:::   10:19 - เอ็นบีเอ เพลย์ออฟ 21 พ.ค. : คาวาเลียร์สชนะ เซลติคส์ 111-102 (เสมอซีรี่ส์ 2-2)   :::

ปิดฉาก

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ไม่เพียงแค่ตำแหน่งแชมป์ที่นอนมาชัดเจนตั้งแต่ต้นฤดูกาล สถิติอีกมากมายที่แมนฯ ซิตี้ สร้างขึ้นคือสิ่งช่วยยืนยันเพิ่มเติมว่า พวกเขาคือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก

เรือใบสีฟ้าแล่นฉิวไล่ทุบสถิติเป็นว่าเล่นจนดูราวกับว่านี่คือขนมกรุบที่ขอเพียงฤดูกาลเดียวก็จัดการได้หมด 

เก็บคะแนนมากสุด (100 คะแนน), ชนะมากนัดสุด (32 นัด) และ ยิงได้มากสุด (106 ประตู)  

นอกจากนี้ยังชนะนอกบ้านมากที่สุดที่ 16 นัด มีส่วนต่างประตูได้-เสียบวกถึง 79 ประตู และทิ้งห่างรองแชมป์ไกลลิบ 19 คะแนน

38 นัดในฤดูกาล หรือคิดเป็น 3,420 นาที แมนฯ ซิตี้ มีช่วงเวลาที่ตามหลังคู่แข่งรวมกันเพียง 153 นาที นี่ก็เป็นสถิติใหม่อีกเช่นกัน

รวมแล้ว แมนฯ ซิตี้คว้าแชมป์พร้อมทำสถิติเด่นชัดขึ้นมาถึง 7 อย่าง มันจึงคู่ควรที่ต้องยกให้พวกเขาคือหนึ่งในสุดยอดทีมตลอดกาล


7 สถิติสำคัญที่แมนฯ ซิตี้ ทำลายในฤดูกาลนี้

ในชาร์ตดาวซัลโวอาจไม่มีใครสู้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ แฮร์รี่ เคน ที่ซัดถึงหลัก 30 ประตูได้ แต่ในชาร์ตแอสซิสต์กลับยึดครอง 4 อันดับแรกเอาไว้หมดไล่ตั้งแต่ เควิน เดอ บรอยน์ (16), ลีรอย ซาเน่ (15), ราฮีม สเตอร์ลิง และ ดาบิด ซิลบา (11 เท่ากัน)  

นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติโดย Opta ในฤดูกาล 2003/04 เป็นต้นมา แมนฯ ซิตี้เป็นทีมแรกที่ผ่านบอลทะลุ 1,000 ครั้งต่อนัดซึ่งเกิดขึ้นในวันถลุงสวอนซี 5-0

10 อันดับนักเตะที่ผ่านบอลมากสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกเป็นนักเตะแมนฯ ซิตี้ 3 คน และทั้ง 3 ทำได้ในฤดูกาลนี้นั่นคือ นิโกลัส โอตาเมนดี้, แฟร์นันดินโญ่ และ เควิน เดอ บรอยน์ 

กรานิต ชาคา ทำสถิติอันดับ 1 ที่ผ่านบอลมากสุด แต่ความแม่นยำเป็นโอตาเมนดี้ที่จ่ายได้เข้าเป้ามากกว่าแม้ผ่านบอลน้อยกว่า

ท่ามกลางดงแข้งซูเปอร์สตาร์เต็มทีม ยังมีอีกสถิติน่าภูมิใจของแมนฯ ซิตี้ ที่เจียดให้กับ ฟิล โฟเด้น ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของทีมที่กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดที่ได้เหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยวัยเพียง 17 ปี 350 วัน 

นั่นคือตัวเลขบ่งบอกความยอดเยี่ยมของแมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาล 2017/18


แข้งเรือใบ 3 คนผ่านบอลติดอันดับท็อป 10 ตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก

ฤดูกาลนี้ยังมีสถิติน่าสนใจและชี้ให้เห็นถึงทิศทางบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนไป 

อันดับ 10 นิวคาสเซิ่ลจบฤดูกาลด้วยการมี 44 คะแนน ไม่เคยมีอันดับ 10 ฤดูกาลใดที่คะแนนน้อยเท่านี้มาก่อน 

พรีเมียร์ลีกปรับเหลือ 20 ทีมในฤดูกาล 1995/96 คะแนนเฉลี่ยของทีมอันดับ 10 คือ 49 คะแนน

ใน 8 ฤดูกาลหลังมีเพียงเชลซีที่ได้ 50 คะแนนในฤดูกาล 2015/16 และนิวคาสเซิ่ลที่ได้ 49 คะแนนในฤดูกาล 2013/14 ที่ทำได้เท่ากับหรือมากกว่าค่าเฉลี่ยของทีมอันดับ 10

ต่างจาก 15 ฤดูกาล ระหว่าง 1995/96 ถึง 2009/10 ที่มีถึง 10 ทีมเก็บคะแนนได้มากกว่าค่าเฉลี่ย

หากไม่นับ ''บิ๊กซิกซ์'' และเบิร์นลี่ย์ที่ทำได้ดีเกินคาดแล้ว อีก 13 ทีมที่เหลือไม่มีทีมใดเก็บได้ถึง 50 คะแนน และอันดับ 10 อย่างนิวคาสเซิ่ลก็ห่างจากทีมบ๊วยเวสต์บรอมวิชเพียง 13 คะแนน 

ก่อนหน้านี้มีเพียงฤดูกาล 1996/97 ที่คะแนนของอันดับ 10 อย่างสเปอร์ส ห่างจากบ๊วยฟอเรสต์น้อยกว่าที่ 12 คะแนน

ในกลุ่มทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมา ฤดูกาลล่าสุดคือครั้งที่ 3 ที่ 3 ทีมน้องใหม่เอาตัวรอดได้หมดไม่ว่าจะเป็น นิวคาสเซิ่ล (อันดับ 10), ไบรท์ตัน (อันดับ 15) และฮัดเดอร์สฟิลด์ (อันดับ 16)

2 ครั้งก่อนหน้านี้คือฤดูกาล 2011/12 ที่ นอริช, ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และสวอนซี กอดคอรอดด้วยกัน ขณะที่ 10 ปีก่อนนั้นก็เป็น แบล็คเบิร์น, โบลตัน และฟูแล่ม ได้วีซ่าอยู่ต่อ


แนวโน้มของทีมกลางตารางเริ่มห่างชั้นทีมท็อปซิกซ์

ในลิสต์นักเตะโคตรทรหด ไม่เจ็บ ไม่ไข้ และไม่ติดโทษแบนจนลงเล่นทุกนัดทุกนาทีก็มีถึง 10 คนด้วยกัน โดยที่เป็นแข้งเอาต์ฟิลด์ 5 คนคือ แจ็ค คอร์ก (เบิร์นลี่ย์), ลูอิส ดังค์ (ไบรท์ตัน), มาเธียส ยอร์เกนเซ่น (ฮัดเดอร์สฟิลด์), แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (เลสเตอร์) และ อัลฟี่ มอว์สัน (สวอนซี)

ที่เหลืออีก 5 เป็นผู้รักษาประตู อาเมียร์ เบโกวิช (บอร์นมัธ), ลูคัส ฟาเบียนสกี้ (สวอนซี), โยนาส ลอสเซิ่ล (ฮัดเดอร์สฟิลด์), จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน และ แม็ตต์ ไรอัน (ไบรท์ตัน) 

ถ้าต้องยกย่องผลงานส่วนตัวที่โดดเด่นที่สุดย่อมเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ผู้ไล่ทุบสถิติและกวาดรางวัลเป็นว่าเล่น

แข้งสัญชาติอียิปต์ทำประตูที่ 32 ได้สำเร็จในนัดสุดท้ายของฤดูกาลซึ่งประตูนี้ทำให้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาในทันที โดยยิงได้มากกว่า อลัน เชียเรอร์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่เคยครองสถิติร่วมกันที่ 31 ประตู (นับเฉพาะยุคพรีเมียร์ลีกที่ปรับมาเหลือ 20 ทีม) 

ทิ้งทายฤดูกาลนี้หากไม่พูดถึง อาร์แซน เวนเกอร์ ก็คงไม่ได้

เวนเกอร์สิ้นสุดบทบาทกับอาร์เซน่อลหลังเกมบุกชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-0 ซึ่งเป็นชัยชนะนอกบ้านนัดแรกของทีมในปี 2018

กุนซือชาวฝรั่งเศสคุมปืนโตนัดแรกในเกมบุกชนะแบล็คเบิร์น 1-0 เมื่อปี 1996 


ซาลาห์ ทำลายสถิติของ เชียเรอร์, โรนัลโด้ และ ซัวเรซ ลงได้สำเร็จ

รวมแล้วนำปืนใหญ่ลงเล่นทุกรายการ 1,235 นัด ได้ 3 แชมป์พรีเมียร์ลีก, 7 แชมป์เอฟเอ คัพ เป็นดับเบิลแชมป์ 2 ครั้ง และที่สุดของที่สุดคือ แชมป์ไร้พ่ายที่ยังคงเป็นมาตรฐานสูงลิบหาทีมใดทำได้ยาก 

แต่ฝันที่เจอก็มีไม่น้อย เขาอกหักในรอบชิงฯ ถ้วยยุโรป 2 รายการทั้งยูฟ่า คัพ ปี 2000 ที่พ่ายจุดโทษต่อกาลาตาซาราย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2006 ที่พ่ายบาร์เซโลน่า 1-2 รวมถึงลีก คัพ ทั้ง 3 ครั้งที่พาทีมเข้าชิงในปี 2007, 2011 และล่าสุด 2018 

ฤดูกาลนี้ยังพาทีมจบเพียงที่ 6 ซึ่งแย่สุดนับตั้งแต่คุมทีม แถมยังแพ้นอกบ้านถึง 11 นัด มากที่สุดอีกเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม การคุมทีมยาวนาน 22 ปี และ 828 นัดในพรีเมียร์ลีกของเวนเกอร์ น่าจะเป็นสถิติที่คงไม่มีใครทำลายลงได้ในอนาคตอันใกล้นี้ 

  ไม่มี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่มี อาร์แซน เวนเกอร์ อีกต่อไป พรีเมียร์ลีกเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่เต็มตัวนับจากวันนี้....


อาร์แซน เวนเกอร์ ปิดฉาก 22 ปีกับอาร์เซน่อล


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด