:::     :::

จับตา บาร์ซ่า-มาดริด ก่อนเกมรีสตาร์ทลา ลีกา

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ลา ลีกา สเปน กำลังจะกลับมาแล้วหลังหายไปร่วม 50 วัน เพื่อหลีกทางให้กับฟุตบอลโลก

เกมล่าสุดเล่นไว้ถึงนัดที่ 14 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน สถานการณ์ล่าสุด บาร์เซโลน่า นำเป็นจ่าฝูงที่ 37 แต้ม มากกว่า เรอัล มาดริด อันดับ 2 อยู่ 2 แต้ม และหากพิจราณาจากแต้มของอันดับถัดไปแล้ว ถึงแม้จะยังเหลือเกมอีก 24 นัด ก็อาจพูดได้ว่าการลุ้นแชมป์คงจะขีดเส้นไว้แค่ 2 ยักษ์ใหญ่นี้เท่านั้น 


บาร์เซโลน่า ฤดูกาลนี้ สิ่งที่ดีขึ้นชัดเจนคือเกมรับ ส่วนเกมรุกมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เข้ามาเติมเต็ม ช่วยให้ทีมมีผลงานที่สม่ำเสมอขึ้น หลังผิดพลาดในเกมนัดเปิดหัวที่เสมอกับ ราโย บาเยกาโน่ ในคัมป์ นู 0-0 ทีมก็เล่นอย่างดุดัน ชนะ 7 นัดรวม หากแต่ก็มาสะดุดพ่ายแพ้แก่ เรอัล มาดริด ที่ เบร์นาเบว 1-3 ซึ่งป็นความปราชัยเกมแรกและเกมเดียวของ ชาบี เอร์นานเดซ และเด็กๆ 


มองภาพรวม ปีนี้ บาร์ซ่า มีความแน่นอนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของการลุ้นแชมป์ลีก ไม่เสียแต้มง่ายๆ บางเกมที่เล่นไม่ดี เกือบจะพลาดท่า ก็ยังสามารถเปลี่ยนจาก 1 เป็น 3 คะแนนได้  


จุดนี้นี่เองที่ทำให้ บาร์เซโลน่า ถูกมองว่าแม้เพิ่งสร้างทีมขึ้นมาใหม่ มีนักเตะอายุน้อยเป็นแกนหลักหลายคน แต่น่าจะต่อกรลุ้นแชมป์กับ เรอัล มาดริด ได้แบบยาวๆ


        ต้องยอมรับว่า แม้จะนำคู่อริตลอดกาลอยู่ 2 แต้ม แต่ลึกๆแล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังมองว่ายักษ์ใหญ่กาตาลันยังดูเป็นรองอยู่นิดๆ 

จุดแข็งของ เรอัล มาดริด นั้น ในแง่ของคุณภาพผู้เล่นถือว่าสูงมาก  โดยค่าเฉลี่ย อาจพูดได้ว่าสูงกว่า บาร์เซโลน่า นอกจากนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ ยังมีนักเตะประสบการณ์สูงที่รักษาระดับการเล่นในระดับเวิล์ดคลาสเอาไว้ได้อย่าง ลูก้า โมดริช,โทนี่ โครส และ คาริม เบนเซม่า 


นอกจากนักเตะประสบการณ์สูงแล้ว มาดริด ยังมีตัวผู้เล่นที่สดใหม่และกำลังพัฒนาไปสู่ระดับโลกอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ หรือ เฟเด บัลเบร์เด้ ส่วน อูเรเลียง ชูอาเมนี่ กับ โรดรีโก้ โกเอส ก็กำลังดีวันดีคืน 

มาดริด ได้เปรียบ บาร์ซ่า ตรงที่ทีมชุดนี้เล่นด้วยกันมานาน ส่วนการเติมตัวใหม่เข้ามาไม่ได้ทำให้โครงสร้างทีมเสียหาย พวกยังบลัดสามารถลงเล่นเคียงข้างกับแกนหลักอาวุโสได้อย่างกลมกลืน 




จุดนี้ต้องยกเครดิตให้กับ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซืออิตาเลี่ยนที่เป็นคนเทส่วนผสมลงไปในทีมชุดนี้ได้อย่างลงตัว 

ข้อด้อยของ เรอัล มาดริด ที่มองเห็นในฤดูกาลนี้ คือบางครั้งในเกมเล็ก พวกเขามักออกอาการเนือย เล่นเหมือนขาดแรงกระตุ้น และบางที บทจะฟอร์มหายก็หายไปดื้อๆ อย่างไร้เหตุผลเช่นกัน 

ต้นฤดูกาล เรอัล มาดริด ออกสตาร์ทได้อย่างสุดยอด ชนะ 10 จาก 11 เกมแรก เกมเยือนก็เล่นได้ยอดเยี่ยม กวาดชัยชนะทุกนัด จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายก่อนพักเบรกฟุตบอลโลก อยู่ๆฟอร์มก็วูบหาย 


นัดที่ 12 ของฤดูกาล ทีมทำได้แค่เจ๊ากับ จีโรน่า ในบ้านตัวเอง 1-1 ทั้งๆที่ว่ากันตามฟอร์ม มันควรจะต้องเป็น 3 แต้มแบบไร้ปัญหา จากนั้นก็ออกไปพ่ายให้ ราโย บาเยกาโน่ ที่ บาเยกาส 2-3 อันเป็นเหตุให้ต้องกระเด็นตกจากตำแหน่งจ่าฝูง ถึงแม้นัดที่ 14 จะกลับมาชนะ กาดิซ ได้ 2-1 ก็ตาม 


นี่แหละคือ มาดริด ที่แฟนๆกังวล หากแต่ระยะยาว ผู้สันทัดกรณีก็เชื่อว่าทีมที่ประสบการณ์สูง รู้จักรับมือกับความกดดัน ทั้งยังมีผู้เล่นคุณภาพสูงทั้ง 11 คนแรก และบนม้านั่งสำรองอย่างพวกเขาจะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ เพียงแต่ฤดูกาลนี้ คงไม่วิ่งเข้าป้ายแบบม้วนเดียวจบเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา เพราะ บาร์ซ่า ยกระดับตัวเองขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ 


อย่างไรก็ตาม กับการกลับมารีสตาร์ทรอบนี้ บาร์ซ่า เองก็มีเรื่องให้กังวลเช่นกัน เพราะพวกเขาจะพลาดใช้งาน เลวานดอฟสกี้ ยาวๆถึง 3 นัดด้วยกัน 

เลวี่ นั้นถูกไล่ออกในเกมนัดที่ 14 ที่ บาร์ซ่า บุกชนะ โอซาซูน่า หวุดหวิด 2-1 โดยรับใบเหลืองที่ 2 จาก คิล มานซาโน่ แต่แทนที่ควรจะรับโทษแบนแค่นัดเดียว การแสดงออกของหัวหอกโปลตอนเดินออกจากสนาม การเอานิ้วลูบๆคลำๆไปที่จมูก ถูกผู้ตัดสินตีความว่าเป็นการดูถูก และไม่ยอมรับคำตัดสินที่รุนแรง โทษจึงกลายเป็น 3 นัด 

แม้ บาร์ซ่า จะยื่นอุทธรณ์ไปยังสภากีฬาสูงสุดของสเปน แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา ทำให้ เลวี่ จำใจต้องรับสภาพ อดเล่นในนัดพบ เอสปันญ่อล, แอต.มาดริด และ เคตาเฟ่ 

ว่ากันว่าเหตุการณ์นี้คือบทพิสูจน์ความแกร่งของ บาร์ซ่า ว่าดีพอที่จะเป็นแชมป์ได้หรือไม่ ? เมื่อต้องเล่นโดยปราศจากหัวหอกอันดับ 1 ของทีม คนที่แบกภาระหน้าที่ผลิตประตู




เลวี่ ไม่อยู่ ใครจะยิง ?”

ข้างต้นนี้คือคำถามที่ บาร์เซโลนิสต้า ทุกคนอยากให้คำตอบมันออกมาดี 

เบื้องต้นสื่อมองไปยัง อันซู ฟาติ ดาวรุ่งของทีม 

ฟาติ นั้นอย่างที่ทุกคนทราบกันว่าข่วง 2 ปีที่ผ่านมาเขาประสบปัญหาอาการบาดเจ็บหนักเล่นงานจนทำให้การพัฒนาหยุดชะงัก และเมื่อกลับมาในฤดูกาลนี้ ก็ยังไม่อาจเล่นในฟอร์มเดิมได้ กับเวทีฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ก็ถือว่าผลงานค่อนข้างน่าผิดหวัง

       

         เมื่อกวาดตาไปยังตัวจบสกอร์คนอื่นๆ แฟนบาร์ซ่าก็ต้องลุ้นกันเหนื่อยไม่น้อย 

เฟร์ราน ตอร์เรส ก็ขึ้นชื่อว่าใช้โอกาสเปลืองและหาความแน่นอนไม่ได้ ส่วน ราฟินญ่า แรกทีเดียวก็ฟอร์มแรง แต่มาตอนนี้ชักจะแผ่วลงไปจนมีการตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจไม่ดีพอสำหรับ บาร์ซ่า 

ส่วน เมมฟิส เดปาย ถ้าว่ากันที่ผลงานในฟุตบอลโลก ถือว่าไม่เลว แต่เขาเองก็แทบไม่ได้รับความไว้วางใจจาก ชาบี ให้ลงสนามสักเท่าไหร่ 

เช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า บาร์ซ่า เมื่อไร้ เลวี่ ถึง 3 เกม ในการกลับมาชิงชัยในรอบนี้ จะพลาดท่าเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้กับ เรอัล มาดริด หรือไม่ 

เพราะฟาก ทีมเมืองหลวงไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเลย แข้งทุกคนพร้อมใช้งาน 


อย่างไรก็ดี ช่วงก่อนจบฟุตบอลโลก มาดริด ต้องเผชิญกับ ‘mini crisis’ ที่จู่ๆผลงานการเล่นเกมเยือนที่เคยแข็งแกร่งก็วูบไปเสียอย่างนั้น 

ผลงานเกมเยือน 4 นัดหลังสุด มาดริด ชนะ เอลเช่ ได้แค่นัดเดียว  นอกนั้นเสมอ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค 1-1, แพ้  ไลป์ซิก 2-3 และต่อด้วยแพ้ ราโย อีก 2-3

แล้วนัดที่ 15 นี้ มาดริด ก็มีคิวไปเยือน เรอัล บายาโดลิด ที่ โฆเซ่ ซอร์รีย่า อีกด้วย ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะกลับมาสู่ฟอร์มที่เฉียบขาดทันเวลาหรือไม่ 


เรอัล มาดริด กับปัญหาเกมเยือน 

บาร์ซ่า กับการไร้ เลวี่  

ช่วงรีสตาร์ท ใครแก้ปัญหาของตัวเองได้ไม่ดี มีตำแหน่งรองจ่าฝูงรอมอบให้ครับ 


เจมส์ ลา ลีกา 



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด