:::     :::

10 ภารกิจโค้งสุดท้ายพรีเมียร์

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เสร็จสิ้นโปรแกรมทีมชาติในเดือนมีนาคม ต่อจากนี้เป็นเรื่องของ "สโมสร" เต็มรูปแบบซึ่งในโค้งสุดท้ายของฤดูกาลก็เข้มข้นชนิดห้ามกระพริบตา

ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังได้ลุ้นสนุกทั้งพื้นที่ท็อปโฟร์เพื่อไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า และโซนท้ายตารางที่สู้ยิบตาจนเลือดสาดเพื่อหนีตาย 

ขณะที่การลุ้นแชมป์อาจไม่เสียวหัวใจอะไรมากเพราะแมนฯ ซิตี้ แทบตีตราจองไปแล้ว ทว่าก็ยังมีเป้าหมายอื่นให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ลุ้นเพื่อเพิ่มความยอดเยี่ยมให้กับทีมมากยิ่งขึ้น

นี่คือ 10 ภารกิจสำคัญและน่าจับตามองในช่วง 7-8 นัดสุดท้ายก่อนปิดฉากฤดูกาลนี้ 

1 ) เป๊ป กับการพาแมนฯ ซิตี้ ทุบ 2 สถิติ


ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไม่น่าหลุดมือ แมนฯ ซิตี้ แต่สิ่งที่ต้องตามลุ้นต่อคือการสร้างสถิติขึ้นมาใหม่ทั้งคะแนนและจำนวนประตูที่ทำได้

สถิติเก็บคะแนนมากสุดของพรีเมียร์ลีกทำไว้โดย เชลซี ที่ 95 คะแนนในฤดูกาล 2004-05 ยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ส่วนสถิติยิงประตูมากสุดก็ยังเป็น "สิงห์บลูส์" ในฤดูกาล 2009-10 ซึ่งคุมทีมโดย คาร์โล อันเชล็อตติ

เรือใบสีฟ้า ต้องการอีก 15 คะแนน และ 19 ประตูจาก 8 นัดสุดท้ายก็จะคว้าแชมป์พร้อมสร้าง 2 สถิติพรีเมียร์ลีกขึ้นใหม่...ซึ่งถ้าหากทำได้ก็ควรต้องประทับตราให้พวกเขาคือ "ทีมที่ดีที่สุด" ตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย


2 ) ภารกิจคว้าตั๋วชปล. เพื่อสนามแห่งใหม่ของไก่เดือยทอง  


ฤดูกาลหน้า สเปอร์ส จะได้ใช้งามสนามแห่งใหม่ที่สร้างทับไวท์ ฮาร์ท เลน แห่งเดิมซึ่งคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ "ขึ้นบ้านใหม่" ด้วยเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ตอนนี้ สเปอร์ส รั้งอันดับ 4 ตามหลัง อันดับ 2 แมนฯ ยูไนเต็ด และอันดับ 3 ลิเวอร์พูล 4 และ 2 คะแนนตามลำดับ ขณะที่อยู่เหนืออันดับ 5 เชลซี 5 คะแนน

ความสำคัญในการเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ใช่เพียงแค่เม็ดมหาศาลที่รออยู่ แต่ยังน่าจะช่วยผูกมัดบุคลากรสำคัญของทีมให้ปักหลักรับใช้ทีมต่อไประยะยาวไม่ว่าจะเป็นกุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และคีย์แมนทั้ง แฮร์รี่ เคน, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริคเซ่น และ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์


3 ) โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แบเบอร์กับตำแหน่งดาวซัลโว ?


มีคำถามเกิดขึ้นอยู่บ้างว่าทำไมลิเวอร์พูลถึงยอมจ่าย 39 ล้านปอนด์เพื่อดึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มาร่วมทีมเพราะหลายคนยังติดตาภาพความล้มเหลวกับเชลซี ทว่าตอนนี้ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์พิสูจน์ข้อสงสัยได้หมดจด และน่าจะมีค่าตัวพุ่งขึ้น 4-5 เท่าเลยทีเดียว

ซาลาห์ ทำผลงานสุดระห่ำกดไม่ยั้ง 28 ประตู นำเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก และมีโอกาสสูงที่จะคว้ารองเท้าทองคำไปครองเพราะคู่แข่งสำคัญอย่าง แฮร์รี่ เคน จากสเปอร์สก็เจ็บพักใหญ่ ส่วน เซร์คิโอ อเกวโร่ ของแมนฯ ซิตี้ ก็ตามหลังถึง 7 ประตู

อดีตแข้งโรม่ามีโอกาสเป็นแข้งหงส์คนที่ 3 ต่อจาก ไมเคิ่ล โอเว่น และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ครองตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก และที่น่าติดตามอีกอย่างคือการทำลายสถิติพรีเมียร์ลีก 34 ประตูที่ทำไว้โดย แอนดี้ โคล กับ อลัน เชียเรอร์


4 ) เบิร์นลี่ย์ตีตั๋วยุโรปได้ ?


โควตายุโรปในถ้วยยูโรปา ลีกใบสุดท้ายจะตกเป็นของทีมอันดับ 7 ในลีก เว้นแต่ว่า เซาธ์แฮมป์ตัน คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้ และทีมอันดับ 7 ในตอนนี้คือ เบิร์นลี่ย์ ซึ่งก่อนเริ่มฤดูกาลคือหนึ่งในทีมเต็งตกชั้น

ครั้งสุดท้ายที่ เบิร์นลี่ย์ ได้เล่นถ้วยยุโรปต้องย้อนไปเมื่อ 51 ปีที่แล้วที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศรายการอินเตอร์ ซิตี้ส์ แฟร์ คัพ ก่อนโดน แฟร้งค์เฟิร์ต เขี่ยตกรอบ

ฌอน ไดช์ และลูกทีมหวังจะนำบรรยากาศแห่งฟุตบอลถ้วยยุโรปกลับคืนสนามเทิร์ฟ มัวร์ อีกครั้ง โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เอฟเวอร์ตัน 


5 ) 3 ทีมน้องใหม่รอดตายทั้งหมด ?


ก่อนเริ่มฤดูกาล ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ กับ ไบรท์ตัน ถูกมองว่าน่าจะมีชีวิตบนลีกสูงสุดแค่เพียงฤดูกาลก็มากพอและต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ในแชมเปี้ยนชิพ ขณะที่ นิวคาสเซิ่ล อีกทีมที่เลื่อนชั้นมาพร้อมกันก็ไม่ได้เครดิตมากนักเพราะไม่ได้จับจ่ายเสริมทัพอย่างที่ควรจะเป็น

แต่ตอนนี้ 3 ทีมน้องใหม่กลับทำผลงานได้ดีเกินคาด ไบรท์ตัน รั้งอันดับ 12 ตามด้วยนิวคาสเซิ่ลที่ 13 ส่วนฮัดเดอร์สฟิลด์ อยู่อันดับ 15 และด้วยคะแนนของ 10 ทีมในกลุ่มครึ่งล่างที่สูสีกันสุดๆ ทั้งสามทีมก็ยังต้องเน้นในทุกนัดที่เหลือแบบห้ามพลาด

หากทำได้จะเป็นครั้งที่ 3 ในพรีเมียร์ลีกต่อจากปี 2002 และ 2012 ที่ 3 ทีมน้องใหม่เอาตัวรอดอยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อไปได้ 

 

6 ) ทีมของ มาร์ค ฮิวจ์ส "ร่วง" พร้อมกัน ?


มาร์ค ฮิวจ์ส มีสถิติดีงามอย่างหนึ่งคือ ไม่เคยคุมทีมตกชั้น แต่ฤดูกาลนี้กำลังเผชิญกับบททดสอบหนักอึ้งทั้งการคุมทีมใหม่เซาธ์แฮมป์ตัน ขณะที่ทีมเก่าสโต๊ค ซิตี้ ก็อยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน

ฮิวจ์ส โดนช่างปั้นหม้อปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม ก่อนได้รับการแต่งตั้งให้คุมนักบุญเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ถ้าสถานการณ์ของ สโต๊ค ซิตี้ (อันดับ 19) และ เซาธ์แฮมป์ตัน (อันดับ 18) ไม่ดีขึ้นอย่างที่เป็นอยู่ มาร์ค ฮิวจ์ส จะกลายเป็นกุนซือคนแรกที่มีส่วนทำ 2 ทีมตกชั้นในฤดูกาลเดียว


7 ) เดวิด มอยส์ ที่จะตกชั้น 2 ปีติด ? 


เดวิด มอยส์ ฟูมฟักชื่อเสียงด้านโค้ชกับเปรสตันต่อด้วยเอฟเวอร์ตันจนกระทั่งได้รับงานใหญ่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทว่าหลังความล้มเหลวกับผีแดง มอยส์ ก็เหมือนกู่ไม่กลับอีกเลย

เขาไม่ประสบความสำเร็จกับ เรอัล โซเซียดาด รวมถึงยังทำซันเดอร์แลนด์ตกชั้นในฤดูกาลที่แล้ว และฤดูกาลนี้ก็สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เวสต์แฮมร่วงสู่แชมเปี้ยนชิพอีกปีเพราะตอนนี้อยู่ห่างจากโซนตกชั้นเพียง 2 คะแนน

ด้วยปัญหาเกมรับที่ยังเสียประตูง่ายดาย ขณะเดียวกันแฟนบอลก็อยู่ในอารมณ์เดือดกับผลงานของทีม ยิ่งล้วนทำให้งานของ เดวิด มอยส์ ยากยิ่งขึ้นไปกันใหญ่ และในสุดสัปดาห์ก็ต้องทำศึกหนีตาย เซาธ์แฮมป์ตันที่เป็นคู่แข่งโดยตรงอีกด้วย 


8 ) อันดับที่ดีที่สุดของผีหลังยุคป๋า ? 


นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือพร้อมกับตำแหน่งแชมป์เมื่อปี 2013 อันดับของแมนฯ ยูไนเต็ด ในลีกคือ อันดับ 7, 4, 5 และ 6 ขณะที่ฤดูกาลปัจจุบันอยู่ในตำแหน่ง "รองจ่าฝูง"

โชเซ่ มูรินโญ่ มีเป้าหมายพาทีมจบอันดับ 2 ให้ได้ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการเมื่อเทียบกับการทุ่มทุนไปกว่า 330 ล้านปอนด์นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม อีกทั้งยังตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คาบ้าน แต่ก็เป็นผลงานดีสุดของทีมนับตั้งแต่หมดยุคของป๋า 

ตอนนี้ผีแดงนำหน้าลิเวอร์พูล 2 คะแนน และเริ่มกลับสู่ฟอร์มที่ดีอีกครั้งด้วยการชนะ เชลซี, คริสตัล พาเลซ และ ลิเวอร์พูล ใน 3 นัดหลังสุด 


9 ) บิ๊กแซมจะชนะใจกองเชียร์ทอฟฟี่ได้หรือไม่ ? 


ตอนเอฟเวอร์ตันแต่งตั้ง แซม อัลลาไดช์ มาคุมทีมในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีมุมมอง 2 อย่างไม่ตรงกันคือ "บิ๊กแซม" อยากได้สัญญาระยะยาว ขณะที่ทอฟฟี่สีน้ำเงินมองอดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษว่ามีสถานะเป็นหมอผ่าตัดฉุกเฉินมากกว่า

อัลลาไดช์ ทำได้กับการทีมเอฟเวอร์ตันขยับหนีโซนท้ายตารางขึ้นมาอยู่ในกลุ่มครึ่งบน แต่กระนั้นก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้แฟนบอลเพราะผิดหวังกับรูปแบบการเล่นอันไม่เจริญหูเจริญตาและชวนเพลิดเพลิน 

ฟาฮัด โมชิรี่ เจ้าของทีมผู้ทะเยอทะยานต้องประเมินสถานการณ์ของ "บิ๊กแซม" ให้ละเอียดหลังจบฤดูกาลนี้ และตัดสินใจให้ได้ว่านี่คือตัวเลือกที่ใช่ของทีมในระยะยาวหรือไม่


10 ) เดอ บรอยน์ ปาดหน้า ซาลาห์ ซิวนักเตะแห่งปี ?


ไม่มีใครปฏิเสธว่าผลงานยอดเยี่ยมของแมนฯ ซิตี้ ฤดูกาลนี้มาจากฟอร์มอันฉกาจฉกรรจ์ของ เควิน เดอ บรอยน์ ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งซิวรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปี

ทว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ของลิเวอร์พูลก็โชว์ฟอร์มเปรี้ยงปร้างไม่แพ้กัน แถมยังทำประตูเป็นว่าเล่น จนทำให้หลายคนยกให้ "เหนือ" กว่า เดอ บรอยน์ ด้วยซ้ำ 

หากมิดฟิลด์เรือใบอยากเอาชนะตัวรุกขวัญใจเดอะ ค็อป ก็คงต้องระเบิดฟอร์มเก่งต่อเนื่องเพื่อปาดหน้า ซาลาห์ คว้ารางวัลให้ได้ และจะเป็นแข้งซิตี้คนแรกต่อจาก โทนี่ บุ๊ค ในปี 1969 เลยทีเดียว 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด