:::   04:08 - ผลคาราบาว ลีก คัพ รอบ 3 : แมนฯยูไนเต็ด เสมอ ดาร์บี้ 2-2 (ดาร์บี้ ชนะจุดโทษ 8-7), เวสต์บรอมวิช แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-3   :::   03:57 - ผลกัลโช่ เซเรีย อา : อินเตอร์ มิลาน ชนะ ฟิออเรนติน่า 2-1   :::   03:52 - ผลคาราบาว ลีก คัพ รอบ 3 : เปรสตัน เสมอ มิดเดิ้สสโบรช์ 2-2 (มิดเดิ้สสโบรช์ ชนะจุดโทษ 4-3), วูล์ฟแฮมป์ตัน เสมอ เลสเตอร์ 0-0 (เลสเตอร์ ชนะจุดโทษ 3-1)   :::   03:50 - ผลลา ลีกา : เรอัล โซเซียดาด เสมอ ราโย บาเยกาโน่ 2-2, เอสปันญ่อล ชนะ เออิบาร์ 1-0   :::   03:49 - ผลลีกเอิง : ตูลูส แพ้ แซงต์ เอเตียน 2-3, โมนาโก แพ้ อองเช่ร์ 0-1, น็องต์ แพ้ นีซ 1-2   :::

โอกาสของเชลซี!?!?

วันอังคารที่ 13 มีนาคม 2561 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
7,453
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
เอแด็น อาซาร์ มีภาระหนักอึ้งในการนำทีมสิงห์น้ำเงินบุกเยือน'คัมป์ นู'ดวลกับทีมอาซูลกราน่าของ ลิโอเนล เมสซี่ เพื่อแย่งตั๋วเข้ารอบควอเตอร์ไฟนัลของแชมเปี้ยนส์ลีกคืนวันพุธนี้

'เชลซีดูดีในบางช่วงของเกมกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อมี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นตัวเก็บบอลในแดนหน้าช่วยให้ วิลเลียน และ เอแด็น อาซาร์ มีพื้นที่เล่นบอลมากขึ้น'มุมมองของ ชาร์ลี นิโคลัส อดีตกองหน้าดาวดังของอาร์เซน่อลกล่าวถึงทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งมีคิวเยือน'คัมป์ นู'ลงเตะชี้ชะตาบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีม นัดสองคืนวันพุธนี้ 

'อย่างไรก็ตามถ้า คอนเต้ เลือกเล่นแบบเดียวกับที่เขาทำที่ แมนฯซิตี้ ซึ่งผมคิดว่าเขาอาจจะเลือกแนวนั้น พวกเขาจะไม่มีความสุขเพราะพวกเขาคงจะต้องก้มหน้าก้มตาเล่นบอลอยู่แต่ในแดนตัวเองอีกครั้ง'

'บาร์เซโลน่าพัฒนาการเล่นเกมรับดีขึ้น แต่คุณยังสามารถเล่นงานพวกเขาได้เพราะความตั้งใจเล่นเกมรุกของพวกเขา'


'ผมคิดว่าถ้าพวกเขาเลือกใช้ อัลบาโร่ โมราต้า หรือ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เล่นหน้าเป้า อย่างน้อยพวกเขาอาจจะมีโอกาสสัก 2-3 ครั้งและเปิดโอกาสให้ อาซาร์ พาบอลไปในพื้นที่ทีเขาสามารถทำประตูได้'

'อย่างไรก็ตาม ผมอาจเห็นความผิดหวังเกิดขึ้นกับเขาอีกครั้งในช่วงค่ำวันพุธนี้ รู้ว่าเขาคงไม่ได้รับการสนับสนุนเพื่อแสดงศักยภาพของเขาเพียงพอและจะเหลือวันแห่งความฝันของเขาในการเล่นกับบาร์ซ่าสำหรับ เรอัล มาดริด ในซีซั่นหน้า'

'ลิโอเนล เมสซี่ ได้โอกาสพักในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเกมนี้ ผมจึงไม่ให้ความหวังกับเชลซีมากนัก'

เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์ทีมอาซูลกราน่าปล่อยให้ เมสซี่ ใช้เวลาอยู่กับลูกชายคนที่ 3 เจ้าหนู'ชีโร่'ที่เพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จึงไม่มีส่วนร่วมกับเกมบุกชนะ มาลาก้า 2-0 เมื่อวันเสาร์ โดยได้สองประตูจาก หลุยส์ ซัวเรซ กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 

มุมมองของ นิโคลัส ไม่แตกต่างจากความเห็นของ แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษที่รู้จักทีมพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างดีและยังมีความคุ้นเคยกับบาร์เซโลน่าด้วย 

'ผมคิดว่าบาร์ซ่าจะผ่านเข้ารอบ การบุกยิงประตูในเกมแรกเป็นความได้เปรียบมโหฬาร เชลซีเล่นได้ดีในเกมแรกแต่ผมมองว่าบาร์เซโลน่าแกร่งกว่า เล่นในบ้านและจะมีพื้นที่เล่นมากขึ้นในสนามที่ใหญ่มากอย่าง คัมป์ นู นอกจากนี้พวกเขายังมีเมสซี่ ทีมใดก็ตามที่มีเลโอจะมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งแน่นอน'

หลังเกมเสมอ 1-1 ที่'สแตมฟอร์ด บริดจ์'บังคับให้ เชลซี ต้องมายิงประตูที่'คัมป์ นู'สถานเดียว ซึ่งลินิเกอร์มองว่าทีมของคอนเต้จะต้องเล่นให้ดีสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

'เชลซีจะต้องเล่นดีมากๆในการเผชิญหน้ากับบาร์ซ่าและผมคิดว่าการเล่นใน คัมป์ นู พวกเขาน่าจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง ผมคิดว่าพวกเขาจะตั้งรับเกมให้มั่นคงแข็งแรงและรอจังหวะดักสวนกลับเร็ว แต่มันคงไม่ง่ายนัก ทีมหนึ่งเล่นในถิ่นเล่นเพื่อแฟนบอลที่เข้ามาดูพวกเขาและอีกทีมที่มาเยือนซึ่งต้องการประตู ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็ต้องเปิดหน้าแลกเพื่อตามหาประตูที่ต้องการ'

ลินิเกอร์ ซึ่งเคยค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า 3 ฤดูกาลในช่วงปี 1986-1989 ทราบดีถึงขนาดสนาม'คัมป์ นู'ที่มีความกว้างและยาวมากกว่า'สแตมฟอร์ด บริดจ์'ซึ่งจะมีส่วนช่วยทีมอาซูลกราน่ามีช่องเจาะเข้าทำประตูเชลซีมากขึ้นด้วย 

'เชลซีจะไปเล่นตั้งรับและพวกเขาอาจรู้สึกสบายใจกับการเล่นแนวทางดังกล่าว ขณะเดียวกันบาร์เซโลน่าไม่ได้เล่นเกมบุกด้วยปีกแต่จะหาช่องเจาะตรงกลางและเปิดเกมรุกด้วยฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง เชลซีอาจจะพอรับมือได้และพวกเขายังไม่กลัวการเล่นลูกกลางอากาศของคู่แข่งด้วย อย่างไรก็ตามสนาม คัมป์ นู มีความกว้างและยาวมากกว่า สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งพวกเขาจะสามารถควบคุมทุกอย่างได้มากขึ้น บาร์ซ่าจะมีช่องว่างในการเจาะเข้าทำประตูคู่แข่งมากขึ้น'

อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษคาดการณ์ว่า อันโตนิโอ คอนเต้ จะวางแผนมาเล่นเกมรับเต็มรูปแบบที่'คัมป์ นู'เพื่อรับมือกับทีมที่เล่นเกมรุกทรงประสิทธิภาพอย่างบาร์เซโลน่า 

'เชลซีจะเล่นด้วยกองหลัง 5 คนและมีผู้เล่นกองกลางอีก 4 คนอยู่ด้านหน้า โดยจะเหลือผู้เล่นข้างหน้าไว้เพียงคนเดียว บางครั้งอาจจะเป็นผู้เล่นหมายเลข 9 แต่บางครั้งก็ไม่ มันคงเป็นเกมที่บาร์ซ่าพยายามหาช่องเจาะปราการสีน้ำเงิน พวกเขาคงพยายามวิ่งสลับตำแหน่งเพื่อทำลายเกมป้องกันของคู่แข่ง รวมถึงการเล่นชิ่งสั้นต่อบอลเท้าสู่เท้าเล่นในพื้นที่แคบๆและยังมีการเปิดบอลยาวในบางครั้งสร้างความประหลาดใจให้แนวรับคู่แข่ง แต่ถ้าเชลซียังเล่นเกมรับอยู่ในแดนตนเองและค่อยๆบีบคู่แข่งทีละเล็กทีละน้อย มันก็อาจจะช่วยทำให้มีช่องว่างให้คู่แข่งเจาะเข้าทำน้อยลงด้วย'

เชลซี เป็นทีมที่แตกต่างไปจากเดิมที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อปีก่อน ซึ่งลินิเกอร์มองว่าส่วนหนึ่งมาจากทีมของคอนเต้สูญเสียความมั่นใจจากการทำผลงานแย่ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลและยังเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเสียสองผู้เล่นสำคัญอย่าง ดีเอโก้ คอสต้า กับ เนมานย่า มาติช ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาด้วย 

'เชลซีเคยเล่นได้ดีมากในปีที่แล้ว แต่ฤดูกาลนี้พวกเขาเล่นดีนัดหนึ่งสลับด้วยการเล่นแย่อีกนัดหนึ่ง มันทำให้พวกเขาเสียความมั่นใจ พวกเขายังเสียสองผู้เล่นสำคัญอย่าง มาติช และ ดีเอโก้ คอสต้า ซึ่งมีผลต่อพวกเขามาก พวกเขามีเกมที่ดีกับบาร์ซ่า แต่คู่แข่งเป็นฝ่ายครองบอลเกือบทั้งเกมและพวกเขารู้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้งใน คัมป์ นู บาร์ซ่าจะสร้างความประหลาดใจให้พวกเขามากขึ้น นอกเหนือจากสนามซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ'

อย่างไรก็ตามลินิเกอร์มองว่าทีมสิงห์น้ำเงินยังมีทีเด็ดพอที่จะเล่นงานทัพอาซูลกราน่า ซึ่งนักเตะคนดังกล่าวไม่ใช่ อาซาร์ แต่เป็น วิลเลียน ที่อดีตกองหน้าทีมสิงโตคำรามมองว่าเป็นตัวอันตรายสุดของเชลซี ณ เวลานี้ 

'นักเตะบราซิเลียนเป็นคนนั้น เขาเป็นนักเตะอันตรายที่สุดของเชลซี เขาทำได้ดีมากในการดวลแบบตัวต่อตัว วิลเลียนยังยิงประตูแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ผมบอกไม่ได้ว่าพวกเขาจะตามเกาะติดวิลเลียนหรือไม่เพราะนั่นคือความเสี่ยงหากคู่แข่งเหนือกว่าตัวประกบของเขา แต่บาร์ซ่าคงไม่เปิดโอกาสให้เขาเล่นง่ายเหมือนเกมแรก'

เชลซีมีนักเตะที่พร้อมสร้างอันตรายให้แนวรับของบาร์เซโลน่าตามมุมมองของ ลินิเกอร์ มันจึงขึ้นอยู่กับการเลือกแนวทางการเล่นของคอนเต้ว่าตั้งใจเล่นเกมรับเพื่อรอแพ้หรือเปิดเกมแลกเสี่ยงวัดดวงเพื่อลุ้นเข้ารอบต่อไป 

อย่างไรก็ตามสถิติการมาเยือน'คัมป์ นู'บนเวทียุโรปไม่ดีนัก 6 ครั้งที่ผ่านมาลงเอยด้วยการเสมอ 4 ครั้ง แพ้ 2 ครั้ง หนล่าสุดคือการดวลกันในรอบตัดเชือกบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2011-2012 


บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายออกนำ 2-0 จากการทำประตูของ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กับ อันเดรส อีเนียสต้า ก่อนที่ รามีเรส จะยิงตีไข่แตกในช่วงท้ายครึ่งแรกจนกระทั่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส ทำประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บส่งผลให้ทีมสิงห์น้ำเงินแย่งตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 3-2 ก่อนคว้าแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์สำเร็จ

ส่วนการมาเยือน'คัมป์ นู'3 ครั้งก่อนหน้านั้นของทีมสิงห์น้ำเงินไม่เคยพบความพ่ายแพ้ หลังเกมลงเอยด้วยการเสมอ 0-0, 2-2 กับ 1-1 ตามลำดับ 

ครั้งล่าสุดที่เชลซีพ่ายแพ้ที่สนามแห่งนี้เกิดขึ้นในการเล่นรอบ 16 ทีมนัดแรกของแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2004-2005 ซึ่งทีมสิงห์น้ำเงินได้ประตูขึ้นนำก่อนจากการยิงตัวเองของ ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ ก่อนบาร์ซ่ายังทวงคืนสองลูกรวดในช่วงครึ่งหลังจาก มักซี่ โลเปซ กับ ซามูแอล เอโต้ 

จากพื้นเพความเป็นมาในอดีต เชลซี ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์แย่งตั๋วเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนัลเช่นกันแม้ว่าบรรดาผู้สันทัดกรณีส่วนใหญ่จะมองว่าพวกเขามีโอกาสเข้ารอบน้อยกว่าทัพอาซูลกราน่าก็ตาม 




ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด