:::     :::

สร้างทีมจาก 11 นักเตะปีศาจแดงที่ไม่เคยไปแข่ง "ฟุตบอลโลก

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน 2565 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
1,287
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
นี่คือการจัดทีม 11 นักเตะฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์ของแมนยูไนเต็ดที่ไม่เคยไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายตามตำแหน่ง ผลปรากฏว่า ทีมที่จัดออกมาได้มันโคตรโหดอย่างแท้จริง และที่น่าช็อคคือ ในลิสต์นี้ทุกคนไม่มีโอกาสได้เล่นฟุตบอลโลกเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งชื่อที่ติดมา มีแต่ระดับพระกาฬล้วนๆ

มีนักเตะมากมายที่เคยลงเล่นและสร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ให้กับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเลยในชีวิตอยู่มากมายหลายคน ทั้งชื่อที่เราคุ้นหู และชื่อที่ไม่รู้จักก็ตาม บางคนติดทีมเข้าไปด้วย แต่ไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่นาทีเดียว พวกนี้ก็ถือว่าไม่เคยเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเช่นกัน

ถ้านำนักเตะเหล่านี้มาจัดทีมปีศาจแดงที่ไม่เคยไปฟุตบอลโลก จะจัดได้ครบ 11 คนแถมตัวสำรองด้วย โดยเฉพาะแดนหน้านี่แทบจะตีกันตาย เพราะนักเตะที่ไม่เคยไปเล่นบอลโลกแม้แต่ครั้งเดียวมีเพียบ

ทีมที่จัดนี้จะมีใครบ้างก็เป็นเรื่องที่แล้วแต่มุมมองการเลือกนักเตะแต่ละคนจริงๆ แต่ลองมาจินตนาการดูเล่นๆว่า ถ้าเอาทีมนักเตะแมนยูที่ไม่เคยไปฟุตบอลโลกนี้ เอาไปลุย World Cup 2022 ที่กาตาร์ จะเข้าไปได้ลึกสักแค่ไหน

11 ตำแหน่งพร้อมตัวสำรองน่าจะมีใครบ้าง หากหยิบมาจัดทีมเล่นๆ ไปดูกัน


หมายเลข 1. ผู้รักษาประตู : ALEX STEPNEY

นี่คือมือกาวที่เหนียวที่สุดของเราคนหนึ่งที่ติดทีมชาติอังกฤษในช่วงปี 1970 แต่ไม่ได้ลงเล่นที่เม็กซิโก เมื่อทรีไลอ้อนส์นำโดย Gordon Banks เป็นผู้รักษาประตู และในชุดนั้นอังกฤษมีพวก บ็อบบี้ มัวร์, เจฟฟ์ เฮิร์สต์ รวมถึงปู่ชาร์ลตันของเราด้วย ซึ่ง กอร์ดอน แบงค์ส เป็นผู้รักษาประตูตัวจริงของทีมในรอบแบ่งกลุ่มทั้งสามนัด

แต่รอ 8 ทีมสุดท้ายแบงค์สไม่ได้ลงสนามในเกมเจอเยอรมันตะวันตก เป็นโอกาสของ Peter Bonetti จากเชลซีที่ได้ลงสนาม และวันนั้นก็แพ้ไป 3-2

ถึงสเตปนีย์จะโชว์ฟอร์มเหนียวแน่นกับแมนยูไนเต็ดด้วยการลงสนาม 539 นัด (พร้อมด้วยการทำประตูได้ถึงสองครั้งจากตำแหน่งGK) แต่สเตปนีย์มีโอกาสติดธงสิงโตคำรามเพียงแค่ "นัดเดียว" เท่านั้นในเกมกระชับมิตรปี 1968 ที่ชนะสวีเดน ณ สนามเวมบลีย์


หมายเลข 2. แบ็คขวา :  RAFAEL da SILVA


กองหลังร่างเล็กที่ยังคงอยู่ในใจแฟนผี เจ้าแฝดฟาบิโอ ราฟาเอล (คนไหนฟาบิโอ คนไหนราฟาเอลฟะ!) ได้ย้ายมาอยู่กับแมนยูไนเต็ดในช่วงปี 2008 และมีชื่อเสียงตั้งแต่ตอนนั้นที่เป็นแฝดบราซิลฝีเท้าดีแบ็คซ้ายแบ็คขวาข้างละคน ซึ่งราฟาเอลก็ยิงประตูให้บราซิลได้ด้วยในฟุตบอลโอลิมปิคปี 2012 แต่ไปทำพลาดรอบชิงแพ้ให้กับเม็กซิโก ทำให้ราฟาเอลโดนตำหนิและวิจารณ์ค่อนข้างหนักมาก นั่นอาจจะเป็นส่วนทำให้เขาถูกมองข้ามจากการติดทีมชาติบราซิลไป และเคยได้ลงเล่นเพียงแค่ 2 ครั้งให้บราซิลเท่านั้นทั้งๆที่มีพรสวรรค์มากมาย

แต่ยังไงก็ตาม ถึงจะไม่ได้ไปฟุตบอลโลก แต่แชมป์พรีเมียร์ลีกสามสมัยของราฟาเอล ก็ไม่มีอะไรมาปฏิเสธคุณภาพฝีเท้าของเขาได้เช่นกัน


หมายเลข 3. แบ็คซ้าย : TONY DUNNE

สล็อทนักเตะแมนยูที่ไม่เคยเล่นบอลโลกในตำแหน่งแบ็คซ้าย ตกเป็นของดาวเตะชาวไอริชรายนี้ที่เคยติดทีมชาติไปทั้งหมดถึง 33 เกม แต่เป็นยุคที่พวกเขาไม่เคยได้เล่นในฟุตบอล Major Tournaments ใดๆเลยในยุคนั้น ซึ่งดันน์เป็นนักเตะที่แข็งแกร่งของยูไนเต็ดในช่วงยุค 60s และต้น 70s ซึ่งที่สำคัญคือ นี่เป็นนักเตะที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพในปี 1968 ของปีศาจแดงด้วย

เซ็นมาจากทีม Shelbourne ในปี 1960 และได้ลงเล่นให้แมนยูไนเต็ดสูงถึง 535 เกม ซึ่งนั่นทำให้เขาอยู่ในอันดับ 8 ที่ถัดมาจาก Alex Stepney ในชาร์ทนักเตะแมนยูที่ลงเล่นมากที่สุดตลอดกาลให้เรา (น้อยกว่าสเตปนีย์ 4 เกมเท่านั้นเอง)

หมายเลข 4. เซ็นเตอร์แบ็ค : BILL FOULKES

อดีตคนงานเหมืองผู้อึด ถึก และ ทน เขาคือเซ็นเตอร์แบ็คไร้ปรานีที่จะพิชิตเกมรุกคู่แข่งทุกรูปแบบ จากการอุทิศตนเพื่อแมนยูไนเต็ด ตลอดเส้นทางการค้าแข้งของเขานั้น โฟล์คสได้ลงเล่นแค่เกมเดียวให้กับทีมชาติอังกฤษในตำแหน่งแบ็คขวาเกมเจอไอร์แลนด์เหนือในปี 1954 หลังจากที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บในแมตช์ฝึกซ้อมของทีมชาติอังกฤษที่เล่นกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่สนามเมนโร้ด

บิล โฟล์คส คือนักเตะที่รอดมาจากโศกนาฏกรรมที่มิวนิค และยิงประตูในเกมยูโรเปี้ยนคัพ อีกทศวรรษต่อมาหลังจากเหตุการณ์เครื่องบินตก โฟล์คส คือผู้ที่ไล่ตีเสมอเรอัลมาดริดเป็น 3-3 ที่สนามเบอร์นาเบว จนทำให้สกอร์รวมยูไนเต็ดผ่านมาดริดเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 4-3 และคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ในปีนั้น

ด้วยการพาแมนยูเป็นแชมป์ลีกถึงสี่สมัยในยุคของเขา (ช่วงปี 1955 ถึง 1967) และเป็นนักเตะซึ่งติดอันดับ 4 คนที่ลงเล่นมากที่สุดของสโมสร

ชื่อของบิล โฟล์คส จะต้องติดอยู่ในฐานะ "สุดยอดนักเตะแมนยูที่ไม่เคยไปบอลโลก" ในลิสต์เสมอ

หมายเลข 5. เซ็นเตอร์แบ็ค : GARY PALLISTER

จริงๆแล้ว ปราการหลัง "คู่แรก" ที่พาเซอร์อเล็กซ์ประสบความสำเร็จนั้น สมควรที่จะได้รับการเลือกมาอยู่ในลิสต์นี้ทั้งคู่ แต่ว่าบทความต้นทางเลือกที่จะให้ "พัลลี่" แกรี่ พัลลิสเตอร์ ก่อนที่จะเป็นสตีฟ บรูซ

พัลลิสเตอร์พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่าทุกเพนนีกับสถิติ 2.3 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นสถิติที่เราไปดึงเขามาจากสิงห์แดง มิดเดิลสโบรห์ในปี 1989

ติดทีมชาติมาแล้วก่อนหน้านี้เป็นเวลาหนึ่งปี และได้ลงเล่นในเกมเจอกับฮังการี พัลลิสเตอร์ก็หวังว่าจะได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกปี 1990 (Italia '90) แต่ก็ไม่ติดทีมในปีนั้น แถมอีก 4 ปีต่อมา อังกฤษไม่ได้ไปฟุตบอลโลกอีก (USA '94)

ถึงจะมีส่วนกับทีมชาติอังกฤษในรอบคัดเลือกที่ทำได้สำเร็จ แต่พัลลี่ก็ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมชาติของเกล็นน์ ฮ็อดเดิลที่จะพาทีมไป France '98 เขาจึงจบบทบาทด้วยสถิติติดธงทรีไลอ้อนส์ไป 22 นัด

หลักๆแกรี่ พัลลิสเตอร์จึงอยู่กับแมนยูอย่างเดียว และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไป 4 สมัย, 3 ถ้วยเอฟเอคัพ รวมถึง ยูโรเปียน คัพ วินเนอร์ส คัพ

หมายเลข 6. ฮาล์ฟ-แบ็ค : JOHNNY CAREY

แม้ว่าจอห์นนี่ แครีย์ จะเป็นกัปตันทีมยุโรปชุด Europe XI 1947 และเป็นหนึ่งในกัปตันทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรเรา เขาก็ไม่ได้เล่นในเวทีฟุตบอลโลกเช่นกัน เนื่องจากว่าการเล่นนักฟุตบอลอาชีพของแครีย์นั้นคาบเกี่ยวกับช่วงเวลาสงครามโลก ส่งผลให้เกิดการ Disruption ต่อในทุกวงการรวมถึงฟุตบอลด้วยตามปกติ มันจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

จอห์นนี่ แครีย์ เป็นนักเตะที่มีความยืดหยุ่นและอเนกประสงค์สูงจัดมากๆ เขาเล่นได้ทั้งแนวรับและมิดฟิลด์ และบทความของทางสโมสรก็เลือกเขามาใส่ในทีม XI นักเตะแมนยูที่ไม่เคยไปบอลโลก ในฐานะมิดฟิลด์ห้องเครื่องของทีม

ชายผู้ที่ได้รับความเคารพอย่างสูงไปทั่วโลกผู้นี้ เป็นผู้นำของทีมที่คุมโดยเซอร์แม็ตต์ บัสบี้ ลงแข่งในถ้วย FA Cup ปี 1948 และคว้าแชมป์ดิวิชั่นหนึ่งใน 4 ปีต่อมา (1952 ปีนั้นรองแชมป์คือ สเปอร์ส กับ อาร์เซนอล ที่แต้มเท่ากัน แต่ไก่จบอันดับ2ด้วยค่าเฉลี่ยประตูที่สูงกว่าน่อล)

"สุภาพบุรุษจอห์น" (Gentleman John) สามารถลงในสล็อทตำแหน่งอื่นได้สบายๆ และจะถูกเลือกแบบ "Auto pick" ในลิสต์นี้อีกหนึ่งคนของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

หมายเลข 7. ปีกเทพ : GEORGE BEST

เป็นข้อถกเถียงกันว่า จอร์จ เบสต์ "เทพบุตรมหาภัย" หรือ ป๋าจอร์จจี้ของเรานั้น เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของเราซึ่งไม่ได้ลงเล่นฟุตบอลโลกหรือไม่ จากการที่เบสต์ไม่สามารถพาทีมชาติไอร์แลนด์เหนือขึ้นไปสู่เป้าหมายนั้นได้ในยุคที่เขาลงเล่นอยู่

ปีกมหากาฬตำนานของเด็กๆรุ่นหลังเช่นพวกเรารายนี้นั้นทำให้แฟนบอลหลงใหลด้วยมนต์สะกดแห่งสกิลทักษะ แถมยังเป็นคีย์แมนของชุดแชมป์ยุโรปปี 1968

แน่นอน เบสต์คือหนึ่งในสาม Trinity ของสโมสร เคียงข้าง เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ เดนิส ลอว์ ซึ่งเขาจะอยู่ในสถานะตำนานตลอดกาลของสโมสรไม่มีวันเปลี่ยนแน่นอน

มีการคุยกันแบบฮาๆว่าเบสต์อาจจะได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกปี 1982 (ในวัย 36 ปี) แบบช็อคๆได้ เมื่อทีมของ Billy Bingham ที่เป็นผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์เหนือตอนนั้น ได้เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกปี 82 ที่สเปน แต่ว่าเรื่องนี้ไม่เคยได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง

"ผมไม่ได้หวังว่าจะได้ลงทุกเกมนะ แค่คิดและหวังว่าเขา(บิลลี่)จะหนีบผมไปในทีมด้วย แล้วส่งผมลงสัก 15 นาทีสุดท้ายแค่นั้น ผมก็ได้ชื่อว่าเคยลงเล่นฟุตบอลโลกแล้ว"

จอร์จ เบสต์ กล่าวแบบติดตลก ซึ่งในตอนนั้นป๋าจอร์จจี้อายุ "36 ปี"

ยุคนี้อาจจะมองว่าธรรมดาที่อายุ 35+ จะยังไม่แขวนสตั๊ด และลงเล่นฟุตบอลโลกได้ ตัวอย่าเช่น ติอาโก้ ซิลวา / คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รวมถึง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ วัย 36 ปีที่เพิ่งขึ้นแทนคนทำประตูสูงสุดตลอดกาลในทีมชาติเทียบเท่าอองรี

แต่ยุคเบสต์ มันเป็นไปได้ยากจริงๆ

หมายเลข 8. ซุปเปอร์เอ็นจิ้น โคตรห้องเครื่อง : DUNCAN EDWARDS

อีกหนึ่งคนที่จับไปลงตรงไหนในสนามก็เล่นได้หมด และเล่นโคตรดี "ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส" สุดยอดตำนานที่แฟนบอลรุ่นหลังเกิดไม่ทัน ก็จะได้ลงในตำแหน่งมิดฟิลด์คู่ห้องเครื่องตรงกลาง ตีข้างขนาบมากับ Johnny Carey ไปเลย ซึ่งยุคนี้ก็คงจะเป็น double pivot ตรงกลางนั่นเอง

นักเตะหนุ่มพรสวรรค์สูงสุดๆของชุดบัสบี้เบ๊บ เคยถือครองสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ติดทีมชาติอังกฤษ และเป็นตัวหลักของทีมในช่วงปี 1958 ช่วงฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เบิ้ลสกอร์ในเกมที่อังกฤษเอาชนะเดนมาร์ก

เป็นนักเตะที่หลายคนอยากจะเห็นอนาคตของเขามากที่สุดว่า ถ้าโชคชะตาไม่พรากเขาจากโลกนี้ไปด้วยโศกนาฏกรรมที่มิวนิค เขาจะคว้าแชมป์หรือประสบความสำเร็จถึงระดับไหน ซึ่งสิ่งนั้นพาเขาและเพื่อนร่วมทีมอีก 7 คนต้องเสียชีวิตในช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ได้เป็นนักฟุตบอล

หลายคนคาดการณ์ว่า ถ้าเขาอยู่ ก็น่าจะเป็น "กัปตันทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลกปี 1966" และเขาก็ได้รับการยกย่องโดยสโมสรและเพื่อนร่วมทีมชาติอย่างเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตันอย่างมาก

หมายเลข 9. ราชาแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ด "เดอะคิง" ERIC CANTONA

โคตรตำนานเฟร้นช์แมนรายนี้อยู่ห่างจากฟุตบอลโลกแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันคือแสนไกลจริงๆ กับการจะได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ 1994 กับทัพเลอเบลอส์ ซึ่งถูกทำลายความฝันในนาทีสุดท้ายจาก Emil Kostadinov ในเกมที่ฝรั่งเศสเล่นรอบคัดเลือกเจอกับบัลแกเรีย และก็องโต้ยิงนำก่อน 1-0 ในนาที 31 ก่อนที่จะโดนคอสตาดินอฟ ตีเสมอใน 6 นาทีต่อมา

ก่อนที่คอสตาดินอฟรายเดิม จะเป็นคนถล่มประตูในนาที 90 พาบัลแกเรียชนะฝรั่งเศสไป 1-2

ที่สำคัญคือ "คาบ้าน" กลางสนามปาร์กเดแพรงส์ เลย!!!!

(นักเตะที่อยู่ในชุดนั้น มีเดส์ฌ็องส์ บล็องก์ เดอไซญี่ เปอตีต์แล้ว รวมถึงคู่หูก็องโต้อย่าง ฌ็อง ปิแอร์ ปาแป็ง ด้วย)

จริงๆแล้วในสองเกมสุดท้าย ลูกทีมของผู้จัดการทีมเลอเบลอส์ในตอนนั้นอย่าง Gerard Houllier ต้องการเพียงแค่แต้มเดียวจากสองนัดสุดท้าย ที่ต้องเจอกับอิสราเอล และ บัลแกเรียเพื่อเมคชัวร์เข้ารอบ100%

แต่ฝรั่งเศสแพ้คาบ้านสองนัดสุดท้ายติดกัน จากการโดนอิสราเอลอัดก่อน 2-3 แล้วก็โดนบัลแกเรียซ้ำดาบสองแบบแน่นิ่ง

แต้มจากเดิมที่ได้แค่ 14 ก็น่าจะเข้าแล้ว กลับโดนบัลแกเรียเขี่ยตกรอบแต้มเดียว แล้วบัลแกเรียทีมที่ว่าก็เข้าถึงรอบ Semi-final ปีนั้น ที่แฟนบอลโลกปี 94 คงจำกันได้แน่นอน (รอบรอง สตอยคอฟกด 1 และ โรแบร์โต้ บาจโจ้ กด 2 ลูกพาอัซซูรี่เข้าชิงกับบราซิล)

สวีเดนจบอันดับ 1 ของกลุ่ม มี 14 แต้ม / บัลแกเรีย จบอันดับ 2 มี 13 แต้ม ซึ่งขุนพลในนั้นที่ไปลุยบอลโลก 94 ก็มีตำนานอย่าง ฮริสโต้ สตอยคอฟ อยู่ด้วย ส่วนฝรั่งเศส จบอันดับ 3 ของกลุ่ม 6 ไม่ได้ไปฟุตบอลโลกที่สหรัฐในปีนั้น ตามอังกฤษไปติดๆ

4 ปีต่อมา โอกาสฟุตบอลโลกอีกครั้งของเอริค คันโตน่า ใน ฟร้องซ์ '98 ก็องโต้ก็ประกาศโคตร Epic การแขวนสตั๊ดไปก่อนที่เขาจะได้ลงเล่นฟุตบอลโลกในดินแดนถิ่นบ้านเกิดของเขา

นึกแล้วขนลุกไม่น้อยว่าถ้าเอริคได้ลงเล่นในปีที่ทีมตราไก่ได้แชมป์ มันจะเป็นยังไงบ้างถ้าเขาเคียงข้างทีมชาติฝรั่งเศสชุดนั้น ซึ่งมีทั้งซีดาน ตูราม ลิซาราซู จอร์เกฟฟ์ เดอไซญี่ อองรี ปิแรส บาร์เตซ เปอร์ตีต์ เลอเบิฟ การอมเบอ เทรเซเกต์ รวมถึง ดิดิเย่ร์ เดส์ฌ็องส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสชุดปัจจุบันที่เป็นแชมป์เก่า WC 2018 และเปิดหัว WC 2022 อย่างสวยหรูด้วยการถล่มออสเตรเลียไป 4-1

ถึงแม้ว่าก็องโต้จะได้ลงเล่นใน Euro '92 แต่เขาก็แขวนสตั๊ดไปเสียก่อน ในช่วงที่ฟุตบอลโลกมีชาติบ้านเกิดเขาเป็นเจ้าภาพในมาตุภูมิของตนเอง แต่ถ้าฟุตบอลโลกมีชายผู้นี้ไปโลดแล่นโชว์ฝีเท้าระดับศิลปินให้ได้เห็นในเวทีใหญ่ละก็..

ตำนานของ "เอริค คันโตน่า" คงจะขลังรุนแรงยิ่งกว่าทุกวันนี้หลายเท่า

หมายเลข 10. ANDY COLE

เป็นตัวเลือกที่ยากสุดๆถ้าจะต้องหานักเตะที่ไม่เคยเล่นฟุตบอลโลก มายืนเคียงข้างกับเอริค คันโตน่า แต่นี่คือกองหน้า underrated หนักๆอีกคนหนึ่ง

บางคนเรียกเขา "คิงโคล"

คนทันดูเขาหลายๆคนเรียก "หลวงพ่อโคล" ยิงฟันไม่เข้า (หยอกๆ)

ที่แน่ๆ แอนดี้ โคลคือสุดยอดกองหน้าคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีกแน่นอน

โดยทั้งคู่เคยลงเล่นร่วมกันในช่วงที่โคลย้ายมาจากนิวคาสเซิลในปี 1995 แต่การถล่มประตูของโคงไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากทีมชาติอังกฤษเลย

โคตรน่าเหลือเชื่อ แฟนผีบางคนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า แอนดี้ โคล ไม่เคยได้เล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย!!

ฟอร์มถล่มประตูของน้าโคลไม่เคยถูกใจผู้จัดการทีมชาติอังกฤษให้ไว้วางใจและเลือกเขาไปลงเล่น โดยเฉพาะจากการโดนฮ็อดเดิลวิพากษ์วิจารณ์หนักเป็นพิเศษ

หลวงพ่อโคลได้ลงเล่นทีมชาติอังกฤษแค่ 15 เกมเท่านั้นเอง น้อยจนเกินจะช็อค และถูกมองข้ามในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของปี 1998 และ 2002

ยังไงก็ตาม นี่คือนักเตะคนสำคัญของคู่หัวหอกนิลกาฬาที่พาทีมคว้า "สามแชมป์" ในฤดูกาล 1998/99

หมายเลข 11. ปีกพ่อมด RYAN GIGGS

เวลส์คืออีกหนึ่งทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่เพิ่งจะได้เล่นฟุตบอลโลกเป็นหนที่สอง หลังจากถูกเปเล่สอยตกรอบ 8 ทีมด้วยสกอร์ 1-0 และปีนั้นบราซิลได้แชมป์ ทีมมังกรแดงเกือบเข้าสู่รอบสุดท้ายได้อีกครั้ง แต่ก็ได้แค่เฉียด เมื่อ Paul Bodin ยิงจุดโทษพลาดในเกมเจอโรมาเนียนปี 1993

ไรอัน กิ๊กส์ ลงเล่นให้กับมังกรแดงในช่วงปี 1991 ถึง 2007 แต่ไม่สามารถช่วยทีมชาติให้ผ่านรอบคัดเลือกเข้าสู่เมเจอร์ทัวร์นาเมนต์ได้เลย

มีช่วงที่กิ๊กซี่เป็นกัปตันทีมสหราชอาณาจักรลงเล่นในโอลิมปิคปี 2012 ซึ่งก็เป็นปลายอาชีพนักเตะแล้ว

การสร้างทีมที่ลิสต์นักเตะแมนยูซึ่งไม่เคยได้ไปบอลโลกชุดนี้นั้น ลองจินตนาการดูว่าถ้าคู่แข่งเจอปีกซ้ายปีกขวาเป็น ไรอัน กิ๊กส์ + จอร์จ เบสต์ ลากเลื้อยกันอยู่คนละฟาก นั่นน่าจะเป็นฝันร้ายของกองหลังคู่แข่งอย่างแท้จริง

ดาวเตะจาก Class of '92 รายนี้ลงเล่นให้สโมสรในฝันของเขาไปทั้งหมด 963 เกม เป็นตำนานนักเตะที่ลงเล่นให้แมนยูสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเรื่องนอกสนามก็ส่วนหนึ่ง

แต่ในสนาม ไม่มีแฟนผีคนไหนลืมความมหัศจรรย์ของเวทมนต์บนปีกซ้ายของปีศาจแดงได้แน่นอน

ภาพขนหน้าอกรึ่มๆของเขา หลังจากถอดเสื้อขึ้นมาหมุนเหวี่ยงฉลองประตูที่ฉีกอาร์เซนอลออกเป็นชิ้นๆด้วย Solo Kill คนเดียวครึ่งสนาม และยิงแสกหน้าเดวิด ซีแมนแบบโคตรตราตรึง

สำรอง

นักเตะเหล่านี้อาจจะติดไลน์อัพได้เหมือนกัน แต่อาจจะได้ในฐานะตัวสำรองที่น่าสนใจจากลิสต์ผู้เล่นท็อปคลาสของแมนยูที่ไม่เคยไปเตะ World Cup รอบสุดท้าย

คนแรกที่กล่าวถึงไปแล้ว น่าตกใจสุดๆกับ "Steve Bruce" กัปตันใจสิงห์ น่าเหลือเชื่อสุดๆที่บรูซซี่ไม่เคยติดทีมชาติอังกฤษเลย แม้ว่าจะเคยได้เป็นกัปตันทีมBก็ตาม

อดีตเพื่อนร่วมทีมอีกคนอย่าง "Brian McClair" หรือ ช็อคซี่ ก็แปลงร่างจากอดีตการเป็นกองหน้าจอมถล่มประตู สู่มิดฟิลด์ที่ทำเกมได้โดดเด่น และก็พลาดการลงเล่นทีมชาติสกอตแลนด์ในปี 1990 อย่างหวุดหวิด

"Mark Hughes" เป็นอีกหนึ่งนักเตะคนนึงที่ในลิสต์นี้ไม่ได้ถูกจัดเป็นทีมตัวจริง หลังจากมีช่วงเวลาการลงเล่นให้ยูไนเต็ดสองสมัย (เหมือนกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้) และดาวเตะเวลส์รายนี้เป็น Big-match player เสมอ

นอกจากนี้ตัวอื่นๆที่น่านำมาติดในลิสต์ก็เช่น Jack Rolwey, Andrei Kanchelskis จรวดยูเครนที่ปฏิเสธการลงเล่นให้ทีมชาติรัสเซียในฟุตบอลโลกปี 1994 ช่วงที่แคนแคนกำลังพีคพีคกับแมนยูในยุคต้น 90s

นักเตะล็อตนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เล่นฟุตบอลโลกทั้งนั้นเลย รวมก็องโต้ไปอีกคน

และแน่นอน นักเตะสายคลาสสิคสไตล์สายก็องโต้อีกคนอย่าง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ กองหน้าบัลแกเรีย ชาติที่ทำให้เอริคไม่ได้ไปฟุตบอลโลก ดาวเตะผู้สืบทางDNAทางจิตวิญญาณรายนี้ก็คืออีกคนหนึ่งที่เป็นกองหน้าเทพ แต่ไม่เคยได้สัมผัสฟุตบอลโลกเลยสักครั้งสำหรับเฮียเบิร์บ

เมื่อเอานักเตะเก่งๆไม่ได้ไปบอลโลกของสโมสรเรามาตั้งเป็นทีมได้ครบ 11 คนรวมตัวสำรอง มันโหดทุกขุมกำลังจริงๆ นี่ขนาดพวกไม่ได้ไปบอลโลก ถ้ารวมลิสต์ตัวเป้งๆที่เตะบอลโลกแล้วสร้างทีมรวมดารา ไม่อยากคิดว่าจะอลังการขนาดไหน ถ้าได้เห็นโรนัลโด้ เบ็คแฮม รุด รอย คีน ริโอ ชไมเคิล มาเล่นร่วมกันในทีมเดียว

ว่าแล้วก็อยากเล่นฟีฟ่าเลยจริงๆ ตัวตำนานต้องมาแล้วงานนี้!!

-ศาลาผี-

Reference

https://www.manutd.com/en/news/detail/team-of-best-man-utd-players-never-to-appear-at-a-world-cup-finals

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด