:::     :::

ตราไก่เฉือนโคนม2-1ฉลุย16ทีมชาติแรก

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2565
368
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share

ทีมชาติฝรั่งเศส การันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 เป็นชาติแรกแล้ว หลังเฉือนชนะ เดนมาร์ก 2-1 จากประตูชัยในช่วงท้ายเกมของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ซึ่งเกมนี้เขาก็ทำไป 2 ประตูด้วย

ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม ดี

ฝรั่งเศส 2 - เดนมาร์ก 1

สนาม : สเตเดี้ยม 974, โดฮา, กาตาร์

เริ่มเกมมา ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายบุกกดดันเข้าใส่ โดยเน้นความวูบวาบจากเกมริมเส้นโจมตี แต่ก็ยังทำอะไร เดนมาร์ก ได้ไม่ถนัดสักเท่าไหร่นัก

เกมมาถึงนาทีที่ 13 ฝรั่งเศส เกือบออกนำ เมื่อ อ็องตวน กรีซมันน์ เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวามาให้ ราฟาแอล วาราน เทกตัวโหม่ง แต่บอลก็ไปติด อันเดรียส คอร์เนลิอุส ที่ยืนขวางอยู่หน้าประตู

ตราไก่ น่าเฮเหลือเกินในนาทีที่ 21 จากจังหวะที่ อุสมาน เดมเบเล่ โยนหาเหลี่ยมเปิดด้วยเท้าซ้ายจากกราบขวา บอลโค้งมาเข้าหัว อาเดรียง ราบิโอต์ ได้โหม่งตรงกรอบ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ก็โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดไว้ได้

แม้ เดนมาร์ก จะตั้งเกมสู้ได้ดีพอตัวเลย แต่โอกาสจะแจ้งก็ยังเป็นของ ฝรั่งเศส อยู่ นาทีที่ 33 อ็องตวน กรีซมันน์ ไปถึงสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายแล้วกึ่งยิงกึ่งผ่านหักข้อเข้ามา ชไมเคิ่ล ต้องใช้ขาเซฟ บอลไม่พ้นอันตรายในเขตโทษ อุสมาน เดมเบเล่ ได้ยิงด้วยเท้าซ้ายก็ไปติดบล็อคแนวรับ โคนม ที่ยืนกันแน่นอีก

อีก 3 นาทีถัดมาเป็นโอกาสของ เดนมาร์ก บ้าง ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ จ่ายไปให้ คอร์เนลิอุส ได้ยิงในเขตโทษฝั่งขวา แต่บอลไปเข้าตาข่ายด้านข้าง

นาทีที่ 40 ฝรั่งเศส น่าขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อ เดมเบเล่ เปิดจากฝั่งขวาย้อนมาให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ได้ตวัดยิงเน้นๆ ด้วยขวา แต่บอลข้ามคานไปไกลเลย

หมดครึ่งแรก แม้ ฝรั่งเศส จะโอกาสเยอะกว่า แต่ก็ยังเสมอกับ เดนมาร์ก อยู่ 0-0

กลับมาเล่นครึ่งหลัง เดนมาร์ก มีการขยับตัวสำรองก่อนเลย โดยเปลี่ยนเอา มาร์ติน เบรธเวท ลงมาแทน คอร์เนลิอุส

นาทีที่ 57 ฝรั่งเศส ได้โอกาสจบอีกครั้ง เมื่อ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกทั้ง โยอาคิม อันเดอร์เซ่น และ ฮอยเบียร์ ตรงกลางสนามก่อนลากด้วยความเร็วเข้าเขตโทษด้านแล้วแล้วตัดสินใจซัดด้วยเท้าซ้ายยัดเสาแรกเลย แต่ ชไมเคิ่ล ยังปัดทิ้งออกหลังไปได้

อีก 2 นาทีถัดมาถือเป็นโอกาสทองของ ฝรั่งเศส อีกหน เมื่อ ชูอาเมนี่ โยนยาวจากแดนตัวเองไปให้ กรีซมันน์ โฉบตัดหน้า วิคเตอร์ นีลส์สัน พักอกเอาลงแล้วซัดด้วยซ้ายข้ามคานออกไป

แค่พักเดียว ฝรั่งเศส ก็มาออกนำ 1-0 ได้ในนาทีที่ 61 จากการเล่นเพียง 2 คน เตโอ แอร์กน็องเดซ จ่ายจากกลางสนามไปให้ เอ็มบั๊ปเป้ ลากจี้มาถึงหน้าเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วป้ายสั้นๆ ขึ้นหน้าให้ เตโอ วิ่งโฉบหาบอลถึงสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายแล้วปาดเข้ากลางให้ เอ็มบั๊ปเป้ ที่ขยับไปพื้นที่ว่างแปด้วยเท้าขวาไปแฉลบ อันเดรียส คริสเตนเซ่น เล็กน้อยเข้าประตูไป

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 68 เดนมาร์ก มาตีเสมอ 1-1 จากลูกเตะมุมด้านขวา เอริคเซ่น เปิดเข้าไป โยอาคิม อันเดอร์เซ่น โขกเช็ดที่เสาแรกลูกเด้งพื้นไปเสาไกลถึง อันเดรียส คริสเตนเซ่น โหม่งเต็มหัวตุงตาข่ายไปเลย

เดนมาร์ก เกือบแซงนำเลยในนาทีที่ 73 เมื่อ มิคเคล ดัมสการ์ด จ่ายจากฝั่งซ้ายมาให้ เยสเปอร์ ลินด์สตรอม ยิงในเขตโทษ ทำเอา อูโก้ โยริส ต้องล้มตัวเซฟก่อนที่แนวรับฝรั่งเศสจะมาเตะทิ้งไป

ฝรั่งเศส เองก็มีโอกาสที่จะนำอย่างมากในนาทีที่ 78 จากบอลที่เปิดมาของ กรีซมันน์ ให้ ชูอาเมนี่ ได้โหม่งโล่งๆ เพียงไม่กี่หลาจากปากประตู แต่ไปติดหัวไหล่ เมห์เล่ อย่างเหลือเชื่อทำให้ลูกเปลี่ยนทางหลุดกรอบออกไป

เกมเปิดแลกกันสนุกเลย คราวนี้เป็นทีของ เดนมาร์ก ในนาทีที่ 81 เมื่อ แคสเปอร์ โดลเบิร์ก อีกหนึ่งตัวสำรองจ่ายเรียดจากฝั่งขวาเข้ากลางให้ มาร์ติน เบรธเวท ตวัดยิงบอลไปแฉลบเสาเหลี่ยมนอกหลุดกรอบประตูออกไป

กลายเป็น ฝรั่งเศส ที่ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ในนาทีที่ 86 จากการขึ้นเกมทางกราบขวา กรีซมันน์ ได้เอี้ยวตัวเปิดด้วยเท้าซ้ายตรงมุมเขตโทษด้านขวา บอลโค้งมาเสาไกลถึง เอ็มบั๊ปเป้ กระโดดใช้หน้าขาชาร์จระยะเผาขนเข้าประตูไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที แม้ เดนมาร์ก จะพยายามบุก แต่ก็เหมือนจะฮึดไม่ค่อยขึ้นแล้ว จบเกม ฝรั่งเศส เฉือนชนะ 2-1 ทำให้ขุนพล ตราไก่ เก็บ 6 แต้มเต็ม จาก 2 นัดแรกการันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว ขณะที่ทัพ โคนม ซึ่งมีหนึ่งคะแนนเท่าเดิมต้องไปลุ้นในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับ ออสเตรเลีย

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ฝรั่งเศส : อูโก้ โยริส - ชูลส์ กุนเด้, ราฟาแอล วาราน, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, เตโอ แอร์กน็องเดซ - ออเรเลียง ชูอาเมนี่, อาเดรียง ราบิโอต์ - อุสมาน เดมเบเล่, อ็องตวน กรีซมันน์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

เดนมาร์ก : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - โยอาคิม อันเดอร์เซ่น, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, วิคเตอร์ นีลส์สัน - ราสมุส คริสเตนเซ่น, ปิแอร์ เอมิล ฮอยเบียร์, คริสเตียน เอริคเซ่น, โยอาคิม เมห์เล่ - เยสเปอร์ ลินด์สตรอม, มิคเคล ดัมสการ์ด - อันเดรียส คอร์เนลิอุส

ผู้ตัดสิน : ซิมอน มาร์ซิเนี้ยค (โปแลนด์)


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด