:::     :::

ดิเอโก้ คอสต้า .. ตัวปัญหา หรือคนตรงไปตรงมา ?

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
4,887
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ปัญหาที่แสนยาวนาน ระหว่างเชลซี และดิเอโก้ คอสต้า เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดเป็นที่เรียบร้อย เมื่อกองหน้าทีมชาติสเปน ถูกปล่อยตัวกลับไปยังบ้านหลังเดิมอย่างแอตเลติโก้ มาดริด อีกครั้ง

        ประเด็นความขัดแย้งระหว่างดิเอโก้ คอสต้า กับอันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จากการที่นายใหญ่อิตาเลี่ยน ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ พร้อมกับบอกว่า กองหน้ารายนี้ไม่อยู่ในแผนการทำทีมอีกแล้ว และนั่นเป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดลงไป

        หลังจากนั้น คอสต้า ไม่ยอมเดินทางกลับมากรุงลอนดอน แม้ว่าฤดูกาล 2017-18 จะเปิดฉากบรรเลงเพลงแข้งกันไปแล้ว โดยเขาตัดสินใจเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านเกิดบราซิล พร้อมกับประกาศกร้าวว่า ไม่สนใจข้อเสนอจาก "ไชนีส ซูเปอร์ ลีก" และทีมเดียวที่จะย้ายไปเล่นให้คือแอตเลติโก้ มาดริด

        บทสรุปสุดท้าย คอสต้า ได้ย้ายกลับไปสวมเครื่องแบบ "ขาว-แดง" อีกหนึ่งครั้ง ภายใต้ค่าตัวมหาศาลกว่า 53 ล้านปอนด์ ฝากไว้เพียงความหลังในถิ่น "สแตมฟอร์ด บริดจ์" กับผลงาน 59 ประตู จากการลงเล่น 120 เกม แลกกับแชมป์อย่างพรีเมียร์ลีก 2 สมัย และลีก คัพ 1 ครั้ง พร้อมกับฝากข้อความไว้ว่า "ผมไม่โกรธแค้นใครที่เชลซี และผมรักแฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามเสมอ"

        แนวทางการเล่นฟุตบอลในสนาม, คอสต้า อาจเป็นกองหน้าที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม, ความสกปรก และจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ทีมได้รับชัยชนะมาครองให้ได้ แต่นอกสนาม, เขาคือชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่เคยไม่เก็บเรื่องราวในอดีตมาใส่ใจ และพร้อมเปิดอกคุยกันแบบลูกผู้ชายในทุกเรื่อง

        "ทุกเกมที่ลงเล่น เขาคิดว่ามันเป็นเกมสุดท้ายในชีวิตเสมอ" โฮเซ่ คุณพ่อของคอสต้า ออกมาเล่าถึงชีวิตวัยเด็กของลูกชายตัวเอง ที่มักออกไปเตะฟุตบอลบนท้องถนนกับเพื่อนฝูง ด้วยความจริงจัง, ทุ่มเท และมุ่งมั่น ราวกับว่า เขาจะไม่มีโอกาสได้เล่นมันอีกต่อไปแล้ว

        คุณพ่อตัดสินใจตั้งชื่อลูกชายว่า "ดิเอโก้" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักเตะชาวอาร์เจนไตน์ อย่างไรก็ตาม ตัวลูกชายกลับมีนักเตะในดวงใจคือโรนัลโด้ "R9" ดาวยิงระดับพระกาฬของพลพรรค "เซเลเซา" ที่โด่งดังเป็นอย่างมากในยุคที่เขาเติบโตมา

        คอสต้า เล่าเสริมว่า "ที่ประเทศบราซิล, หากคุณมีลูกชายแล้วล่ะก็ ของขวัญชิ้นแรกที่คุณจะต้องซื้อให้ นั่นก็คือลูกฟุตบอล ซึ่งพ่อของผมก็ไม่ต่างกับคนทั่วไป ผมเริ่มต้นมากับการเล่นฟุตบอลข้างถนน สถานที่แห่งนั้น ถือว่าเป็นโรงเรียนสอนผมเลย เพื่อนของผมมักลงไปเล่น พร้อมกับสมมุติว่า ตัวเองเป็นนักเตะคนนั้นคนนี้"

        "แต่สำหรับผมแล้ว ผมสมมุติตัวเองเป็นโรนัลโด้ เสมอมา ผมพยายามเลียนแบบทุกอย่างที่เขาทำ เพราะเขาคือเจ้าสัตว์ร้าย และนักเตะที่เก่งสุดในโลก คุณไม่อาจละสายตาจากเขาได้เลย เขาสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ขวางหน้า พร้อมกับมีความเป็นผู้นำเสมอ และท้ายที่สุด .... เขาคือปรากฏการณ์"

        "ผมหันมาเล่นฟุตบอลกับคนที่อายุมากกว่า คุณไม่เพียงต้องอาศัยความสามารถเท่านั้น แต่คุณยังต้องรักษาบอลไว้กับตัว, ใช้ร่างกายส่วนต่างๆ และรู้วิธีเล่นบนท้องถนน เพราะทุกคนล้วนมีความแตกต่าง เรามีกฏกติกาที่สร้างขึ้นมาเอง นั่นเป็นวิธีแห่งการอยู่รอด สิ่งสำคัญคือการยิงประตู และคว้าชัยชนะ"

"ผมอยากจะบอกว่า เด็กเยาวชนที่เติบโตมาจากระบบอะคาเดมี่ ต่างถูกสอนให้ควบคุมตัวเอง พร้อมกับให้เกียรติต่อผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผมเติบโตมา ไม่เคยมีใครสอนเรื่องเหล่านี้กับผมเลย ผมจึงมองว่า การที่เห็นนักเตะฟันศอกใส่กัน ถือเป็นเรื่องปกติ"

        จากการเล่นฟุตบอลตามท้องถนน ทำให้เขาไม่มีโค้ชคอยสอนเรื่องการเล่นฟุตบอลที่ถูกต้อง จึงไม่น่าแปลกใจว่า เขาต้องเอาตัวรอดทุกวิถีทาง แม้ต้องแลกมากับการเล่นด้วยความรุนแรงก็ตาม และนั่นเป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาตลอด

        "ผมมีความฝันเหมือนกัน แต่ผมไม่เคยฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพเลย ผมแค่หลงรักกีฬาลูกหนัง และชอบเล่นมันเท่านั้นเอง คุณย่อมเข้าใจดีว่า ผมมาจากเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีโอกาสมากนัก กระทั่งอายุ 15 ผมก็ออกจากบ้าน"

        "ตอนนั้น ผมออกเดินทางมายังเมืองเซา เปาโล เพื่อมาทำงานกับคุณลุงที่ร้านค้าของท่าน ผมไม่มีความคิดที่อยากจะเป็นนักฟุตบอล สิ่งที่อยากทำคือการเก็บเงินเลี้ยงดูตัวเอง และไม่ต้องเดือดร้อนพ่อแม่อีกต่อไป"

        "ทว่าคุณลุงเป็นคนที่หลงใหลกีฬาฟุตบอลมาก เขาเป็นผู้เล่นที่ดีนะ แม้ว่าจะไม่เคยเล่นอาชีพก็ตาม ที่ร้านค้าในเซา เปาโล จะมีลูกค้ามากหน้าหลายตา รวมถึงเอเย่นต์ และกลุ่มคนที่เกี่ยวของกับวงการฟุตบอล"

        "คุณลุงมักจะบอกคนเหล่านั้นว่า -ผมมีหลานชายคนหนึ่ง ฝีเท้าของเจ้าหมอนี่ดีมาก พวกนายต้องลองมาดู- คำพูดดังกล่าวทำให้ผมได้ไปทดสอบฝีเท้า และถูกรับเข้าร่วมทีมแห่งหนึ่งในเซา เปาโล .... และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด"

        อย่างไรก็ตาม คอสต้า ไม่ได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพที่บราซิล เพราะในวัยเพียงแค่ 20 ปี เขาข้ามน้ำข้ามทะเลมาเล่นฟุตบอลกับบราก้า สโมสรในโปรตุเกส ก่อนถูกปล่อยไปยังแอตเลติโก้ มาดริด ในช่วงปี 2007 โดยตลอดช่วง 3 ปีหลังจากนั้น เขาถูกส่งตัวย้ายทีม และยืมตัว รวมกันแล้วกว่า 5 หน !!!

        เรื่องราวที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน ย้อนกลับไปฤดูกาล 2008-09 อัลบาเซเต้ สโมสรในศึกเซกุนด้า สเปน กำลังประสบปัญหาด้านเงินอย่างหนัก แต่มันก็ช่วยพิสูจน์ "หัวจิตหัวใจ" ของคอสต้า กองหน้าที่พวกเขายืมตัวมาใช้งานเพียงระยะเวลาสั้นๆ

        "มาโนโล่ เบลด้า" ผู้ช่วยแพทย์ของอัลบาเซเต้ ออกมาย้อนความหลัง และความประทับใจ ที่ตัวของคอสต้า ต่อสู้เพื่อสโมสรแห่งนี้ว่า "ย้อนหลับไปช่วงเวลานั้น สโมสรตัดสินใจจ่ายค่าเหนื่อยให้กับบรรดานักเตะ อย่างไรก็ตาม เงินยังไม่เพียงพอต่อการจ่ายให้กับสตาฟโค้ช"

        "เมื่อได้ยินดังนั้น คอสต้า ปฏิเสธที่จะลงฝึกซ้อมกับทีมทันที จนกว่าทุกคนจะได้เงินครบถ้วน !!! ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผมทำงานมา ผมไม่เคยเจอใครที่แสดงจุดยืนที่แน่วแน่แบบนี้เลย แต่ว่าคอสต้า เป็นคนแบบนั้นจริงๆ"

        พร้อมกันนี้ "เอดูอาร์โด้ โรดริเกวซ" แพทย์ใหญ่ประจำทีม เล่าเพิ่มเติมว่า "มีอยู่วันหนึ่ง ประธานสโมสรเดินทางมาเยือนห้องแต่งตัว ท่านประธานเดินไปรอบๆ และจับมือกับทุกคน ทว่าคอสต้า กลับเอามือไว้แนบลำตัว พร้อมกับพูดว่า -ฟังนะ ผมจะไม่จับมือกับใครหน้าไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะจ่ายเงินให้กับทีมงานคนที่เหลือ !!!-"

        นี่คือเรื่องราวนอกสนามบางส่วน ที่หล่อหลอมให้ชายที่ชื่อว่า "ดิเอโก้ คอสต้า" สามารถพัฒนากลายเป็นนักเตะที่ต่อสู้ชีวิต ทั้งใน และนอกสนามเหมือนทุกวันนี้ เชื่อว่าหลายคนที่อยู่ที่เมืองลาการ์โต้, บราซิล จะพบกับคอสต้า เป็นประจำในช่วงพักเบรค หรือปิดฤดูกาล

เพราะเขามักไปที่นั่น เพื่อนำเงินช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส, เลี้ยงข้าวคนในครอบครัว หรือแม้กระทั่งการเปิดโรงเรียน เพื่อให้บรรดาเด็กๆได้มีโอกาสในเส้นทางลูกหนัง และการศึกษา พร้อมกับไม่ต้องประสบพบเจอความยากลำบาก เหมือนกับที่เขาเผชิญมาในวัยเยาว์

        เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ จะเป็นเรื่องที่ดี หากเราพลิกกลับมามองอีกมุมหนึ่งบ้าง ไม่ใช่มองเพียงมุมเดียวอยู่ร่ำไป 

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด