้งคู่เคยเล่นกับ เซสเตา สโมสรเล็กในแคว้นบาสก์และทำงานร่วมกันครั้งแรกกับทีมเยาวชนของบิลเบาเมื่อ 15 ปีก่อน  มือขวาวัย 55 ปีจะทำหน้าที่ดูเกมตลอดช่วงครึ่งแรกจากอัฒจันทร์ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในถิ่นหรือนอกรังและเก็บข้อมููลมารายงานบัลเบร์เด้ในช่วงพักครึ่งเพื่อหาทางแก้ไข


   
    เมื่อครั้งยังเป็นนักเตะ อาชีพค้าแข้งของ บัลเบร์เด้ ก้าวหน้ากว่าชัดเจนโดยผ่านการค้าแข้งกับสโมสรชั้นนำอย่าง เอสปันญ่อล, บาร์เซโลน่า, แอธเลติก บิลเบา กับ เรอัล มายอร์ก้า ขณะที่ อาสเปียซู จะเด่นเฉพาะช่วงที่เล่นกับ เอร์กูเลส และ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า เท่านั้น
   
    อาร์เซนีโอ อีเกลเซียส อดีตเทรนเนอร์เดปอร์ติโบเคยกล่าวชื่นชม จอน อาสเปียซู ว่าเป็นมิดฟิลด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีวิสัยทัศน์ในการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม
   
    ขณะที่ อังเคล เปเรด้า หัวหน้าแผนกกีฬาของ'เอล กอร์เรโอ'หนังสือพิมพ์ของเมืองบิลเบากล่าวถึงมือขวาบัลเบร์เด้ว่า'เขามีขีดความสามารถในการอ่านเกมเก่งมาก เขาทำมันในรูปแบบของตัวเองและเมื่อคุณคุยกับเขาเกี่ยวกับเกม คุณจะมองเห็นภาพในส่วนที่เหลือชัดเจนมากขึ้น อาสเปียซูเป็นคนรักฟุตบอล ซึ่งเขาจะรู้วิธีดึงรายละเอียดจากการแข่งขันในแต่ละนัด'


   
    อาสเปียซู จึงกลายเป็นส่วนประกอบที่สมบูรณ์แบบของ บัลเบร์เด้ โดยเฉพาะการสานสัมพันธ์ระหว่างเขากับนักเตะ เขารู้วิธีการควบคุมหรือคอนโทรลห้องแต่งตัว อาสเปียซูจึงเป็นโซ่ข้อกลางเชื่อมระหว่างนักเตะกับเทรนเนอร์
   
    ความสำเร็จของเทรนเนอร์แต่ละคนใช่ว่าจะเกิดขึ้นจากความสามารถของคนๆเดียว เทรนเนอร์หรือกุนซือหลายคนจะต้องมีมือขวาหรือผู้ช่วยที่ไว้วางใจ เชื่อใจได้ มีความสามารถรอบด้านโดยเฉพาะการถ่ายทอดความคิดของเทรนเนอร์สู่นักเตะ


   
    บทบาทอาจไม่โดดเด่นและไม่ถูกกล่าวถึงมากเท่าเทรนเนอร์ แต่มือขวาคือผู้อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับเทรนเนอร์หลายๆคน ยกตัวอย่าง 'เป๊ป'กวาร์ดิโอล่า ซึ่งเคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับทีมอาซูลกราน่าโดยมี ตีโต้ บีลาโนบา มือขวาของเป๊ปเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ
   
    สำหรับ จอน อินญากี้ อาสเปียซู ก็บทบาทไม่แตกต่างจาก บีลาโนบา โดยเป็นฟันเฟืองสำคัญในการทำงานของ บัลเบร์เด้ เพื่อนำพาความสำเร็จมาสู่บาร์เซโลน่า...


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})