:::     :::

ลิเวอร์พูล - โรม่า ... สายสัมพันธ์ดาร์บี้แมทซ์แห่งบอสตัน

วันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
3,834
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ลิเวอร์พูล VS โรม่า ศึกดาร์บี้แมทซ์แห่งบอสตัน กำลังจะเริ่มโรมรันแข้งเกมแรกในค่ำคืนนี้

เกมยูฟ่า แชมปเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศระหว่างลิเวอร์พูล พบกับ เอเอส โรม่า ที่จะฟาดแข้งกันในค่ำคืนนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นที่สนใจของแฟนบอลของทั้งลิเวอร์พูล และโรม่า เท่านั้น ข้ามไปอีกซีกโลกหนึ่ง เกมฟุตบอลคู่นี้กำลังเป็นที่สนใจของบรรดาเหล่านักลงทุนชาวและประชาชนชาวอเมริกาอีกด้วย


โดยเฉพาะที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ !!


หนังสือพิมพ์ในเมืองบอสตัน ต่างติดความเคลื่อนไหว และรายงานความคืบหน้าของเกมคู่นี้ ไม่ต่างอะไรกับการรายงานข่าวเกมบาสเกตบอล NBA รอบเพลย์ออฟ ที่กำลังขับเคี่ยวอยู่ในเวลานี้เลย


ทุกคนทราบดีว่า เกมฟุตบอลหรือที่อเมริกันชนเรียกกันว่า ซอคเกอร์ ไม่ใช่กีฬายอดนิยมของประเทศมหาอำนาจนี้สักเท่าไหร่ เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ ก็ไม่ใช่ลีกที่คนนิยมนัก เมื่อเทียบกับบาสเกตบอล, เบสบอล หรือ อเมริกัน ฟุตบอล


อ่านมาบรรทัดนี้ หลายคนคงเกาหัวแกรกๆ สงสัยว่าทำไมหนังสือพิมพ์ในเมืองบอสตัน ถึงติดตามความเคลื่อนไหวของเกมฟุตบอลคู่นี้เป็นพิเศษ ??


ก็เพราะว่า ทั้งลิเวอร์พูล และโรม่า ต่างมีนักธุรกิจชื่อดังที่มีถิ่นฐานอยู่ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นเจ้าของ ครับ




ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ นำ นิวอิงแลนด์ สปอร์ต เวนเจอร์ส (NESV) เข้าซื้อสโมสรลิเวอร์พูลที่กำลังจะโดนเข้าควบคุุมกิจการโดยแบงค์ ออฟ สกอตแลนด์ เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ณ เวลานั้น นั่นคือ ครั้งแรกที่ทำให้วงการฟุตบอลรู้จักชื่อชายคนนี้ 


1 ปีต่อมา เรื่องทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ย้ายไปเกิดที่ประเทศอิตาลีแทน เมื่อสโมสรโรม่า ถูกกลุ่มนักลงทุนชาวอเมริกัน นำโดยโทมัส ดิ เบเนเดตโต้ และเจมส์ ปัลลอตต้า เข้าซื้อสโมสร จนกลายเป็นชาวอเมริกันกลุ่มแรกที่ได้ครอบครองสโมสรฟุตบอลอิตาลี


ทั้งกลุ่มของจอห์น เฮนรี่ และกลุ่มของเจมส์ ปัลลอตต้า ต่างเป็นนักลงทุนที่มีถิ่นฐานมาจากที่เดียวกัน นั่นคือ บอสตัน !!


นอกจากเรื่องที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ทั้ง 2 ทีม ต่างเป็นของนักธุรกิจจากเมืองบอสตันด้วยกันทั้งคู่แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่แฟนบอลทั่วไปอาจจะยังไม่ทราบ นั่นคือ เรื่องสายสัมพันธ์ของนักลงทุนทั้ง 2 กลุ่มนี้


และคนที่เป็นตัวเชื่อมของเรื่องนี้ นั่นก็คือ โทมัส ดิ เบเนเดตโต้ !!




ดิ เบเนเดตโต้ คือ หัวหอกในการเจรจา ซื้อสโมสรโรม่า มาจากตระกูลเซนซี่ หลังจากการซื้อขายสำเร็จ เจ้าตัวก็กลายเป็นประธานสโมสรโรม่าคนแรกในยุคใหม่ ก่อนที่จะส่งต่อให้กับเจมส์ ปัลลอตต้า หุ้นส่วนก้าวขึ้นมาเป็นประธานสโมสร ในอีก 1 ปีต่อมา


ที่บอกว่าทั้ง 2 ทีมมีสายสัมพันธ์ร่วมกันอยู่ ก็เพราะว่าคุณพี่ดิ เบเนเดตโต้ คนนี้ ก็เป็น 1 ในผู้ร่วมลงทุนในนิวอิงแลนด์ สปอร์ต เวนเจอร์ส (NESV) หรือชื่อในปัจจุบันก็คือ เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป (FSG) นี่แหละครับ !!


แม้ดิ เบเนเดตโต้ จะไม่ใช่หุ้นใหญ่โต แบบจอห์น เฮนรี่ หรือไมค์ กอร์ดอน ที่เป็นเจ้าของสโมสร และประธานสโมสรลิเวอร์พูล ตามลำดับ แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 20 ผู้ร่วมลงทุนในกลุ่มนี้ 


ถ้าเรามองย้อนกลับไป ตั้งแต่ทั้ง 2 สโมสรเปลี่ยนเจ้าของมาเป็นคนอเมริกัน ก็ต้องบอกว่าทั้ง 2 ทีมมีแนวทางในการทำธุรกิจกีฬาคล้ายคลึงกันครับ


ที่แน่ๆ ภายในระยะเวลา 4-5 ปี ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ทีมลงสนามอุ่นเครื่องกันเองถึง 2 ครั้ง บนแผ่นดินลุงแซม 




เรียกได้ว่า ช่วยกันโกยแฟนคลับชาวอเมริกันให้มีเชียร์ทั้งโรม่า และลิเวอร์พูลกันสุดฤทธิ์


วันนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่ทั้ง 2 ทีมเจอกันในแมทซ์ทางการ หลังจากเข้าสู่ยุคอเมริกันครองทีม ดังนั้นเกมคู่นี้ก็เลยเป็นที่น่าจับตามองของทางฝั่งลุงแซมกันครับ


"ลิเวอร์พูลและโรม่า เป็นกรณีที่น่าศึกษาเอามากๆ สำหรับอิทธิพลของการบริหารทีมกีฬาสไตล์อเมริกัน ที่มีต่อพรีเมียร์ลีก และฟุตบอลยุโรป" ไมค์ ฟอร์เด้ ประธานบริษัทที่ปรึกษาทางการลงทุนด้านกีฬา ที่มีลูกค้าเป็นนักลงทุนในเกมกีฬาอเมริกันกว่า 30 ทีม ให้สัมภาษณ์กับ ESPN


"ที่บอสตัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่นี่ คือ เมืองที่ประสบความสำเร็จทางกีฬาอย่างแท้จริง เรามีทั้งบอสตัน เซลติก ทีมบาสเกตบอลอาชีพ เจ้าของแชมป์ 17 สมัย สูงที่สุดในประวัติในประวัติศาสตร์ NBA เรามีบอสตัน เร้ด ซอก ทีมเบสบอลชื่อดัง เจ้าของแชมป์ เวิล์ดซีรี่ย์ 8 สมัย เช่นเดียวกับนิวอิงแลนด์ แพทริออต ยอดทีมอเมริกันฟุตบอล ที่มีแฟนคลับทั่วโลก กับลิเวอร์พูล พวกเขากำลังใช้แนวทางของอเมริกันในการทำทีมให้ไปสู่อีกระดับหนึ่ง พวกเขามีีการวิเคราะห์สถิติทางตัวเลขต่างๆ ทั้งเรื่องการหานักเตะใหม่ การวิเคราะห์ทีมตัวเอง และทีมคู่แข่ง ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ด ทำหน้าที่ตรงนี้ได้น่าประทับใจมาก"


"ต้องยกเครดิตให้กับไมค์ กอร์ดอน (ลิเวอร์พูล) และเจมส์ ปัลลอตต้า (โรม่า) ทั้งคู่เป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ เข้าใจธรรมชาติของการทำธุรกิจ พวกเขาเริ่มต้นจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับทีมก่อน เมื่อสร้างรากฐานได้แล้ว ความเสี่ยงในการบริหารทีมให้ขาดทุนมันก็น้อยลง และแน่นอนเพื่อโอกาสเพิ่มความสำเร็จในระยะยาว"


"สำหรับเรื่องการซื้อขายตัวผู้เล่น หลายๆทีมในพรีเมียร์ลีก เริ่มที่จะเอาตัวเลข และการวิเคราะห์ทางสถิติมาใช้ แต่สิ่งที่พวกเขาพลาด นั่นคือ ขาดความร่วมมือจากทางทีมบริหาร พวกนั้นเชื่อแต่การซื้อขายที่เข้าข้างตัวเอง ซึ่งต่างจากไมค์ และเจมส์ ที่เชื่อในทีมวิเคราะห์ที่ตั้งขึ้นมา และนั่นคือ เคล็ดลับที่จะทำให้ทีมของทั้งคู่ประสบความสำเร็จ"




ตัวอย่างชัดๆของทั้ง 2 ทีมในการซื้อผู้เล่นที่เยี่ยมยอด นั่นก็คือ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ที่เริ่มจากโรม่า ซื้อตัวปีกชาวอียิปต์รายนี้มาร่วมทีมจากเชลซี ด้วยค่าตัวเพียง 13 ล้านปอนด์ เท่านั้น ก่อนที่จะขายไปให้กับลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 36.9 ล้านปอนด์ กำไรเกือบ 200% 


ทางด้านลิเวอร์พูล แม้จะซื้อซาล่าห์มาด้วยค่าตัวแพงเป็นสถิติสโมสร (ในตอนนั้น) แต่ด้วยฟอร์มของซาล่าห์ที่ซัดไปถึง 41 ประตูแล้วในฤดูกาลนี้ ก็เรียกได้ว่าคุ้มแสนคุ้ม และถ้าหากซาล่าห์ย้ายทีมอีกครั้ง แน่นอนว่าค่าตัวของโม ซาล่าห์จะต้องพุ่งเกิน 100 ล้านปอนด์อย่างไม่ต้องสงสัย


"จอห์น เฮนรี่ มาบ่นกับผมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาว่า ผมน่ะขายซาล่าห์ในราคาแพงจนเกินไป ผมไม่รู้จะตอบเขาว่า โอเคเพื่อน เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวกลางวันนายละกัน เป็นการตอบแทน" เจมส์ ปัลลอตต้า เผยความลับให้ ESPN ฟัง ก่อนเกมคืนนี้


"มีหลายทีมเสนอราคาเพื่อขอซื้อซาล่าห์มาที่เรา แต่พวกเขาไม่กล้าสู้ราคาที่พวกเราตั้งเอาไว้ ในตอนนี้พวกเขาน่าจะรู้แล้วว่าพวกเขาได้พลาดอะไรที่พิเศษไป ลิเวอร์พูลได้ของดีไปในราคาที่ถูกเอามากๆ ถ้าดูจากฟอร์มตอนนี้" 


คืนนี้เราจะได้รู้แล้วว่า ยกแรกของศึก "บอสตัน ดาร์บี้" จะลงเอยเป็นแบบไหน แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะมี 1 ทีม ที่เป็นตัวแทนของเมืองบอสตัน เข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้แน่นอน


แต่จะเป็นฝั่งแดงๆจากลุ่มแม่น้ำเมอซี่ไซด์ได้หรือไม่นั้น


โม ซาล่าห์ จะเป็นผู้ให้คำตอบนั้นในคืนนี้เองครับ 



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด