:::     :::

ฟุตบอลโลก 1966 : ครั้งแรกและครั้งเดียวของสิงโต

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ความได้เปรียบในเรื่องการเป็นเจ้าภาพส่งผลให้มีแชมป์หน้าใหม่เกิดขึ้นคือ "ทีมชาติอังกฤษ "ที่ผงาดแชมป์โลกแรกและเป็นสมัยเดียวตราบจนวันนี้

ฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือว่าเข้าสู่ยุคใหม่ที่การแข่งขันมีมาตรฐานสูงขึ้น ทว่าก่อนทัวร์นาเมนตืเริ่มก็มีเรื่องวุ่นวายเมื่อถ้วย จูลส์ ริเมต์ ได้ถูกขโมยในระหว่างที่นำมาแสดงที่กรุงลอนดอน แต่ก็หาเจอจนได้ด้วยฝีมือการดมกลิ่นของสุนัขที่ชื่อว่า "พิกเกิ้ลส์" ทางตอนใต้ของเมืองหลวงอังกฤษ

เจ้าภาพ "สิงโตคำราม" อยู่ภายใต้การนำของ เซอร์ อัลฟ์ แรมซี่ย์ เลือกผู้เล่นหนุ่มไฟแรงมาเป็นแกนหลักไม่ว่าจะเป็น บ๊อบบี้ มัวร์, เจฟฟ์ เฮิร์สท์ และ มาร์ติน ปีเตอร์ส จาก เวสต์แฮม นอกจากนี้ยังมี กอร์ดอน แบ๊งค์ส นายทวารจอมหนึบ จิมมี่ กรีฟส์ ดาวซัลโวแห่งยุค รวมถึงสองพี่น้องตระกูล แจ็คกี้ ชาร์ลตัน และ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน 

"แชมป์เก่า" บราซิล มีปัญหาการเตรียมทีมโดยเฉพาะตำแหน่งกุนซือที่ต้องไปดึงเอา บิเซนเต้ ฟีโอล่า โค้ชที่พาทีมคว้าแชมป์โลกในปี 1958 มากุมบังเหียน ทีมชุดนี้มี "ไข่มุกดำ" เปเล่ เป็นดาราชูโรงก็จริง แต่คีย์แมนอื่นล้วนโรยราไม่ว่าจะเป็น  การ์รินช่า, เบลลินี่ และ ออร์ลันโด้  

ทีมอื่นที่น่าจับตามองก็คือ เยอรมันตะวันตก ที่ได้  เฮลมุท เชิน เข้ามาเป็นแม่ทัพ และมี เฮลมุท ฮัลเลอร์, โวล์ฟกัง โอเวอร์รัธ รวมถึง ฟร้านซ์ เบ๊คเค่นเบาเออร์ ที่ก้าวขึ้นมาอย่างน่าจับตามอง 

ขณะที่ โปรตุเกส ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันเพราะมีผลงานในรอบคัดเลือกที่โดดเด่น บวกกับแนวรุกพระกาฬอย่าง "เสือดำแห่งโมซัมบิค" ยูเซบิโอ 


ทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลกสมัยแรกและสมัยเดียวจนถึงทุกวันนี้ 

16 ทีมชั้นนำของโลกผ่านเข้าชิงชัยในการแข่งครั้งนี้ แม้ว่าจะมีปัญหาในรอบคัดเลือกเมื่อทีมจากแอฟริกาประท้วงไม่เข้าร่วมการแข่งขัน หลังจากฟีฟ่าสั่งให้แชมป์จากโซนแอฟริกาต้องไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมแชมป์จากโซน เอเชีย-โอเชียเนีย

ในรอบแรกเป็นไปตามคาด บราซิล จบเห่ตั้งแต่ตกรอบแรกหลังได้เพียงอันดับ 3 ของกลุ่ม แต่ที่เซอร์ไพรส์คนทั้งโลกคือ เกาหลีเหนือ ที่พลิกโค่นแชมป์ 2 สมัยอย่างอิตาลี 1-0 จนตามหลังสหภาพโซเวียตเข้ารอบไปพบกับ โปรตุเกส

เกาหลีเหนือ ช็อกโลกต่อเนื่องเมื่อออกนำ โปรตุเกส ไปก่อนถึง 3-0 แต่สุดท้าย โปรตุเกส มาแซงชนะไป 5-3 โดยเกมนี้ ยูเซบิโอ ยิงคนเดียวถึง 4 ประตู

อังกฤษ ลงเล่นในเวมบลีย์ทุกนัดก่อนผ่านรอบแรกไม่ยาก และจัดการ อาร์เจนตินา 1-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนรอบรองชนะเลิศกับโปรตุเกสก็ได้ 2 ประตูของ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน พาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ พร้อมเขี่ย ยูเซบิโอ และพรรคพวกไปชิงอันดับ 3 


ประตูปริศนาของ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า "ข้ามเส้น" ไปแล้วหรือยัง

อีกสาย เยอรมันตะวันตกไล่อัดอุรุกวัย 4-0 เข้ามาเจอกับ สหภาพโซเวียต และแม้จะไม่ใช่เกมที่ง่ายนักแต่ด้วยคามแข็งแกร่งของทัพอินทรีเหล็กก็เบียดชนะไป 2-1 

รอบชิงชนะเลิศ อังกฤษ ต่อเวลาชนะ เยอรมันตะวันตก 4-2 แต่เป็นเกมที่ถูกพูดถึงอย่างมากโดยเฉพาะประตูของ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ที่ถกเถียงกันถึงทุกวันนี้ 

ในเวลา 90 นาทีทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2 ต้องสู่ต่ออีก 30 นาทีท่ามกลางแฟนบอล 96,924 คนที่อัดแน่นในสนามเวมบลีย์ และทั้งหมดไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าลูกยิงของ เฮิร์สท์ ในช่วงต่อเวลาข้ามเส้นไปแล้วหรือยัง 

เฮิร์สท์ ยิงให้อังกฤษนำ 3-2 เมื่อซัดบอลชนคานก่อนเด้งลงบนจุดที่กลายเป็นข้อถกเถียงจนถึงปัจจุบันต่อให้มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาไขความกระจ่างก็ตาม ทว่าในตอนนั้น "กอตต์ฟรีด ดีนส์ท" ผู้ตัดสินชาวสวิตเซอร์แลนด์ เป่าให้เป็นประตู  

ท้ายเกมอังกฤษได้อีกประตูปิดกล่อง และทำให้ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ บันทึกสถิติเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ทำแฮตทริกได้นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ทว่าเยอรมันตะวันตกคงมองอีกอย่าง 

ทีมชาติอังกฤษ เป็นชาติเจ้าภาพชาติที่ 3 ต่อจาก อุรุกวัย 1930 และ อิตาลี  1934 ที่คว้าแชมป์โลกได้ในบ้านตัวเอง โดย บ๊อบบี้ มัวร์ ขึ้นรับถ้วยจากหัตถ์ของพระราชินีอลิซาเบธ ที่ 2 และจนถึงตอนนี้ ทัพสิงโตคำรามก็ยังไม่สามารถคว้าแชมป์โลกสมัย 2 มาครองได้



ยูเซบิโอ ซัดไป 9 ประตูพาโปรตุเกสได้อันดับ 3 

แฟกต์ไฟล์ฟุตบอลโลก 

เจ้าภาพ : อังกฤษ

สนาม : 8 สนาม

จำนวนทีม : 16 ทีม

จำนวนนัด : 32 นัด

วันแข่งขัน : 11 กรกฎาคม - 30 กรกฎาคม 1966

จำนวนประตู : 89 ประตู

ผู้ชมทั้งหมด : 1,563,135 คน (48,848 คนต่อนัด) 

ทีมแชมป์ :  อังกฤษ

รองแชมป์ :  เยอรมันตะวันตก

อันดับ 3 : โปรตุเกส

อันดับ 4 : สหภาพโซเวียต 

รางวัลรองเท้าทองคำ : ยูเซบิโอ (โปรตุเกส) 9 ประตู  

สรุปดาวซัลโว 

9 ประตู : ยูเซบิโอ (โปรตุเกส)

6 ประตู : เฮลมุต ฮาลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก)

4 ประตู : เจฟฟ์ เฮิร์สท์ (อังกฤษ), ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ (เยอรมันตะวันตก), เฟเรนซ์ เบเน่ (ฮังการี), เวเลรี่ ปอร์คูยาน (สหภาพโซเวียต)

3 ประตู : หลุยส์ อาร์ติเม่ (อาร์เจนตินา), บ็อบบี้ ชาร์ลตัน (อังกฤษ), โรเจอร์ ฮันท์ (อังกฤษ), โฆเซ่ อูกุสโต้ (โปรตุเกส), โฆเซ่ ตอร์เรส  (โปรตุเกส), เอดูอาร์ มาโลเฟเยฟ (สหภาพโซเวียต)

 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด