:::     :::

รู้จักโรเบิร์ต...

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2561 คอลัมน์ เล่าเก่าก้าวใหม่ โดย Latino
1,999
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากมายตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมาทั้งกับสโมสรต้นสังกัดและทีมชาติโปแลนด์

เขาเริ่มจุดประกายฟุตบอลเยอรมันตั้งแต่เดินทางมาถึง ดอร์ทมุนด์ ในช่วงหน้าร้อนปี 2010 แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เครื่องจักรผลิตประตูของ บาเยิร์น มิวนิค ที่เพิ่งฉลองการกระทุ้งครบ 100 ประตูบนเวทีบุนเดสลีกาเมื่อไม่นานมานี้ 

เลวานดอฟสกี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองหน้าดีที่สุดในโลก ซึ่งทาง'ทีเอชสปอร์ต'นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับดาวยิงชาวโปลที่น่าสนใจมีอยู่ 10 ข้อดังนี้ 

1.จุดเริ่มต้น

เขาเกิดที่กรุงวอร์ซอเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1988 พ่อแม่ตั้งชื่อว่า'โรเบิร์ต'ซึ่งอาจเป็นเพราะการมองการณ์ไกลเพื่อให้ชาวต่างชาติออกเสียงง่ายขึ้นเมื่อเขาก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ระดับชาติ เลวานดอฟสกี้มี'ดีเอ็นเอ'ความเป็นนักกีฬามาจากครอบครัวของเขา'เคอร์ซิซตอฟ'บิดาเป็นแชมป์ยูโดของโปแลนด์และยังเล่นฟุตบอลระดับดิวิชั่น 2 กับ ฮัตนิค วอร์ซอ ขณะที่'อีโวน่า'คุณแม่เป็นนักวอลเล่ย์บอลอาชีพ 


มีเลน่า พี่สาวของโรเบิร์ตกล่าวถึงน้องชายว่า'สามีฉันรู้ว่าพวกเราส่งเสริมให้เขาเป็นนักฟุตบอล นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นโรเบิร์ต การเดินทางข้ามทวีปยุโรป เคอร์ซิซตอฟเห็นถึงความสำคัญของชื่อซึ่งจะเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ' 

แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่พ่อของเลวานดอฟสกี้ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อดูการคาดการณ์ของเขาเป็นความจริง เคอร์ซิซตอฟเสียชีวิตในปี 2005 ราว 3 ปีก่อนหน้าโรเบิร์ตจะลงประเดิมศึกโปลิช เอคสตราคลาซ่า กับ เลช พอซนัน 

2.จากเด็กผอมสู่'เดอะ บอดี้' 

เลวานดอฟสกี้ มีรูปร่างเล็กและผอมตอนเด็ก ตอนที่ ฟรานชิสเซ็ค สมูด้า โค้ช เลช พอซนัน เห็นเขาครั้งแรกพร้อมอุทานกับสเกาต์ของเขาว่า'เด็กคนนี้มีขาที่ทำด้วยไม้เหรอ? ให้เงินผมกลับไปด้วย ผมต้องไปเติมน้ำมัน' จากนั้นหลายสโมสรยังมองข้ามก่อนที่ ซนิชซ์ พรุสซ์คอฟ จะเปิดโอกาสให้เขา แต่โค้ชหลายคนยังกังวลกับสภาพร่างกายของเลวานดอฟสกี้ โดยหนึ่งในนั้นแนะนำให้เขากินเบคอนมากขึ้นเพื่อเพิ่มน้ำหนักตัว แม้คำแนะนำดังกล่าวจะไม่ได้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่โรเบิร์ตนำมาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจนมีร่างกายสมส่วนและแข็งแกร่งขึ้น 

เมื่อตอนที่เขามาถึงดอร์ทมุนด์มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพชัดเจนและได้รับการเรียกขานจาก นูริ ซาฮิน ว่า'เดอะ บอดี้' มิดฟิลด์ชาวเติร์กกล่าวถึงกองหน้าชาวโปลว่า'เลวี่มีร่างกายที่น่าทึ่งมากที่สุด มันเป็นมัดกล้ามเนื้อเพียวๆ มันทำให้ผู้เล่นคนในห้องแต่งตัวรู้สึกทึ่งมาก' 

การปรับสภาพร่างกายจากเด็กตัวเล็กและผอมมาจากการช่วยเหลือของ 'อันนา'ภรรยาของเลวานดอฟสกี้ซึ่งเป็นอดีตแชมป์คาราเต้และยังเป็นนักโภชนาการด้านกีฬาที่คอยให้คำแนะนำสามีเธอเกี่ยวกับการกินอาหารและการสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายของโรเบิร์ต 


3.ซูเปอร์ซับ 

ก่อนที่เขาจะเหมาะกระทุ้งคนเดียว 5 ประตูหลังจากลุกมาจากม้านั่งสำรองในเกมกับ โวล์ฟสบวร์ก ในเดือนกันยายนปี 2015 เลวานดอฟสกี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขาทั้งหมดในฐานะซุเปอร์ซับ แม้โค้ชของเขาจะทราบดีว่าโรเบิร์ตยังไม่พร้อมสำหรับการลงเล่น 11 คนแรก ในเดือนกรกฎาคม 2008 ตอนอายุ 19 โรเบิร์ตถูกเปลี่ยนลงสนามก่อนยิงประตูตั้งแต่เกมประเดิมกับ เลช พอซนัน ในรอบคัดเลือกของศึก ยูฟ่า คัพ กับ คาซาร์ ลันคาราน จากอาเซอร์ไบจาน 


ช่วงเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เลวานดอฟสกี้ ใช้เวลาเพียง 4 นาทีทำประตูแรกในลีกโปลในเกมกับ จีเคเอส เบลชาตอฟ และอีกหนึ่งเดือนต่อมา เขากระทุ้งประตูแรกจากการลงเล่นให้ทีมชาติโปแลนด์หลังลงสนามเพียง 8 นาทีในรอบคัดเลือกของศึกฟุตบอลโลกกับ ซาน มารีโน่ 'ผมขออุทิศประตูนี้ให้พ่อของผม'เลวานดอฟสกี้กล่าวหลังเกมนั้น 

4.ทำลายสถิติ

ย้อนกลับไปที่เกมกับ โวล์ฟสบวร์ก ซึ่ง บาเยิร์น นำในช่วงครึ่งแรก 1-0 ก่อนที่ 'เป๊ป'กวาร์ดิโอล่า จะส่ง เลวานดอฟสกี้ ลงเล่นแทน ติอาโก้ อัลกันตาร่า หัวหอกชาวโปลสร้างชื่อลง'กินเนสส์ บุ๊ค'หลังทำสถิติโลกด้วยการยิง 5 ประตูรวดในช่วงนาที 51,52,55,57 และ 60 พร้อมสร้างสถิติทำ 3 ประตู (3 นาที 22 วินาที), 4 ประตู (5 นาที 42 วินาที) และ 5 ประตู (8 นาที 59 วินาที) เร็วสุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา 

มันเป็นครั้งที่ 2 ในอาชีพค้าแข้งกับ เลวานดอฟสกี้ ที่โชว์ฟอร์มเหนือดุจเทวดาหลังเคยกระทุ้ง เรอัล มาดริด คนเดียว 4 ประตูในรอบตัดเชือกของศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนเมษายนปี 2013 ช่วงที่ยังค้าแข้งกับดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นการประกาศให้โลกรู้ถึงความเป็นยอดนักเตะอย่างแท้จริงของโรเบิร์ต  

5.กัปตันมหัศจรรย์ 

โปแลนด์ เข้ารอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดเมื่อปี 2006 ช่วงเวลานั้น เลวานดอฟสกี้ กำลังเลียแผลใจหลังถูกสโมสรบ้านเกิดอย่าง ลีเกีย วอร์ซอ มองข้ามและเตรียมพร้อมสำหรับการลงเล่นระดับดิวิชั่น 3 กับ ซนิชซ์ ก่อน เลวานดอฟสกี้ จะทำผลงานร้อนแรงในรอบคัดเลือกของศึกฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งช่วย โปแลนด์ คว้าแชมป์กลุ่ม อี พร้อมยิง 16 ประตูซึ่งเป็นสถิติใหม่ของรอบคัดเลือกโซนยุโรป 

นับแต่เขาได้รับความไว้วางใจจาก อดัม นาวาลกี้ ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมตั้งแต่ช่วงปลายปี 2014 เลวานดอฟสกี้กลายเป็นตัวนำโชคของทีมชาติโปแลนด์ เขาทำ 13 ประตูเทียบเท่า เดวิด ฮีลี่ย์ ในรอบคัดเลือกของศึกยูโร 2016 โรเบิร์ตยังยิงประตูนำ โปรตุเกส ตั้งแต่ช่วง 2 นาทีแรก ก่อนจะถูกตามตีเสมอก่อนดวลเป้าพ่ายตกรอบควอเตอร์ไฟนัล 

ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เลวานดอฟสกี้ เป็นนักเตะคนแรกของโปแลนด์ที่ยิงประตูมากสุดตลอดกาลหลังกดเม็ดที่ 51 จากการลงเล่น 91 นัด ขณะที่'ปิลก้า นอซน่า'นิตยสารฟุตบอลที่ทรงอิทธิพลของประเทศยกย่องโรเบิร์ตเป็นนักเตะยอดเยี่ยมตลอด 7 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ คูซเนีย ราชิบอร์สก้า เมืองบ้านเกิดยังนำชื่อเลวานดอฟสกี้ไปตั้งชื่อถนนเพื่อเป็นเกียรติสำหรับเขาด้วย 

6.ภูเขาไฟเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง 

เลวานดอฟสกี้ไม่เคยสัมผัสบุนเดสลีกา ก่อนหน้าจะย้ายมาร่วมหอลงโรงกับ ดอร์ทมุนด์ อดีตกองหน้าเลชเคยถูก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เชิญไปเยี่ยมสโมสร ขณะเดียวกัน แซม อัลลาไดซ์ กุนซือในขณะนั้นยังเดินทางมาโปแลนด์เพื่อพบนักเตะเป็นการส่วนตัวด้วย 'ผมคิดว่าอัลลาไดซ์เป็นคนดีคนหนึ่งและเป็นโค้ชที่ดีมาก'เลวานดอฟสกี้กล่าวกับ เดอะ เดลี่ เมล 'เขาพร้อมที่จะเปิดรับผู้เล่นหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นอะไรใหม่ๆและอาจจะเป็นสิ่งพิเศษ'

อย่างไรก็ตามเมื่อ'เอลยาฟยัลลาโยกูลล์'ภูเขาไฟชื่อเรียกยากของไอซ์แลนด์เกิดปะทุขึ้นในปี 2010 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศทำให้ เลวานดอฟสกี้ ไม่สามารถเดินทางไปสหราชอาณาจักรในช่วงฤดูกาลใบไม้ผลิ 'เที่ยวบินถูกจองไว้แล้ว แต่เราไม่สามารถเดินทางได้ มันเปลี่ยนชีวิตผมหรือเปล่า? บางทีอาจจะใช่ ผมอาจจะไปที่นั่นและอยู่ต่อ แต่จากนั้นผมทราบเรื่องเกี่ยวกับดอร์ทมุนด์และนั่นเป็นก้าวต่อไป'

7.เครดิต'คล็อปป์'

เลวานดอฟสกี้ เล่นกับโค้ชดีที่สุดในโลกที่ บาเยิร์น มิวนิค ทั้ง 'เป๊ป'กวาร์ดิโอล่า, คาร์โล อันเชล็อตติ และ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส แต่เขายังยกเครดิตให้นายเก่าที่ดอร์ทมุนด์และกุนซือคนปัจจุบันของลิเวอร์พูล เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งช่วยปลุกปั้นเขาจนกลายเป็นแข้งระดับ'เวิลด์-คลาสส์' 

'เขาเป็นคนหนึ่งที่มอบความเชื่อมั่นให้ผม'เลวานดอฟสกี้ชี้แจง'ในช่วง 3 หรือ 4 เดือนแรกในการฝึกซ้อม ก่อนหน้าจะลงเล่นเกม เขาจะเดิมพันกับกองหน้าระหว่างเขากับผม ในช่วงแรกไม่กี่ครั้ง เขาจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ แต่หลังจากนั้นก็ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก มันเป็นเงินเดิมพัน 50 ยูโรต่อเกมและท้ายที่สุดผมยังได้กำไรนะ แต่เขาเห็นตั้งแต่ครั้งแรกว่าความสำคัญมันอยู่ที่การฝึกซ้อม เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้ผมเป็นนักฟุตบอลที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ ผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรที่บาเยิร์น ผมยังคงใช้อาวุธของผมในการทำประตูที่แตกต่างกัน แต่รูปแบบของผมยังเป็นเหมือนตอนที่อยู่ดอร์ทมุนด์'

8.เครื่องจักรผลิตประตูของบุนเดสลีกา

เลวานดอฟสกี้ นำ เลช พอซนัน คว้าแชมป์เอคสตราคลาซ่าครั้งแรกในรอบ 17 ปีและยิง 18 ประตูในลีก ก่อนตัดสินใจย้ายมาประทับตราตัวตนในศึกบุนเดสลีกาซึ่งต้องใช้ความอดทนในช่วงแรกเมื่อเขายังเป็นตัวสำรองของ ลูกัส บาร์รีออส แต่เมื่อนักแม่นปืนชาวโปลเริ่มใส่เกียร์เดินหน้าก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดเขาได้ เขาทำอย่างน้อย 20 ประตูตลอดการเล่นกับดอร์ทมุนด์ช่วง 3 ปีแรก ก่อนจะกลายเป็นผู้เล่นคนแรกต่อจาก แกร์ด มุลเลอร์ ที่ทำถึง 30 ประตูสองฤดูกาลติดต่อกันกับ บาเยิร์น มิวนิค 

ในเดือนมีนาคม 2018 เลวานดอฟสกี้กระทุ้งครบ 100 ประตูบนเวทีบุนเดสลีกาหลังนำทีมแคว้นบาวาเรียถลุง ฮัมบูร์ก 6-0 กลายเป็นผู้เล่นต่างชาติที่ทำประตูมากสุดในประวัติศาสตร์สโมสร แต่เขายังต้องการอีก 18 ประตูเพื่อทำลายสถิติของ เคลาดิโอ ปีซาร์โร่ ซึ่งเป็นแข้งต่างชาติที่กระทุ้งมากสุดจำนวน 192 ประตู แน่นอนว่ามันคงไม่เกินความสามารถของโรเบิร์ต 

9.ตู้เก็บถ้วยรางวัล 

เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2011-2012 มีเฉพาะ ลิโอเนล เมสซี่ ของ บาร์เซโลน่า กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของ เรอัล มาดริด ที่กระทุ้งประตูมากกว่า เลวานดอฟสกี้ ซึ่งเป็นการอธิบายได้เป็นอย่างดีว่าทำไมโรเบิร์ตถึงได้รับถ้วยรางวัลมากมายในชื่อของเขากับสิ่งที่ทำกับทีม เช่นเดียวกับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของโปแลนด์ 7 สมัยติดต่อกันและยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกถึง 5 ครั้งจาก 11 ฤดูกาล 

เลวานดอฟสกี้ คว้ารางวัลดาวซัลโวบุนเดสลีกา 2 สมัยเมื่อปี 2014 กับ 2016 เขากำลังจะกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 4 ที่คว้ารางวัลดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3 ต่อจาก แกร์ด มุลเลอร์, คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิเก้ และ อูล์ฟ เคียร์สเท่น หลังกระทุ้ง 23 ประตูและกำลังจะนำทีมยักษ์บาวาเรียนคว้าแชมป์ลีกเมืองเบียร์ 4 สมัยติดต่อกัน 

เขาเคยคว้าแชมป์บุนเดสลีกากับ ดอร์ทมุนด์ มาแล้ว 2 ครั้งและคว้าแชมป์ลีกของประเทศกับสามสโมสรชั้นนำที่เคยสังกัด มีเพียงแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรายการเดียวที่ยังไม่เคยสัมผัส หลังทีมเสือเหลืองของเขาเคยพ่ายทีมเสือใต้ในนัดชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์เมื่อปี 2013 แต่ซีซั่นนี้ทีมของไฮย์เกสกำลังลุ้นคว้า'ทริปเปิ้ลแชมป์'อีกครั้ง 

10.กล้ามเนื้อผสมผสานกับสมอง

'เลวานดอฟสกี้มีความเป็นมืออาชีพมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา'กวาร์ดิโอล่าเคยกล่าวไว้ 'เขาคิดเกี่ยวกับอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ, การนอนและการฝึกซ้อมตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน เขาจะอยู่ที่นั่นเสมอ ไม่เคยบาดเจ็บเพราะเขามุ่งเน้นไปกับเรื่องเหล่านี้และเขารู้ดีว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาอยู่ในสภาพดีที่สุด' 


เหมือนกับผู้เล่นระดับ'เวิลด์-คลาส' กัปตันทีมชาติโปแลนด์ฝึกซ้อมหนักเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะ เขามองไปถึงอนาคตหลังจบการศึกษาปริญญาตรีด้านพลศึกษาในวันถัดมาหลังทีมโปลการันตีตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2018 วิทยานิพนธ์ที่อ้างอิงมาจากอาชีพค้าแข้งของเขายังได้รับคะแนนสูงสุดด้วย นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของร่วมของกองทุนที่ประสบความสำเร็จในโปแลนด์

ทั้งหมดเป็นเรื่องราวของชายชื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกกัปตันทีมชาติโปแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา 




ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด