:::     :::

เบื้องหลังฟุตบอลโลกกับโล้นทองคำ

วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
1,187
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เพิ่งผ่านพ้นวันคล้ายวันเกิดของ "โรนัลโด้" อดีตดาวยิงทีมชาติบราซิล มาไม่นาน ว่ากันว่า นี่คือกองหน้าที่ดีสุดตลอดกาลของใครหลายคน ทั้งสปีดต้นที่จัดจ้าน, การแหวกผ่านแบบไม่มีกลัว และการจบสกอร์ที่เฉียบคม

        ช่วงนี้ .... เรามาย้อนวันวานกับความสำเร็จของเจ้าของฉายา "เดอะ ฟีโนมีนอน" โดยเฉพาะในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มอบประสบการณ์ที่แสนดี และเลวร้ายให้กับเขา 

        ย้อนกลับไปปี 1994 โรนัลโด้ ในวัยเพียงแค่ 17 ปี ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิล ชุดลุยศึกเวิล์ด คัพ รอบสุดท้ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะไม่ได้ลงสนามแม้แต่วินาทีเดียว แต่เขาก็เก็บเกี่ยวความทรงจำมากมายกลับมา 

        เขาเปิดเผยว่า ไม่เคยลืมเลือนฟุตบอลโลกที่ดินแดนลุงแซม เพราะมันทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับ "โรมาริโอ" ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกองหน้าในดวงใจ พร้อมกับคอยเป็นเด็กขัดรองเท้าสตั๊ดให้ และคอยทำตามสิ่งที่บรรดารุ่นพี่เรียกใช้งาน 

        กระทั่งฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 1998 ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเริ่มต้นด้วยการยิงประตูอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพาพลพรรค "เซเลเซา" เข้าไปป้องกันแชมป์ ด้วยการเจอเจ้าภาพอย่างทีมชาติฝรั่งเศส 

        โรนัลโด้ เล่าถึงการแข่งขันในครั้งนั้นว่า "ย้อนกลับไปฟุตบอลโลก 1998 ตอนนั้นผมอายุเพียงแค่ 21 ปี ผมยังมองฟุตบอลเป็นแค่เรื่องของความสนุกเท่านั้น ผมยิงรวม 4 ประตู จนพาบราซิล ทะลุเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ"

        อย่างไรก็ตาม ในนัดชิงชนะเลิศ บราซิล กลับพ่ายฝรั่งเศส ไปอย่างหมดทางสู้ 0-3 พร้อมกับข้อสงสัยมากมายที่ถาโถมเข้ามาหาโรนัลโด้ ว่าเพราะเหตุใด ? เขาถึงลงสนามด้วยสภาพที่เหมือนจะไม่เต็มร้อยเปอร์เซนต์ 

        นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือที่แพร่สะพัดออกไปว่า ทีมชาติบราซิล ล้มบอลหรือไม่ ? หรือโรนัลโด้ ถูกเข็นลงสนาม เพียงเพราะเหตุผลด้านสปอนเซอร์อย่างไนกี้หรือเปล่า ? แน่นอนว่า หลายคนพยายามหาคำตอบในเรื่องนี้

        โรนัลโด้ เปิดเผยข้อมูลที่คนอาจยังไม่เคยทราบมาก่อนว่า "หลังกินอาหารเที่ยง ผมมีอาการชักกระตุก และหมดสติไปประมาณ 3-4 นาที แพทย์เรียกผมเข้าไปพบ และบอกว่าผมจะไม่ได้ลงเล่นนัดชิงฯ ผมตอบไปว่า -ไม่ได้นะ ผมต้องการลงเล่น !!!-"

        "จากนั้นผมต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นการด่วน และต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นราว 3 ชั่วโมง ผมทำทุกวิถีทาง และตรวจอย่างละเอียด แต่มันก็หาข้อสรุปไม่ได้ จากนั้นผมออกจากโรงพยาบาล ตรงดิ่งไปยังสนามทันที"

        "ตอนนั้น ... ทีมเราเตรียมใส่ชื่อของเอ็ดมุนโด้ ลงสนามไปเล่นแทนที่ผมแล้ว ผมเดินไปบอกกับมาริโอ ซากัลโล่ (ผู้จัดการทีม) ว่าได้โปรดให้ผมลงเล่น ผมสบายดี แม้ว่าผลสุดท้าย มันจะไม่ใช่เกมที่ดีในชีวิตของผม"

        "แต่ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ฟุตบอลโลก 1998 นัดชิงชนะเลิศ ผมปกติดี ผมวิ่งอย่างสุดตัว และพยายามสุดความสามารถแล้ว ทว่าฝรั่งเศส เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมจริงๆ" 

        ช่วงรอยต่อที่จะข้ามไปสู่ฟุตบอลโลก ครั้งต่อไปในปี 2002 โรนัลโด้ พบกับแบบทดสอบครั้งสำคัญ ด้วยการบาดเจ็บหนักบริเวณหัวเข่า สมัยที่ยังเป็นนักเตะของอินเตอร์ มิลาน จนต้องพักรักษาตัวนานนับปี 

        จากนั้นทีมชาติบราซิล ประสบปัญหาอย่างหนัก ในการลงเตะศึกเวิล์ด คัพ 2002 รอบคัดเลือก (โซนอเมริกาใต้) เมื่อพวกเขาพ่าย 6 จาก 18 เกมที่ลงเตะ กระเสือกกระสนผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ด้วยการมีคะแนนเหนือทีมอันดับ 6 เพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น 

        จากผลงานที่กระท่อนกระแท่น ทำให้แฟนบอลของพวกเขาเองพยายามรุมกดดันอย่างหนัก จนทำให้อีกหนึ่งนักเตะตัวหลักอย่างริวัลโด้เกือบตัดสินใจประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปเลย 

        เมื่อฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2002 เดินทางมาถึง โรนัลโด้ กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมกับยิง 6 ประตู พาทีมบราซิล ผ่านเข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศกับเยอรมัน โดยมีตำแหน่งแชมป์โลกเป็นเดิมพัน

        "โล้นทองคำ" ย้อนความทรงจำว่า "ก่อนเกมกับทีมชาติเยอรมัน เกิดเรื่องราวสุดอัศจรรย์ขึ้น เมื่อพวกเราเข้าไปที่ห้องแต่งตัว ผู้จัดการทีมอย่างหลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เดินมาบอกว่า จะมีบางอย่างให้ดูผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์"

        “บรรดานักเตะมองไปรอบๆ พร้อมกับไม่แน่ใจว่า อะไรกำลังเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ? จากนั้น สโคลารี่ เดินไปเกิดโทรทัศน์ ภาพถูกส่งตรงมาจากโกลโบ ซึ่งเป็นช่องของประเทศบราซิล

        “คุณเชื่อมั้ยว่า พวกเราไม่เคยเห็นข่าวคราวจากบ้านเกิดเลย นับตั้งแต่ออกเดินทางมาเตะฟุตบอลโลกฉบับเอเชีย นี่จึงเป็นครั้งแรก ที่นักเตะได้ยินเสียงของผู้คนในประเทศของเรา"

        "อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เป็นการออกอากาศแบบธรรมดาทั่วไป แต่พวกเขาตามไปถ่ายทำที่บ้านเกิดของพวกเราแต่ละคน ไปดูว่าผู้คนในแต่ละพื้นที่ เฉลิมฉลองกันอย่างไรบ้าง"

        "จนท้ายที่สุดแล้ว ..... พวกเขาเดินทางไปถ่ายทำที่เบนโต้ ริเบยโร่ ซึ่งเป็นย่านที่ผมเกิด ผมเห็นถนนเส้นที่ผมเติบโตมา, เห็นกำแพงที่ผมเคยเตะบอลอัดใส่ และเห็นภาพเด็กๆ กำลังยืนอยู่หน้ากำแพงที่แต่งแต้มเป็นรูปพวกเรา

        “นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเราเห็น ก่อนออกไปฟาดฟันกับทีมชาติเยอรมัน ในสนามแข่งขัน" โรนัลโด้ เปิดใจ ก่อนจะเหมาคนเดียว 2 ประตู พาบราซิล เอาชนะไป 2-0 ผงาดคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 5 

        "ผมเดินออกจากสนามในวันนั้น พร้อมกับคิดถึงคำพูดของผู้คนที่ว่า ผมจะไม่สามารถกลับมาอีกครั้ง, ไม่สามารถลงสนามได้อีกหน หรือไม่สามารถเดินเหินได้เหมือนเคยอีกแล้ว" 

        โรนัลโด้ ปิดท้าย ถึงคนที่คิดว่าเขาจะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน จนไม่สามารถกลับมาเล่นได้อีก พร้อมกับพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คำพูดเหล่านั้นเป็นสิ่งผิด 

        ก่อนที่ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2006 เขาจะทิ้งทวนด้วยการยิง 3 ประตู ทะยานก้าวไปเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของเวิล์ด คัพ ที่จำนวน 15 ลูก (ก่อนถูกมิโลสลาฟ โคลเซ่ ดาวยิงทีมชาติเยอรมัน ทำลายในเวลาต่อมา)

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด