:::   02:55 - ผลฟุตบอลโลก 2018 รอบแบ่งกลุ่ม : กลุ่ม เอฟ เยอรมัน ชนะ สวีเดน 2-1, กลุ่ม เอฟ เกาหลีใต้ แพ้ เม็กซิโก 1-2, กลุ่ม จี เบลเยียม ชนะ ตูนีเซีย 5-2   :::

ผู้ชนะที่ชื่อ โชเซ่...

วันอังคารที่ 13 มีนาคม 2561 คอลัมน์ The Column โดย โยอันน์
11,120
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
เมื่อ มูรินโญ่ คือ ผู้ชนะ (อีกครั้ง) เมื่อการตัดสินใจของเขาถูกต้อง...เมื่อ ซาลาห์ โดน "จารย์ยัง" ลักพาตัว...ความมุ่งมั่น ทุ่มเท และแท็คติกของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในวันที่พาปีศาจแดงดับฝันคู่อริตัวฉกาจได้อย่างราบคาบในเกมแดงเดือดที่มันที่สุดในรอบหลายปี !
p- เป็นแดงเดือดที่มันที่สุดในรอบหลายปีหลังสุด
p- เป็นแดงเดือดที่จบลงด้วยชัยชนะของพลพรรคอสูรแดง
p- และที่สำคัญเป็นชัยชนะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้รับการชูมือเหนือ เยอร์เก้น คล็อปป์ แบบไม่มีข้อสงสัย ต่อให้ใครจะประณามว่า "Ugly Football" ก็เถอะ
p- เป็นผม ผมก็จะตอบเหมือน มูรินโญ่ หลังเกมครับว่า "กรูไม่แคร์"  !!!
p- เพราะฟุตบอลไม่ใช่มวยที่นับคะแนน ไม่ใช่ว่าทีมใดครองบอลเยอะกว่า เตะมุมเยอะกว่า สร้างโอกาสเยอะกว่าจะได้รับการชูมือเสมอไป
p- ไม่อย่างนั้นเราจะมีสิ่งที่เรียกว่า "แท็คติก" ไว้ทำไมล่ะครับ ?
p- ผมมองอยู่อย่างนึงนะครับ ว่า มูรินโญ่ ทำการบ้านกับเกมนี้มาดีมากๆ และเขาจัดการ "เกมแพลน" ของ ลิเวอร์พูล ได้อยู่หมัดเลยทีเดียว
p- ระบบพื้นฐาน 4-2-3-1 ซึ่งก็ต้องบอกว่า "ดวง" ก็มีส่วนกับเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะใน "ความเชื่อของผม"
p- "ถ้า" ป๊อกบา ไม่บาดเจ็บลงสนามไม่ได้ เขาจะได้เล่นแทน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ในระบบคู่กลาง หรือเล่นกลาง 3 ตัวร่วมกัน
p- คนที่จะซวยโดนถอดออก ผมเชื่อว่าจะเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ผู้ที่ทำสองประตูในเกมนี้ เพราะตำแหน่งหนึ่ง อเล็กซิส จองแล้ว ส่วนหน้าขวา หลังๆ มาต้า ได้เล่นตลอด
p- นี่ไงครับ อีกหนึ่งความบังเอิญของโลกฟุตบอล
p- ที่สำคัญนะครับ ผมกล้าเอาหัวแม่โป้งยืนยันกับพวกคุณเลยว่า "ถ้า" ป๊อกบา ลงสนาม เกมรับของทีมจะไม่มีระเบียบวินัยขนาดนี้ !
p- ไม่ใช่ว่ากองกลางฝรั่งเศสไม่ดีครับ เขา คือ นักเตะที่ดีที่สุดในทีม แต่เรื่องระเบียบวินัยต่อเกม ผมบอกเลยว่าลำดับท้ายๆ ในทีมแน่นอน
p- หรือคุณคิดเป็นอย่างอื่น ? 555
p- แล้วดูสิ่งที่พ่อหนุ่มแม็คโทมอบให้กับทีมในเกมนี้สิครับ 
p- ทั้งความขยัน ความนิ่ง ระเบียบวินัย ทำงานตามที่ โชเซ่ มูรินโญ่ มอบหมายได้อย่างเพอร์เฟ็คต์จนกลายเป็น "ลูกรักคนใหม่" เรียบร้อย


p- ฟอร์มของดาวเตะวัย 21 ในเกมนี้นะครับ เหนือกว่า เนมานย่า มาติช คู่ขาของเขาด้วยซ้ำกับประโยชน์ที่ทำเพื่อทีม
p- กลับกันลองเป็น ป๊อกบา...ในวันที่ต้องเล่นเกมรับ ต้องอาศัยความขยับ และ "วินัย" ในการเล่นแบบนี้ เขาจะทำได้ดีหรือไม่ ? แม้แต่เราเองยังตอบไม่ได้
p- นอกจากนี้การได้ เอริค ไบยี่ เซนเตอร์ฮาล์ฟไอวอรี่ โคสต์ กลับคืนเป็นตัวจริงครั้งแรกในรอบหลายเดือนกลายเป็นการจุดประกายให้กับเพื่อนๆ อีกครั้ง


p- ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไบยี่ คือ กองหลังที่ "ดีที่สุด" เท่าที่เรามี และเขา คือ "นายใหญ่" ในแนวรับของทีมชนิดที่ว่าถ้าไม่เจ็บ ไม่ป่วย ยังไงก็ต้องลง
p- แล้วไม่ใช่ว่า การมาของเขา เขาจะเล่นดี อิทธิพลของเขา คือ การทำให้พาร์ตเนอร์จอมเหวออย่าง คริส สมอลลิ่ง ยกระดับเกมของตัวเองไปด้วย
p- นี่แหล่ะครับนักเตะชั้นยอด ไม่ใช่แค่ตัวเองเล่นดี แต่ยังช่วยยกระดับให้เพื่อนๆ เล่นได้อย่างมั่นใจไปด้วย
p- คุณรู้มั๊ยครับ ? เกมแดงเดือดครั้งนี้ คือ นัดประวัติศาสตร์ในแง่ของตัวเลขเลยก็ว่าได้ 
p- เพราะว่ามันเป็นครั้งแรกเลยที่ ลิเวอร์พูล บุกมาต่อที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในราคา ป.ลบ 5
p- สำหรับคนที่ไม่เข้าใจนะครับ ผมกำลังเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า มันมีไม่กี่ครั้งเลยที่ ลิเวอร์พูล บุกมา "เป็นต่อ" ถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เท่าครั้งนี้ !
p- บ่อนพนันที่อังกฤษเองยังยกให้ทัพ "หงส์แดง" มีโอกาสบุกมาชนะมากกว่า ยูไนเต็ด ชนะในบ้านตัวเองด้วยซ้ำ คิดเอา !
p- ส่วนบรรดาเพื่อนๆ รอบตัวผมที่ "ส่วนใหญ่" เป็น "เด็กหงส์" พวกเขาก็มั่นใจเอามากๆ นะครับ ว่ายกนี้จะได้มาเฮฮาที่โรงละคร
p- นั่นล่ะครับที่ทำให้พวกเขา "ดิ้น" พลั่กๆ หลังจบเกมเมื่อผลลัพธ์มันไม่ใช่ในแบบที่พวกเขาคิด แถม ยูไนเต็ด ยังชนะแบบสบายๆ (ในมุมผม)
p- ทำไมคุณโยอันน์พูดว่าชนะ "แบบสบายๆ" ครับ ? ใครบางคนหล่นประโยคนี้ด้วยความงุนงงสงสัยใส่ผม
p- อะไร คือ ชนะลำบากครับ ? ผมถามกลับก่อน
p- กลับมาแซง พาเลซ ท้ายเกม อ่ะ ! แบบนั้นแหล่ะครับเรียกลำบาก
p- พลิกชนะ บาเยิร์นฯ 2-1 ปี 99 แบบนั้นแหล่ะครับลำบาก
p- ไล่ตามตีเสมอท้ายเกม แบบนั้นแหล่ะครับลำบาก
p- เพราะฉะนั้นการนำ 2-0 ในครึ่งแรก (เกือบ 3-0 ด้วยซ้ำ) แล้วลงมาเล่นเกมรับสไตล์มูรินโญ่ครึ่งหลังก่อนชนะ 2-1 แถมทด 6 นาที
p- ผมถือว่าไม่ระบมหัวแม่เท้าเลยครับ !!!
p- เครดิตครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับชายที่ชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ แบบเพียวๆ รวมถึงนักเตะที่ตอบสนองแท็คติกของผู้เป็นนายได้ดี


p- ทั้งโลกรู้ว่า ทีมใดก็ตามที่กล้าเปิดเกมแลกกับ ลิเวอร์พูล อาจชิบหายวายป่วงได้ง่ายๆ ขนาด ว่าที่แชมป์ยังโดนมาแล้ว
p- เช่นกันที่ทั้งโลกรู้ว่า "เกมแพลน" ยอดฮิตของอดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์ เรียกว่า "เกเก้นเพรสซิ่ง"
p- สิ่งที่ มูรินโญ่ ทำตั้งแต่ต้นเกม คือ การเล่นโดย "ไม่ไปเข้าข้าง" คู่แข่ง
p- ชอบเพรสซิ่งนักใช่มั๊ยครับ ? งั้นกูไม่ครองบอลก็ได้ เพราะถ้ากูไม่ครองบอลมึงก็เพรสซิ่งกูไม่ได้
p- ชอบให้ลูกทีมเปิดแลกเพราะแนวรุกคมกว่าใช่มั๊ยครับ ? งั้นกูยืนคุมโซนถอยต่ำ ไม่เหลือพื้นที่ให้เล่น
p-55555 ต้องยอมรับว่า มูรินโญ่ เป็นเทรนเนอร์ที่กวนเบื้องล่างใช่ย่อย ?
p- เชื่อมั๊ยครับ ? ระหว่างเกมนะครับ ผมนั่งดูบอลไป และก็เข้าโลกโซเชี่ยลไปด้วยทั้งของไทย และของเทศ สิ่งที่เห็นเหมือนๆ กัน คือ
p- เด็กหงส์ทั้งไทย และในต่างประเทศ ต่างตั้งสเตตัส หรือ โพสต์ในแนวๆ เดียวกันว่า "แน่จริง มึงมาเปิดแลกกันซึ่งๆ หน้าให้รู้ดำรู้แดงไปสิ"
p- 55555555555555555555555555555555555555555 ขอหัวเราะแทนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกครั้งครับ !
p- รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ครับ มันคือ สัจธรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ในเมื่อคุณรู้จุดแข็งของคู่ต่อสู้ ทำไมคุณต้องไปเล่นเข้าทางเข้าล่ะ ?
p- จูกัดขงเบ้ง เคยกล่าวเอาไว้ "การทำศึก บางทีก็ไม่ใช่กระทำยุทธ์กันด้วยการใช้จุดแข็งของเรา แต่หลายๆ ครั้งเป็นการหาจุดอ่อนของศัตรู"
p- โชเซ่ มูรินโญ่ หาเจอตั้งแต่ไม่กี่นาทีแรกของเกมครับ !
p- คุณสังเกตมั๊ยครับ ? โชเซ่ มูรินโญ่ จดยิกๆ ในสมุดเมื่อเวลาผ่านไปราวๆ 10 นาที ซึ่งสำนักข่าวที่ถ่ายทอดสดเอามาเฉลยหลังเกม
p- เขาเขียนประมาณว่า "บอลจังหวะสอง" "ลูกากู" "ลอฟเรน" "แรชฟอร์ด" "ลูกกลางอากาศ"
p- ประมวลผลออกมาแล้วก็ตามที่เห็นนั่นแหล่ะครับกับประตูที่ ยูไนเต็ด ทำได้ ซึ่งจริงๆ เขาคงกะไว้สอนลูกทีมตอนพักครึ่งให้จี้จุดอ่อน ลิเวอร์พูล ตรงนั้น


p- จากจังหวะเตะเปิดของ เด เคอา ลูกากู ชิงเหนือ ลอฟเรน เช็ดต่อให้ แรชฟอร์ด วิ่งแซง เทรนท์ ก่อนจะล็อกแบบหลังหักเข้ามาซัดด้วยขวา
p- ทุกอย่างเข้าทาง ยูไนเต็ด นับตั้งแต่วินาทีนั้น เพราะนี่ คือ "เกมแพลน" ที่ มูรินโญ่ ต้องการให้เกิดขึ้น
p- 10 นาทีต่อมาจากจังหวะเดิมๆ ลูกากู เก็บได้เหนือ ลอฟเรน ก่อนพลิกแล้วแทงเข้าช่องให้ มาต้า สุดท้ายสกัดมาเข้าทาง แรชฟอร์ด ปิดบัญชีเข้าไป
p- จุดสำคัญ ของ เกมรุก 2 จุดในวันนี้ คือ ลูกากู เก็บบอลได้เหนือ ลอฟเรน ทั้งหมด ขณะที่ แรชฟอร์ด ฉีก เทรนท์ เป็นชิ้นๆ 


p- แน่นอนพอได้ 2-0 จากนั้นที่เหลือเป็นหน้าที่ของ "ทีมรับ"
p- พวกคุณดูไม่ผิดหรอกครับ ผมเองเป็นแฟนอเมริกันฟุตบอลจ๋าเลย และขอยืมศัพท์นี้มาใช้เสียหน่อย เพราะมันเข้ากับแท็คติกมูรินโญ่ในเกมนี้จริงๆ 
p- เมื่อ "ทีมรุก" จัดการทำสกอร์ได้แล้ว 2 เม็ด ทีนี้เป็นหน้าที่ "ทีมรับ" ในช่วงเวลาที่เหลือ
p- จริงอยู่ มูรินโญ่ จัดทีมมาในระบบ 4-2-3-1 แต่ถ้าคุณเพ่งดูดีๆ ตัวริมเส้นเขายืนต่ำมากๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งวิงแบ็กด้วยซ้ำ
p- ทั้ง แรชฟอร์ด ด้านซ้าย ลงมาช่วย ยัง ในการซ้อน ซาลาห์ ตลอดเวลา รวมถึงปิดเกมของ เทรนท์ ขณะที่ด้านขวา มาต้า ก็ลงมาช่วย วาเลนเซีย รับมือ มาเน่ และโรเบิร์ตสสัน
p- ครับ ! แปลว่า "ทีมรับ" ของเราประกอบด้วย 4 แบ็กโฟร์ 2 ตัวริมเส้นที่ลงมาช่วยงานวิงแบ็ก และ 2 มิดฟิลด์ตัวรับ
p- เออ ! มึงบุกมาสิ "ทีมรับ" กรูมี 8 ตัว 555
p- ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วครับ ว่า ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ พลานุภาพในการทำลายล้างสูงแค่ไหน แมนฯ ซิตี้ ยังไม่รอดเลย


p- แต่ในทางกลับกันพวกเขาก็แสดงออกให้เห็นบ่อยๆ ว่า ยามเจอกับทีมตั้งรับ ปิดพื้นที่ไม่ให้เล่น พวกเขาเล่นไม่ได้เลย นั่นจึงเป็นที่มาของการแพ้ทีมเล็กๆ บ่อยครั้ง
p- เช่นกันครับ เกมนี้ 3 ประสาน SMF หายไปจากเกมเลย เพราะโดนมาร์กชนิดหายใจรดต้นคอ
p- โดยเฉพาะ ซาลาห์ ที่เงียบกริบราวกับไม่ได้ลงสนามเมื่อเจอทีเด็ด "จารย์ยัง" ใส่กุญแจ แถมยังมี สมอลลิ่ง กับ แรชฟอร์ด มาช่วยสอดซ้อน
p- สิ่งหนึ่งที่ผมอยากแนะนำพวกคุณให้สังเกตครับ อันนี้ขอพูดใน "ฐานะโค้ช" และฐานะ "นักฟุตบอล"
p- พวกคุณเคยสังเกตมั๊ยครับ ? กรณีแบ็กแบบ "จารย์ยัง" ซึ่งถนัดเท้าขวา...นักเตะอย่าง โม ซาลาห์ หรือ ริยาด มาห์เรซ ไม่เคยผ่านเขาเลย เพราะอะไร ?
p- คุณนึกภาพตามผมนะครับ นักเตะประเภท ซาลาห์ หรือ มาห์เรซ คือ ปีกขวาตีนซ้ายถูกมั๊ยครับ ? สุดท้ายก็จะตัดเข้าในเสมอๆ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
p- แล้วพอมาเจอนักเตะ "ถนัดตีนขวา" อย่าง ยัง คุณนึกภาพตามว่า ยังหันหน้าเจอ ซาลาห์ พอ ซาลาห์ หรือ มาห์เรซ โยกเข้าในมันเป็นจะเป็นเท้าขวาข้างถนัดของเขาพอดี
p- สมมติว่าเป็น ชอว์ ซึ่งถนัดซ้าย พอโดนโยกเข้าใน ก็จะกลายเป็นเท้าขวาของ ชอว์ ซึ่งไม่ใช่ข้างถนัด
p- นี่เป็นอีกหนึ่ง "ทริก" ของเกมรับสมัยใหม่ที่ผมนำมาฝากกัน
p- จำกันได้มั๊ยครับ ? มีอยู่ยุคหนึ่งช่วงท้ายๆ ของ เป๊ป ที่ บาร์ซ่า เขาใช้เซนเตอร์ฯ เท้าขวายืนฝั่งซ้าย แล้วใช้เซนเตอร์ฯ เท้าซ้ายยืนฝั่งขวา คล้ายๆ กันเลยครับ
p- กลับมาเข้าเรื่องของเราต่อ...
p- ครึ่งหลังก็อย่างที่บอกครับ คนดูทั้งโลกรู้อยู่แล้วว่า มูรินโญ่ จะมามุกไหน ซึ่งนั่นเป็น "หน้าที่" ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ในการแก้ปัญหาครับ เมื่อทำเองไม่ได้ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาโวยวาย


p- หลังเกม มูรินโญ่ ยังหล่นวาทกรรมระดับโลกอย่าง "พวกเราครองเกมเอาไว้ได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องเล่นกับฟุตบอล"
p- สำหรับผมนี่ คือ เรื่องจริง แล้ว มูรินโญ่ ก็ไม่ได้ขี้คุยด้วยครับ !
p- ผมถามว่า ลิเวอร์พูล ครองบอลแล้วได้อะไร ?
p- ผมถามว่า ลิเวอร์พูล เตะมุมเยอะแล้วได้อะไร ?
p- ผมถามว่า ลิเวอร์พูล ได้เซ็ตพีซแล้วได้อะไร ?
p- คำตอบในเกมนี้ คือ "ระเบียบวินัยในเกมรับ" ของ ยูไนเต็ด ล้วนๆ เลยครับ ส่วนประตูที่เสียไปก็ต้องบอกว่า "โชคร้าย" แค่นั้นเอง
p- ผมเชื่ออยู่อย่างนะครับ เกมแบบนี้ ต่อให้เล่นอีก 2 ชั่วโมง ลิเวอร์พูล ก็ยิงเราเองไม่ได้ครับ เพราะพวกเขาไม่มีแผน 2
p- พวกคุณอ่านคอลัมน์ของ "พี่แจ๊คกี้" ในสยามกีฬาหรือยังครับ ?  ผมขออนุญาตคัดประโยคหนึ่งมาให้พวกคุณอ่านครับ (พี่แจ๊คกี้อยู่ในสนามดูสดๆ)
" เรื่องจุดโทษนั้นอยู่ในสนามยังมองไม่ชัดเลยครับ ดูภาพช้าวิจารณ์กันไป แต่ผมว่าไม่เกี่ยวครับ"
"แพ้คือแพ้ อย่าโทษผู้ตัดสิน แพ้เพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่สามารถหาวิธีการทำลายเกมรับแมนฯยูฯได้ รู้ทั้งรู้ว่า มูรินโญ่ ต้องเล่นแบบนี้"
"วางแผนมาแล้วถ้าทำไม่ได้ จะแก้อย่างไร เกมที่เครียดๆ กดดัน สุดๆมันต้องมีทีเด็ดมาเล่นงานคู่แข่ง
p- นี่ครับ ผู้แพ้ที่ดี และดูบอลเป็น ต้องแบบนี้ครับ ผมเชื่อว่า พี่เขาเขียนประโยคนี้ออกมาจากใจ เพราะ เยอร์เก้น คล็อปป์ เป็นแบบนั้นจริงๆ 
p- "รู้ทั้งรู้ว่า" มูรินโญ่ ต้องเล่นแบบนี้ เพราะฉะนั้นนั่นเป็นหน้าที่คุณสิครับที่ต้องหาทางให้ได้
p- อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือ ผมมองว่า เกมนี้ มูรินโญ่ รอดตัวไปแบบสวยๆ และสามารถพูดอะไรก็ได้ นั่นเพราะชัยชนะที่ทำให้ "เกมแพลน" ของเขาได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
p- ลองเกมออกมาเสมอ 2-2 หรือกลับมาแพ้สิครับ โชเซ่ มูรินโญ่ จะโดนถล่มเละเทะทั้งจากนักวิจารณ์ และแฟนบอลทีมเดียวกันเองเรื่องสไตล์การเล่น
p- แต่อย่างที่เขาบอกกันมาเสมอๆ ครับ 
"ผู้ชนะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์"
p- วันนี้เป็นวันของ โชเซ่ มูรินโญ่ และเด็กผี จะพูดอะไร จะบอกอะไร มันถูกไปหมดครับ
p- แต่ถ้ายังย่ำอยู่กับที่หลังผ่านเกมนี้ไป "บางที" มันอาจจะเป็นวันของเด็กหงส์บ้างก็ได้

...แต่ที่แน่ๆ นะครับ สิ่งหนึ่งที่ผมรู้ในวันนี้ คือ เปอร์เซ็นต์ครองบอล กับ จำนวนการผ่านบอล มันใช้แลกเป็นคะแนนที่เซเว่นไม่ได้โว้ยยยยย !!!
...โยอันน์...


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด