:::     :::

สมควรแพ้!

วันพุธที่ 14 มีนาคม 2561 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
2,283
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังผ่านช่วงสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยม ทว่าตอนนี้ แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาอยู่ในห้วงอารมณ์หม่นหมองอีกครั้ง

นับตั้งแต่แซงชนะ เชลซี ต่อยอดด้วยพลิกนรกบุกคว้าชัยจาก คริสตัล พาเลซ และปิดท้ายด้วยการเปิดรังเอาชนะ อริไม่เผาผีอย่าง ลิเวอร์พูล ทว่าสุดท้ายสวรรค์ที่แฟนบอล ปิศาจแดง หวังไว้ต้องมลายหายไป

ตามความคาดหมายของแฟนบอลคือการเอาชนะ เซบีย่า ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อด้วยเปิด โอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะ ไบรท์ตัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดก่อนพักเบรกทีมชาติ

แต่สุดท้ายความหวังดังกล่าวต้องชะงักเพราะทีมดันแพ้ เซบีย่า คารังตนเองไป 1-2 พร้อมกับร่วงตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ชนิดที่สะใจกองแช่ง

จะว่าไปแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายหากดูจากรูปเกมตลอด 90 นาที เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

แม้ว่า ยูไนเต็ด จะมีโอกาสออกนำแบบจะแจ้งในครึ่งแรกจากลูกสับไกของ มารูยาน เฟลไลนี่ และ เจสซี่ ลินการ์ด ในครึ่งหลัง แต่ก็ต้องยอมรับว่าโดยรวมแล้วรูปเกมไม่ได้ดีกว่าทีมเยือนจากสเปน หรือสร้างความอันตรายได้มากเท่าไหร่

มิหนำซ้ำเป็น เซบีย่า ภายใต้การนำของ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ที่ฉกฉวยโอกาสจากตัวสำรองอย่าง วิสซาม เบน เยแดร์ ที่ลงมาแล้วสร้างความแตกต่างได้ชัดเจน


จุดนี้ต้องยกเครดิตให้กับการปรับแดนหน้าของ มอนเตลล่า เพราะไม่เพียง เบน เยแดร์ จะทำคนเดียวสองประตู แต่แนวรุกกเชื้อสายตูนิเซียที่ไปเกิดในฝรั่งเศส สามารถสร้างความปั่นป่วนในแนวรับ ปิศาจแดง ได้เป็นอย่างดี

อดีตกองหน้าของ ตูลูส มีดีที่ความเร็วอยู่แล้วแถมยังมีจังหวะจบสกอร์ที่หวังผลได้เสมอยามมีโอกาส

ประตูแรกที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจากความยอดเยี่ยมของเขาที่สอดทะลุคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขึ้นไปก่อนจะดึงจังหวะหลอก เอริค ไบยี่ แล้วหวดบอลเสียบเสาเข้าไป

นั่นคือประตูที่สำคัญของเกมเพราะนอกจากจะทำให้ เซบีย่า ออกนำ มันยังหมายถึง 'อะเวย์ โกล' ที่มีค่าอย่างมากของทีมเยือน

ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากออกนำ เซบีย่า ก็ยังมาฉกฉวยโอกาสจากลูกเตะมุม และเป็นอีกครั้งที่ เบน เยแดร์ อยู่ได้ถูกที่ถูกเวลา

สิ่งที่เกิดขึ้นนักเตะ ปิศาจแดง ต้องรับผิดชอบไปแบบเต็มๆ ไล่ตั้งแต่ประตูแรกที่เสียแบบไม่น่าเสีย เพราะมันมาจากการจ่ายบอลที่พลาด (สั้นไป) และโดนตัดได้ก่อนจะนำมาซึ่งการเสียประตู

ลูกที่สองนี่ยิ่งน่าเขกหัวนักเตะทุกคนในทีม เพราะดันมาสมาธิหลุดแบบง่ายๆ จากลูกเตะมุมที่ปล่อยให้ ฮัวกีน กอร์เรอา โขกเช็ดสะบัดคนเดียวไปเสาไกล แบบที่ไม่มีใครตามมาไปประกบ ก่ออบอลจะลอยไปเข้าทาง เบน เยแดร์ และเป็นอย่างที่ทุกคนทราบ

ผิดกับตัวสำรองที่ลงมาของ ยูไนเต็ด ที่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปเกมได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ ปอล ป็อกบา ที่พยายามจะลงมาเพิ่มการขับเคลื่อน ที่พอยิ่งเล่นยิ่งถอยหลังเข้าคลอง (จังหวะประทับใจคือการผ่านบอลออกช้างสนามทางขวาแบบไม่มีเหตุผล)


แรงจูงใจ หรือ แรงกระตุ้นในเกมของ ปิศาจแดง โดยเฉพาะหลังจากเสียประตูดูจะตกลงไป การต่อบอล, การเข้าทำ ซึ่งก่อนจะเสียประตูก็ทำได้ไม่ดี แถมจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม

เรื่องเก่าๆ เกิดขึ้นอีกครั้งและเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัดเจนจากหลายเกมที่ผ่านๆมา นั่นคือการเข้าทำที่ขาดมิติและรูปแบบ

อย่างที่เคยเรียนไปหลายครั้งแล้วว่า ยูไนเต็ด ชุดนี้มีปัญหาในการสื่อสารระหว่างแนวรุกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง, ต่อบอล, ทำทาง หรือการสอดประสานที่ขัดใจทุกครั้ง (ในช่วงหลัง)

แม้จะทำประตูได้ตลอดแต่บ่อยครั้งก็มาจากจังหวะฉาบฉวย หรือลูกนิ่ง ครั้นจะเห็นจังหวะแบบต่อบอลงามๆเหมือนในช่วงต้นฤดูกาลนั้น แต่อย่าได้หวัง เพราะมันหายไปอย่างสิ้นเชิงโดยไม่ทราบสาเหตุ

อีกหนึ่งจุดสำคัญที่เห็นได้อย่างชัดเจนหลังจาก ปิศาจแดง ตกเป็นฝ่ายตามหลัง นั่นคือแรงจูงใจที่จะกลับมา

ทุกอย่างมันแสดงออกมาทางสีหน้าว่านักเตะบางคนยังใจไม่ถึงพอที่จะเจอกับเกมสำคัญแบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบแบบนัดล่าสุด


มันคล้ายกับพวกเขาไม่ได้เตรียมใจเพื่อมาเจอเรื่องราวเช่นนี้ แต่นี่แหละฟุตบอลบางครั้งมันก็ไม่ได้เดินไปตามที่คิด และเมื่อมาเจอกับสถานการณ์ตกที่นั่งลำบาก  มันก็จะแสดงให้เห็นถึงวิธีการว่านักเตะเหล่านั้นจะรับมือและฝ่าฟันออกไปอย่างไร

แต่ ... มันก็ไม่เกิดขึ้น หรือมีสัญญาณอะไรที่ส่งออกมายกเว้นเพียงประตูตีไข่แตกของ โรเมลู ลูกากู 

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ไม่มีข้อแก้ตัว และยอมรับกับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงขอแสดงความยินดีกับ เซบีย่า

อย่ามัวเสียวลาไปหาข้อแก้ตัวหรืออะไรก็ตามที่จะทำให้ตนเองไม่ยอมรับความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้น

สิ่งที่ควรทำคือการกลับมาดูที่ตนเองและมองไปถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และนำมันไปเป็นบทเรียนชั้นดีในการที่จะพัฒนาตนเองต่อไป

วันนี้ล้ม แต่วันต่อไปต้องลุกและเดินไปข้างหน้า สิ่งที่ผิดพลาดสามารถแก้ไขได้ในนัดต่อไป ซึ่งขึ้นอยู่กับนักเตะว่าจะนำมันมาเป็นเครื่องกระตุ้นความมุ่งมั่นในตัวได้หรือไม่

ความพ่ายแพ้เจ็บปวดเสมอ แต่ถ้าหากเรามองในมุมกลับมันก็สามารถเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้มแข็งและได้เรียนรู้อะไรมากมาย

เส้นทางในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จบลงไปแล้ว แต่ใช่ว่าโอกาสต่อไปจะไม่มีอีก

แม้ว่าวันนี้จะผิดหวัง แต่อย่าลืมว่าโอกาสจะเกิดขึ้นเสมอกับคนที่ไม่ท้อแท้ที่เดินหน้าสู้ต่อไป



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด